"โนเกีย เน็ตเวิร์คส"ชู"ไอโอที"โหมโรงเจาะตลาดไทย

แนวคิดเรื่อง "อินเทอร์เน็ต ออฟ
          ธิงค์" หรือ ไอโอที ดังขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง ทันทีที่เครือข่าย ความเร็วสูงจากผู้ให้บริการมือถือในไทยเร่งลงทุน และลงแรงเพื่อขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานได้มากที่สุด ความครอบคลุมของเครือข่าย นับเป็น สิ่งสำคัญที่จะทำให้คอนเซปต์ไอโอทีเกิด และมีการใช้งานได้เร็วขึ้น
          นายแดเนียล มาวซูฟ หัวหน้าฝ่ายการตลาด และสื่อสารองค์กร ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น บริษัทโนเกีย  เน็ตเวิร์คส์ กล่าวว่า ยิ่งเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ได้มากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ หรือแมชชีนทูแมชชีน  มีประสิทธิภาพมากขึ้น
          :ชี้ไทย"ไอโอที"แนวโน้มโต
          "ไทยเป็นหนึ่งประเทศ ที่เราเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของคอนเซปต์ไอโอที โดยเฉพาะการเร่งขยายเครือข่ายของ โอเปอเรเตอร์มือถือในไทย ยิ่งตอกย้ำว่า เทรนด์ของไอโอทีในไทยก็มีแนวโน้มที่ดี  แม้แนวคิดของไอโอที อาจต้องใช้ระยะเวลา แต่เชื่อว่า บริการไอโอที ที่จะเกิดขึ้นได้ก่อน  คือ กลุ่มพับลิก เซฟตี้ (Public Safety) โดยมีข้อมูลชี้ว่า มูลค่าตลาดพับลิก เซฟตี้ ในเอเชียมีสูงถึง 2 หมื่นล้านยูโร เติบโตมากกว่า 30%"
          สอดคล้องกับไดเร็คชั่นของ โนเกีย ในเรื่องของไอโอทีที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างครบวงจร และครอบคลุมภายในปี 2568 (2025) ในกลุ่ม พับลิก เซฟตี้, ดิจิทัล เฮลธ์, คอนเน็คเต็ด โมบิลิตี้, อินดัสตรีส์ ยูทิลิตีส์, และสมาร์ทซิตี้ โดยทั้งหมดนี้จะต้องอาศัยองค์กรประกอบด้านเทคโนโลยีเพื่อช่วยผลักดัน เช่น คลาวด์ , โครงสร้าง พื้นฐานทางเน็ตเวิร์ค และอีโคซิสเต็ม  และโมเดลทางธุรกิจ
          ปัจจุบัน โนเกีย เน็ตเวิร์คส มีไอโอที แล็บ อยู่ในเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น และ มีศูนย์อาร์แอนด์ดีในสหรัฐ
          ในตลาดไทย โนเกียคุยกับ โอเปอเรเตอร์มือถืออย่างใกล้ชิด มุ่งเน้น ให้คำปรึกษาถึงคอนเซปต์ไอโอที เพราะ ไอโอที เป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างรายได้ เพิ่มขึ้นให้กับโอเปอเรเตอร์ โดยโนเกีย จะนำเสนอแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์โซลูชั่น ขณะที่เทรนด์นี้ สอดคล้องกับโอเปอเรเตอร์ทั่วโลกที่เริ่มสร้างรายได้จากไอโอทีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโวดาโฟน เวอร์ไรซอน เอทีแอนด์ที จากบริการ เช่น สมาร์ทกริด แอพพลิเคชั่นด้านเฮลธ์แคร์ หรือแม้แต่เจอเนอรัล มอเตอร์ ก็มีรายได้มาจากไอโอที  จากการให้บริการรถยนต์อัจฉริยะ  (connected car)
          :"ซิเคียวริตี้"ประเด็นสำคัญ
