ผุดe-libraryหวังปลูกฝังเด็ก10ล้านรักอ่าน

ศึกษาธิการ * ศธ.ผุดโครงการ e-library ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเด็กไทย ไร้ค่าใช้จ่าย ส่วนหนึ่งในนโยบายประชารัฐ โดยมีเซ็นทรัลร่วมทุ่มทุนสร้างกว่า 10 ล้าน ปัจจุบันในแอปพลิเคชันมีหนังสือ 300 เล่มให้อ่าน หวังเข้าถึงเด็ก 10 ล้านคนทั่วประเทศ
          พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวภายหลังการหารือเกี่ยวกับโครงการสร้างห้องสมุดอิเล็ก ทรอนิกส์เพื่อเด็กและเยาวชนไทย ซึ่ง ศธ.ร่วมกับบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ว่า โครงการ e-library หรือห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายประชารัฐ โดยมีเป้าหมายคือ นักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและนักเรียนอาชีวศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อปลูกฝังให้เด็กรักอ่านและหาความรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตัวเอง ในส่วนงบประมาณจัดทำ e-library ทางบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล เป็นผู้สนับสนุนทั้งหมด เช่น การจัดทำแอปพลิเคชัน จัดหาหนังสือที่จะบรรจุไว้ในแอปพลิเคชันดังกล่าว เบื้องต้นเตรียมไว้ 300 กว่าเล่ม ภายในแอปพลิเคชันมีการจัดทำหมวดหมู่ของหนังสือไว้เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกลุ่มเป้าหมาย เช่น แบ่งตามชั้น ช่วงวัย ตามวิชาความรู้ เป็นต้น แต่หนังสือทั้งหมดต้องได้รับการตรวจสอบจากทั้งสองฝ่าย โดยเร็วๆ นี้จะมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ต่อไป
          "สำหรับพื้นที่ห่างไกลที่อาจจะมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตนั้น ขณะนี้ ศธ.ได้ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วางระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2560" พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว
          ด้านนายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทางบริษัทจะดำเนินการจัดทำแอปพลิเคชันให้ทั้งหมดเพื่อให้เด็กได้เข้าถึงการอ่านหนังสือโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท และจะมีการจัดทำวิดีโอแนะนำการใช้งาน รวมถึงเปิดเฟซบุ๊ก เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารให้เด็กสามารถสอบถามกรณีพบปัญหาในการใช้งานได้ ในส่วนของหนังสือที่เตรียมไว้ 300 กว่าเล่มนั้นจะประสานจัดซื้อลิขสิทธิ์ โดยจะเลือกบทประพันธ์ที่ทรงคุณค่า เช่น สามก๊ก รามเกียรติ์ หรือบทประพันธ์ของกวีซีไรต์ (รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน) เป็นต้น และหากมีสำนักพิมพ์หรือหน่วยงานใดที่อยากจะให้เด็กไทยได้อ่าน ก็สามารถนำมาให้เราใส่ลงไปได้ ส่วนการใช้งาน ศธ.จะต้องจัดส่งรายชื่อโรงเรียนทั้งหมดมาให้ และบริษัทจะจัดทำรหัสการเข้าใช้งานส่งไปให้ ซึ่งระบบดังกล่าวทำไว้ขนาดใหญ่มากพอที่จะรองรับผู้เข้าใช้งานได้มากถึง 10 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทได้จัดทำแอปพลิเคชันเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยได้มีการทดลองใช้งานกับพนักงานของบริษัทซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างดี.