ICTหารือกสทช.ทำงานร่วม ยกระดับโครงข่ายบรอดแบนด์หมู่บ้านทั่วไทย

กระทรวงไอซีที หารือ กสทช.เพื่อทำงานร่วม ลดความซ้ำซ้อนวางโครงข่ายบรอดแบนด์หมู่บ้านทั่วไทย คาดสรุปภายใน 3 สัปดาห์ พร้อมจ่อเสนอบอร์ดดีอี-คสช.ปลดล็อกโครงการ USO ภายในเดือน ก.พ.นี้
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (14 ม.ค.) เวลา 12.30 น. นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และปลัดกระทรวง พร้อมด้วยคณะทำงาน ได้เดินทางเข้าพบ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
          ทั้งนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการติดตั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตร่วมกันเพื่อให้แผนการทำงานสอดคล้องกับแผนงานโครงการติดตั้งโครงข่ายเพื่อให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ในโครงการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) ของ กสทช.
          นายอุตตม สาวนายน รมว.ICT กล่าวว่า จากการหารือสรุปเบื้องต้นว่า กระทรวง ICT ซึ่งมีโครงการขยายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ให้เข้าถึงทุกหมู่บ้านกว่า 70,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะทำโครงการร่วมกับโครงการ USO ของ กสทช.โดยจะดำเนินการในลักษณะของการประสานงานกันระหว่างกระทรวง ICT กับ กสทช.
          โดยหากพื้นที่ใดที่ USO ยังไม่มีแผนดำเนินการติดตั้งอินเตอร์เน็ต ทาง ICT ก็จะดำเนินต่อเนื่องในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อไม่ให้เป็นการทับซ้อนกัน รวมถึงการเข้าไปพัฒนาคน ฝึกอบรมการใช้งาน แอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าใช้งานและรับประโยชน์จากโครงการได้จริง
          ส่วนกรณีที่โครงการดังกล่าวของ USO ถูกคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชะลอโครงการอยู่นั้น ทาง ICT จะรวบรวมรายละเอียดเพื่อนำเสนอต่อ คสช.ว่า สามารถปลดล็อคให้โครงการดำเนินต่อไปได้หรือไม่ และเสนอที่ประชุมคณะกรรมการเตรียมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (บอร์ดดีอี) เป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งจะมีการประชุมในช่วงปลายเดือน ม.ค.หรือต้นเดือน ก.พ.2559
          “เราพยายามจะร่วมกันทำงานเพื่อให้ได้ข้อสรุปในเรื่องนี้ภายใน 3 สัปดาห์ ก่อนที่จะเสนอต่อบอร์ดดีอีพิจารณา ซึ่งจะมีการประชุมในช่วงปลายเดือน ม.ค.-ต้นเดือน ก.พ.นี้” นายอุตตม กล่าว
          พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร กรรมการ กสทช.กล่าวว่า เดิมโครงการของ USO มีผู้ชนะการประกวดราคาอยู่แล้ว คือ บริษัท ทีโอทีจำกัด (มหาชน) หรือ TOT ที่ชนะมาในราคาประมาณ 400 ล้านบาท ของโครงการนำร่อง ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก และหนองคาย แต่ไม่สามารถเริ่มโครงการได้เนื่องจากมีคำสั่งจาก คสช.ให้ชะลอ
          ในส่วนนี้หากมีการปลดล็อกให้ทำต่อไปจะต้องมีการทบทวนจำนวนเงินและรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากแผนงานเดิมได้ทำไว้นานแล้วตั้งแต่ปี 2556 ดังนั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับนโยบายที่เกิดขึ้น รวมถึงในบางพื้นที่ได้มีการขยายบริการเหล่านี้ไปแล้ว
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า การเสนอให้มีการปลดล็อกโครงการของ USO ก็เพื่อให้แผนงานดำเนินต่อไปได้ โดยให้มีการปลดล็อกโครงการใหญ่ทั้งหมดก่อน หลังจากนั้น กสทช.จะกลับมาตัดสินใจในส่วนของ TOT ที่จะชนะการประกวดราคาไปแล้วว่ายังสอดคล้องกับ TOR ตามความต้องการอยู่หรือไม่ หากสอดคล้องก็จะเดินหน้าต่อ แต่หากไม่สอดคล้องก็คงต้องยกเลิก และดำเนินการประกวดราคาใหม่ ส่วนเงินที่ใช้ในโครงการนี้ จะใช้เงินของกองทุนฯ ในโครงการของ USO เดิมทั้งหมดก่อน