"IOT City Innovation Centre"เมืองอัจฉริยะบ่มเพาะ Start Ups ไทย

ตอบโจทย์ รมว.กระทรวงวิทย์ฯ กับการสนองนโยบายรัฐบาลที่จะทำให้ทั้งปี 2559 นี้เป็น Start Ups year ด้วยโครงการ ศูนย์นวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ "IOT City Innovation Center" ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ซึ่งยกเอาพื้นที่ตัวอาคารของ สนช.เองจัดตั้งขึ้น เพื่อพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมบนพื้นฐานด้านเทคโนโลยี Internet of Things (IOT) ด้วยการกระตุ้น สนับสนุน ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นสำหรับการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับมาตรฐานสากล รวมทั้งการสร้างขีดความสามารถด้านนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์และบริการของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหม่ (Start Ups) ให้มีความเข้มแข็งผ่านกลไกการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการเงิน จาก สนช.
          สำหรับโครงการนี้ ทาง สนช. ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร คือ CAT บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และสมาคมสมองกลฝังตัวไทย ในการสนับสนุนส่วนต่างของโครงการ โดย ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สนช. กล่าวถึง โครงการดังกล่าวว่า "IOT City" เป็นแนวทางการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อเปลี่ยนเมืองให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น เทคโนโลยี Internet of Things (IOT) เทคโนโลยีระบบประมวลผล Cloud Computing และเทคโนโลยีการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่โดยร่วมกับ CAT และสมาคมสมองกลฯ ในการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการรายใหม่ในภาคอุตสาหกรรมให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล
          ทั้งนี้ รูปแบบของการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ จะประกอบได้ด้วย 3 แผนงาน ได้แก่ 1.การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม 2.การพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม และ 3.การพัฒนาเมืองหรือพื้นที่ต้นแบบ โดยตั้งเป้าในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการทำธุรกรรมกับพลเมืองในรูปแบบดิจิตอล ทั้งทางด้านการแพทย์ สาธารณสุข การท่องเที่ยว ระบบขนส่งโลจิสติกส์ โดยสนช.ตั้งเป้าภายใน 1 ปี จะมีผู้เข้าใช้บริการ 6,000 คน และมีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 1,000 คน รวมถึงการสนับสนุนทางด้านการเงินเพื่อการศึกษาและพัฒนารูปแบบธุรกิจนวัตกรรม 100 ราย และเงินสนับสนุนสำหรับการสร้างต้นแบบ 50 ราย เกิดการจ้างงาน 500 คน เกิดการลงทุน 1,500 ล้านบาท และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี
          ด้าน พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการบริษัท และรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ได้กล่าวถึงการสนับสนุนจาก CAT ว่า CAT ได้ร่วมสนับสนุนระบบโครงข่ายไอทีและสื่อสารโทรคมนาคมครบวงจรภายในศูนย์นวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ "IOT City Innovation Center" ซึ่งมีพื้นที่กว่า 1,200 ตร.ม. บนชั้น 2 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ให้สามารถรองรับการทำงานของผู้ประกอบการธุรกิจด้านไอทีได้ใช้เป็นศูนย์คิดค้นสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นนวัตกรรมด้านไอทีเพื่อการสร้างเมืองอัจฉริยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          "การสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมไอทีใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมความเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart city หมายถึงต้องมีการเชื่อมต่อข้อมูลอัจฉริยะ ผ่านระบบเทคโนโลยีสื่อสารสารสนเทศที่รวดเร็วและมีความเสถียรสูง ซึ่ง CAT สนับสนุนส่วนนี้ทั้งหมด ได้แก่ โครงข่ายพื้นฐาน (ICT Infrastructure), ระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทั้งไวไฟ และอินเตอร์เน็ตโมบายล์ผ่านบริการ my net, ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง, IT Security, การสำรองข้อมูลใน DR Site เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ฯลฯ"
          นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างการสร้างเมืองอัจฉริยะในภาคท้องถิ่น อย่าง เทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี ซึ่งได้มีการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองอัจฉริยะในเป็นรูปธรรมแล้วในขณะนี้ โดย นายณงรค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข กล่าวว่า ในส่วนของเทศบาลเมืองแสนสุข ได้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการเมือง โดยจัดทำเป็นรูปแบบของโครง การ smart tourism and smart living
          "โครงการ Smart City ของเทศบาลแสนสุข เป็นโครงการที่มีแนวคิดร่วมกับ ม.บูรพา เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในกับประชาชนในพื้นที่ โดยโครงการ Smart Living เป็นโครงการที่ใช้เทคโนโลยีในการดูแลผู้สูงอายุภายในชุมชน โดยใช้เครื่องเตือนภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการใช้โทรศัพท์ประจำบ้านติดตั้งในบ้านกลุ่มเป้าหมายประมาณ 150 ครัวเรือน เพื่อการแจ้งเหตุฉุกเฉินมายังศูนย์ข้อมูลเทศบาล และมีระบบ GPS ระบุตำแหน่งบ้านเป้าหมาย ส่วนปัจจุบันเราได้ Dell เข้ามาสนับสนุนด้านอุปกรณ์และจะมีการติดตั้งสายข้อมือติดตามตัวในกลุ่มเป้าหมาย เมื่อเกิดเหตุสัญญาณจะดังขึ้น ทำให้ทีมแพทย์เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที
          ในส่วนของโครงการ Smart Tourism เป็นแอพพลิเคชั่นของเทศบาลเมืองแสนสุข ให้ข้อมูลงาน Event ที่จัดในพื้นที่ ข้อมูลร้านค้า โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานในเขตเทศบาลมีจำนวนกว่า 80% และจะเต็มพื้นที่ในอีกประมาณ 3 ปี ข้างหน้า" นายณรงค์ชัย กล่าวในตอนท้าย