ติดปัญหาคู่แข่งร่วมแจม! "ทีโอที" รับแผนพันธมิตร "เอไอเอส" ล่าช้า

 "ทีโอที" แอ่นอนรับลงนามสัยญาพันธมิตร "เอไอเอส" อืดเป็นเรือเกลือ อ้างผู้ชนะประมูล 4 จี "ทรู-แจส" รุมเจรจาจึงต้องเปิดกว้าง หวังรายได้เพิ่ม ยื่นหมูยื่นแมว "เอไอเอส" ยกเสาโทรคมนาคม 13,000 ต้นให้ไร้เงื่อนไขพร้อมเซ็นสัญญาวันเดียวกัน
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีโอทีได้ส่งร่างบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างทีโอทีกับกบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ให้สำนักงานอัยการตรวจสอบรายอะเอียดและความถูกต้องของสัญญาแล้ว ดังนั้นการจะลงนามในสัญญาเอ็มโอยูดังกล่าวก็รอการตอบกลับจากสำนักงานอัยการก่อนจึงไม่สามารถตอบได้ว่าจะลงนามได้เมื่อใด โดยสัญญาเอ็มโอยูนี้จะมีระยะเวลา 6 เดือนก่อน หลังจากนั้นจะต้องรอการเจรจาในรายละเอียดของสัญญาและส่งสัญญาฉบับจริงให้สำนักงานอัยการตรวจสอบอีกครั้ง โดยสัญญาฉบับจริงจะมีระยะเวลา 15 ปี
          ส่วนการเปิดให้เอกชนที่สนใจเช่าเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ได้รับโอนจากคู่สัญญาสัมปทานนั้น ทีโอทีเปิดกว้างในการให้เช่า เพราะจะทำรายได้เพิ่มให้ทีโอทีแต่ทีโอทีแจ้งให้เอกชนรายอื่นๆทราบว่า เสาและอุปกรณ์ทีโอทีมีทั้งที่มีกรณีข้อพิพาทกับคู่สัญญาสัมปทาน และไม่มีข้อพิพาทจะเช่าในส่วนใด แต่หากจะเช่าทั้งโครงข่ายก็ต้องรอการเจรจากับเอไอเอสซึ่งเป็นคู่สัญญาสัมปทานให้ได้ข้อยุติก่อน สำหรับเอกชนที่ได้แสดงความสนใจที่จะเช่าเสาและอุปกรณ์ของทีโอที ได้แก่ กลุ่มบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูล 4 จี คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์
          "การลงนามในสัญญาเอ็มโอยู และสัญญาจริงกับเอไอเอสอาจต้องลาช้าออกไป เพราะทีโอทีต้องเปิดกว้างในการเจรจากับผู้ประกอบการรายอื่นด้วย เพื่อเพิ่มรายได้ให้ทีโอที เพราะหากมีผู้เช่ารายเดียว ก็ได้เงินน้อย แต่หากมีหลายรายก็ได้เงินมากและวันที่จะตกลงเซ็นสัญญากับเอไอเอส ทีโอทีจะเซ็นสัญญาก็ต่อเมื่อเอไอเอสเซ็นยกทรัพย์สินเสาโทรคมนาคมตามสัญญาสัมปทานให้ทีโอที และถอนคดีออกจากการพิจรณาของคณะอนุญาโตตุลาการด้วย"
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเจรจาระหว่างทีโอทีกับเอไอเอสนั้น ได้เจรจากันมาอย่างยาวนานที่จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกัน แต่ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ เนื่องจากทีโอทีต้องการเปิดกว้างในการเจรจากับรายอื่นๆด้วย แต่ก็ทำให้เกิดความล่าช้าและทีโอทีเสียโอกาสในการทำธุรกิจด้วย เพราะหลายฝ่ายกังวลว่า การมาเจรจาของผู้ประกอบการรายอื่นๆนั้น เป็นเพียงเพราะต้องการให้การลงนามสัญญากับเอไอเอสล่าช้าออกไป
          สำหรับการเจรจาแก้ไขข้อพิพาทนั้นเอไอเอสจะยอมถอนคดีออกจากการพิจรณาของคณะอนุญาโตตุลาการ และโอนเสาโทรคมนาคม 13,000 ต้น ให้ทีโอที และทีโอทีจะต้องให้เอไอเอสใช้เสาและโครงข่าย 2 จี โดยทีโอทีจะได้รับเงินปีละ 5,600 ล้านบาทในปีที่ 1-5 และปีละ 3,600 ล้านบาทในปีที่ 6-15 และเอไอเอสจะเช่าที่ดินในการติดตั้งสถานีฐานต่อไปอีก 2 ปี
          ส่วนการใช้เสาและโครงข่าย 3 จี คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์นั้นเอไอเอสจะลงทุนขยายโครงข่ายให้และเอไอเอสจะขอใช้โครงข่าย 80% โดยจะจ่ายค่าตอบแทนให้ปีละ 3,900 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปีซึ่งเงินตอบแทนไม่รวมเงินที่ลงทุนสร้างโครงข่ายให้และทีโอทียังสามารถนำความจุโครงข่ายที่เหลือ20%ไปให้ผู้ให้บริการรายอื่นๆหรือทีโอทีจะใช้เองก็ได้หากทีโอทีต้องการความจุเพิ่มเอไอเอสก็พร้อมขยายโครงข่ายให้ ซึ่งได้มีการตกลงเบื้องต้นแล้ว เพราะการเจรจาดังกล่าวมีลักษณะคล้ายคลึงกับสัญญาการทำธุรกิจมือถือรูปแบบใหม่ระหว่างบริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับกลุ่มทรู ที่ได้ลงนามเมื่อเดือน ม.ค.2554 ที่ผ่านมา.