"ฟรอสต์"ชี้ ไอที ไทยโอกาสขยายตัว6.4%

"ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน" ชี้ไอทีไทยปี 2559 โอกาสโต 6.4% ใช้จ่ายภาครัฐ-4จี ตัวจักร ขับเคลื่อน จับตาอีคอมเมิร์ซ-ฟินเทค-ไอโอที โตแรง ระวังปัจจัยลบภาวะเศรษฐกิจชะลอ รายได้วอยซ์ลด ตลาดฮาร์ดแวร์ตก
          นายแอนดรูว์ มิลรอย รองประธานอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการไอที บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน กล่าวว่า ภาพรวมตลาดไอทีประเทศไทยปี 2558 มีมูลค่าราว 12,500 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนปี 2559 คาดว่าจะเติบโตราว 6.4% มูลค่าแตะ 13,300 หมื่นล้านดอลลาร์
          ทั้งนี้ ปัจจัยผลักดันการเติบโตหลักๆ จะมาจากการใช้จ่ายภาครัฐ รวมถึงเทคโนโลยี 3จี และ 4จี ที่เพิ่มการใช้งานโมบาย บริการดิจิทัล และอีคอมเมิร์ซต่างๆ
          ส่วนปัจจัยลบและความท้าทายที่สำคัญ เช่น ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอ รายได้จากการใช้บริการวอยซ์ที่ลดลง ซึ่งส่งผลให้ผู้ให้บริการเครือข่ายต้องหาโมเดลรายได้อื่นๆ เข้ามาเสริม รวมถึงภาวะตลาดฮาร์ดแวร์ถดถอย
          อย่างไรก็ดี ที่น่าจับตามองอย่างมาก ประกอบด้วย การเติบโตของอี-คอมเมิร์ซ ฟินเทค อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที) และการลงทุนด้านไฮบริดคลาวด์
          ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ชี้ว่า เทรนด์ที่สำคัญปีนี้จะได้เห็นการเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมของเทคโนโลยีคลาวด์ บริการที่เกี่ยวข้องกับ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ รวมถึงการนำไปไอโอทีไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ
          นอกจากนี้ ซิเคียวริตี้ขยับความสำคัญไปอยู่ในการลงทุนหลักๆ สร้างดาต้าเซ็นเตอร์มากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของข้อมูล รวมทั้งการใช้บริการ คลาวด์ มากกว่านั้นการใช้งานโมบายดาต้าจะเป็น ตัวเร่งปฏิกิริยาอุตสาหกรรมอี-คอมเมิร์ซ ขณะเดียวกันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจะยิ่งเข้มข้นมากขึ้น
          ข้อมูลระบุว่า ระหว่างปี 2558 - 2564 ตลาดรวม คลาวด์ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่าง ต่อเนื่อง จากปีที่แล้วที่มีมูลค่าราว 60.6 ล้านดอลลาร์ ปีนี้จะเติบโตอีก 37.4% มูลค่า 83.3 ล้านดอลลาร์ จากนั้นปี 2560 โต 35.8% มูลค่า 113.1 ล้านดอลลาร์ ปี 2561 โต 33.6% มูลค่า 151.2 ล้านดอลลาร์ ปี 2562 โต 31.3% มูลค่า 198.5 ล้านดอลลาร์ ปี 2563 โต 29% มูลค่า 256.1 ล้านดอลลาร์ ปี 2564 โต 27% โต 325.4 ล้านดอลลาร์
          "การเปลี่ยนแปลงของตลาดปีนี้ จะได้เห็นบริการ ใหม่ๆ ที่อยู่บนพื้นฐานของคลาวด์ รวมถึงที่เกี่ยวข้องกับโมบายและอยู่บนพื้นฐานของคลาวด์"
          ขณะที่ ตลาดรวมอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ในไทย คาดว่าจากปี 2558 ที่มีมูลค่า 304.5 ล้านดอลลาร์ เมื่อถึงปี 2563 จะขยับเพิ่มไปที่ 1,377 ล้านดอลลาร์ หรือเติบโตเฉลี่ย 35.1% โดยไทยนับเป็นประเทศที่เทคโนโลยีไอโอทีสำหรับคอนซูเมอร์เติบโตได้เร็ว ที่เห็นได้ขัดเจนโดยเฉพาะภายในรถยนต์
          โดยภาพรวม ผู้เล่นที่มีส่วนช่วยให้ตลาดรวมไอโอทีทั่วโลกเติบโตคือ การทำตลาดผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวข้องของยักษ์ไอทีต่างๆ เช่น เอสเอพี ไมโครซอฟท์ อะเมซอน
          พร้อมระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลกำลังผลักดันให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ขณะเดียวกันเข้าไปมีอิทธิพลในทุกๆ อุตสาหกรรม ในไทยฐานผู้ใช้งานทั้ง 3จี และ 4จี เติบโตได้รวดเร็วมาก แนวโน้มปีนี้คาดว่ายังเติบโตแข็งแกร่ง ต่อเนื่องต่อไป