          นายมาวซูฟ กล่าวด้วยว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องสำคัญของไอโอที และไม่สามารถมองข้ามได้ คือ เรื่องของ ซิเคียวริตี้  ที่ต้องมาพร้อมกัน ยิ่งการใช้งานไอโอที แพร่หลายเพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้ประเด็นด้าน ซิเคียวริตี้ถูกหยิบยกขึ้นมา ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนที่โอเปอเรเตอร์ต้องลงทุนด้านซิเคียวริตี้เพิ่มขึ้นด้วย
          อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่า นับจากนี้ไอโอที จะเป็นตัวปฏิวัติระบบนิเวศน์ของวงการ มือถือ การให้บริการต่างๆ ที่รองรับไอโอที ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะ ผลักดันให้เครือข่ายเซลลูล่าร์เติบโตมากขึ้น ข้อมูลจากการวิจัยของมาชิน่า (Machina Research) เมื่อเดือน พ.ค.2558 คาดการณ์ว่า จะมีการใช้งานอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันถึง 3 หมื่นล้านรายการในปี 2568 ซึ่งเครือข่ายเซลลูล่าร์ที่รองรับไอโอทีได้ เช่น เทคโนโลยี 2จี 3จี และ 4จี  อาจยังไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กับไอโอทีอย่างเฉพาะเจาะจง
          ผลวิจัยเดียวกันนี้ ยังคาดว่า อุปกรณ์ที่ใช้โมดูลพลังงานต่ำและมีสัญญาณครอบคลุมในวงกว้าง (Low-Power Wide-Area : LPWA) จะมีปริมาณถึง 7 พันล้านรายการในปี 2568 หน่วยงานที่ให้บริการด้านต่างๆ จำนวนมากมองเห็นความเป็นไปได้ของระบบเครือข่ายเซลลูล่าร์ที่รองรับไอโอที ซึ่งรวมถึงการให้บริการมิเตอร์ด้านสาธารณูปโภคต่างๆ,  เครื่องหยอดเหรียญ, ยานยนต์ (การบริหารจัดการยานพาหนะ, การจราจรอัจฉริยะ, การส่งผ่านข้อมูลจราจรไปยังยานพาหนะแบบเรียลไทม์, การติดตามตรวจสอบและการรายงานด้านความปลอดภัยบน ท้องถนน), เครื่องมือควบคุมและการแจ้งเตือนทางการแพทย์นอกจากนี้ อุปกรณ์หลากหลาย เช่น เครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์, เครื่องจีพีเอส และกล้องดิจิทัล ล้วนแต่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแล้วทั้งสิ้น:ชี้ภาพรวมตลาด
          ไอโอที เชื่อมต่อ "สิ่งต่างๆ (Things)" เข้าด้วยกัน และสิ่งเหล่านั้นต่างแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันอย่างอัตโนมัติ "Things" อาจเป็นเครื่องจักร ชิ้นส่วนเครื่องจักร มิเตอร์อัจฉริยะ เซ็นเซอร์ต่างๆ หรือแม้แต่วัตถุสิ่งของในชีวิตประจำวัน เช่น สินค้าจาก ร้านค้าปลีกหรืออุปกรณ์สวมใส่ ความสามารถนี้จะทำให้ประสบการณ์การใช้งาน และประสิทธิภาพของระบบได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างมหาศาล
          ทั้งนี้ สิ่งที่มีความจำเป็นสำหรับไอโอที คือ การสื่อสารระหว่างสิ่งของหรือระหว่างอุปกรณ์ด้วยกันเอง หรือแมชชีนทูแมชชีน คือ การสื่อสารข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาคนซึ่งอาจเป็นการสื่อสารข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ กับเซิร์ฟเวอร์หนึ่งตัว หรือระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ด้วยกันเองไม่ว่าจะเป็นการติดต่อตรง ซึ่งกันและกันหรือติดต่อกันผ่านระบบ เครือข่าย เช่น การรักษาความปลอดภัย, การติดตามตรวจสอบ, การชำระเงิน, สมาร์ทกริด