ไอซีทีเข้มติดบรอดแบนด์ทั่วปท.ตั้งกรรมการคุมงบก้อนใหญ่2หมื่นล.สั่งกสท-ทีโอทีแจงละเอียดยิบเบิกจ่าย

กระทรวงไอซีทีมอบทีโอที-กสท เจ้าภาพหลักยกระดับโครงข่ายโทรคมนาคมประเทศ 2 หมื่นล้านบาท พัฒนาบรอดแบนด์ถึงทุกหมู่บ้านปี'60 ขยายเกตเวย์ไปต่างประเทศ สั่งทำแผนงานเสนอ 22 ม.ค. สรุปพื้นที่วางโครงข่าย ก.พ. ยันไม่ใช่อินเตอร์เน็ตฟรี เปิดเอกชนร่วม ราคาถูก ตั้งคณะกรรมการดูแลรับผิดชอบ เผยเป็นงบก้อนใหญ่ ต้องส่งแผนการทำงานละเอียด เบิกจ่ายตามจริง
          นายอุตตม สาว นายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสน เทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีทีว่า จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 มกราคม มีมติอนุมัติกรอบงบประมาณ 20,000 ล้านบาท ที่มาจากเงินประมูล 4จี ที่ผ่านมา โดยได้แจ้ง ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดให้เร่งยกระดับโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ทั่วประเทศ ซึ่งในแต่ละหน่วยงานต้องไปคิดมาว่าจะสามารถต่อ ยอดโครงการหรือกิจกรรมใดจากโครงข่ายอินเตอร์เน็ตได้บ้าง เช่น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ต้องไปดูโครงสร้างการบริหารงานด้านขนส่งหรือโลจิสติกส์ใดบ้างที่สามารถต่อยอดกับการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีคอมเมิร์ซ) สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. สามารถช่วยเหลือรัฐบาลท้องถิ่นได้อย่างไร และกรมอุตุนิยมวิทยาจะสามารถเจาะลึกข้อมูลพยากรณ์อากาศลงลึกในระดับพื้นที่ได้หรือไม่
          นายอุตตมกล่าวว่า สำหรับโครงการยกระดับโครงข่ายโทรคมนาคมของประเทศหลัก จะแบ่งเป็น 2 โครงการ คือ 1.การพัฒนาโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้เข้าถึงทุกหมู่บ้าน กรอบงบประมาณ 15,000 ล้านบาท และ 2.โครงการการขยายเกตเวย์ไปยังต่างประเทศ ด้วยกรอบงบประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 โครงการกระทรวงไอซีทีมอบหมายให้ 2 รัฐวิสาหกิจคือ บริษัท ทีโอทีจำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินงาน พร้อมทั้งให้นำแผนงานมานำเสนอในวันที่ 22 มกราคมนี้ เพื่อสรุปพื้นที่ในการวางโครงข่ายภายในเดือนกุมภาพันธ์ และต้องดำเนินโครงการให้เสร็จครบทุกหมู่บ้านภายในปี 2560 ทั้งนี้ขณะนี้พื้นที่ที่มีโครงข่ายบรอดแบนด์แล้วราว 50% แต่ในบางพื้นที่อาจต้องปรับปรุงความเร็วให้ถึง 30 เมกะบิต
          "ต้องบอกว่าโครงการนี้ไม่ใช่โครงการให้อินเตอร์เน็ตฟรีกับประชาชน แต่รัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนโครงข่าย โดยไม่ปิดกั้นเอกชน ทำให้เอกชนสามารถวางโครงข่ายร่วมกันกับเราได้ ดังนั้นราคาค่าบริการต้องเป็นราคาที่ไม่แพง ต้องเป็นราคาระดับภูมิภาคที่ประชาชนสามารถจ่ายได้" นายอุตตมกล่าว
          นายอุตตมกล่าวว่า การได้งบประมาณในครั้งนี้นับเป็นงบประมาณก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยได้มา ดังนั้นกระทรวงไอซีทีต้องจัดสรรงบประมาณด้วยความระมัดระวัง จึงได้มอบหมายให้นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงไอซีที เป็นประธาน ในการกำกับดูแลการจัดสรรงบประมาณ ด้วยการตั้งระบบพีเอ็มโอ (Project Management Office) เพื่อติดตามการทำงาน ประเมินผล และแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยต้องมีตัวแทนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการ และร่วมกันรับผิดชอบ ทั้งระดับผู้บริหารและกระทรวงในฐานะผู้กำกับดูแล ดังนั้นทีโอที และ กสท ต้องส่งแผนการทำงานที่ละเอียดและเบิกจ่ายการดำเนินงานตามจริง ด้วยต้นทุนที่เป็นจริง และไม่ควรทำงานเหมือนที่ผ่านมา การทำงานต้องเป็นไปตามเป้าหมายและเสร็จทันตามกำหนด