และการติดตาม และการบำรุงรักษาจากระยะไกล การออกแบบเครือข่ายเซลลูล่าร์ ที่รองรับไอโอที เพื่อให้ตอบรับกับ ความต้องการที่สำคัญ จะสามารถจัดการ กับตลาดที่ผสมผสานกันของการเชื่อมต่อของเครือข่ายเซลลูล่าร์ที่รองรับไอโอที แบบดั้งเดิม โดยตลาดเครือข่ายเซลลูล่าร์ ที่รองรับไอโอที จำเป็นต้องเติบโตเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 35% ต่อปีเพื่อให้สามารถเข้าถึงและจัดการกับปริมาณการเชื่อมต่อ เจ็ดพันล้านหน่วยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2568 ได้
          สำหรับ ส่วนแบ่งตลาดของภาคส่วนสำคัญๆ ที่ใช้การเชื่อมต่อเครือข่ายเซลลูล่าร์
          ที่รองรับไอโอที คาดว่า ภาคครัวเรือนและผู้บริโภค 29%, รถและยานพาหนะที่ เชื่อมต่อกัน 20%, ภาคอุตสาหกรรม 20% รวมถึงระบบอัตโนมัติและระบบรักษา ความปลอดภัยของอาคารต่างๆ, สาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม 13%
          'จะมีการใช้งานอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกัน ถึง 3 หมื่นล้านรายการ ในปี 2568'
          ส่องปัจจัยหนุนการเชื่อมต่อไม่สะดุด
          สิ่งสำคัญที่ระบบเครือข่ายเซลลูล่าร์ที่รองรับไอโอทีจำเป็นต้องมี เพื่อทำให้การให้บริการดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นได้ และสามารถแข่งขันกับเทคโนโลยีที่ไม่ใช่เครือข่ายเซลลูล่าร์ต่างๆ ได้ ได้แก่ แบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน, อุปกรณ์ที่มีราคาถูก, ค่าใช้จ่ายในการใช้งานที่ต่ำ, สัญญาณครอบคลุมทุกพื้นที่ เต็มรูปแบบ, รองรับอุปกรณ์จำนวนมากและหลากหลาย
          อย่างไรก็ตาม โซลูชั่นระบบ เครือข่ายเซลลูล่าร์ที่รองรับไอโอที  ที่ทำงานกับเทคโนโลยีการส่งข้อมูล ระดับแอลทีอีที่สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว และช่วยเสริมสร้างเครือข่ายการสื่อสารทางวิทยุ และ เครือข่ายชุมสายหลัก เครือข่ายการสื่อสารทางวิทยุ จำเป็นต้องได้รับการปรับประสิทธิภาพ เพื่อทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ใช้งานได้ง่าย และมีราคาถูกลง
          ขณะที่ จำเป็นต้องปรับเกณฑ์การส่งสัญญาณ และเลเยอร์โปรโตคอลให้สูงขึ้นให้เหมาะสมกับการใช้พลังงานของอุปกรณ์เพื่อให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานได้มากกว่าสิบปี และเพื่อให้สัญญาณมีความครอบคลุมเพียงพอโดยเฉพาะในบริเวณจุดอับภายในอาคาร (deep indoor)และในชนบท
          องค์ประกอบต่างๆ ของเครือข่ายจำเป็นต้องควบคุมจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย การสมัครสมาชิก และรองรับแพ็คเกจขนาดเล็กต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย การพัฒนาแอลทีอีที่รองรับ ไอโอที แบ่งเป็นระยะ คือ Rel.12 เป็นเวอร์ชั่นเริ่มต้นที่มีอยู่แล้วซึ่งมีราคาถูกและใช้พลังงานต่ำ เวอร์ชั่นล่าสุดคือ Rel.13 ซึ่งมีการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการครอบคลุม ของสัญญาณและราคาก็ต่ำลงอีก