"ไอซีที"อาสาเคลียร์คสช.-รัฐ หวังปลดล็อกโครงการยูเอสโอ

 ปูพรมบริการโทรคม พื้นฐาน7หมื่นหมู่บ้านตามยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล
          อุตตม พบ กสทช. หวังปูพรมบริการโทร
          คมพื้นฐานเข้าถึงครบ 7 หมื่นหมู่บ้านตามยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล เสนอตัวส่งเรื่องเข้าบอร์ดดีอีชั่วคราว เคลียร์ คสช.-รัฐบาล ปลดล็อกโครงการยูเอสโอของ กสทช. ไปในตัว ลดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน
          พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นประธานหารือร่วมกับนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร (ไอซีที) เรื่องการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล
          ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มพื้นที่การเข้าถึงบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ทั้งบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ และฟรีไว-ไฟใน 70,000 หมู่บ้าน
          ความตั้งใจของไอซีที ต้องการให้การดำเนินงานสอดรับกับแผนงาน โครงการติดตั้งโครงข่ายเพื่อให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ในโครงการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (ยูเอสโอ) ของ กสทช. เพื่อไม่ให้เกิดการลงทุนด้านโครงข่ายที่ซ้ำซ้อนกัน
          นายอุตตม กล่าวว่า หลังจากโครงการยูเอสโอ ของ กสทช. ถูกคำสั่งให้ชะลอแผนการดำเนินงานจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างไรก็ดีกระทรวงไอซีทีจะเป็นผู้ประสาน กับรัฐบาล และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เพื่อขอปลดล็อก โครงการยูเอสโอของ กสทช. ให้เดินหน้าโครงการ
          เบื้องต้นจะนำเรื่องโครงการยูเอสโอ เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (บอร์ดดีอี ชั่วคราว) ซึ่งคาดว่าจะนำเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมได้ในนัดแรกช่วงต้นเดือนก.พ.นี้
          ขณะที่ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร กรรมการ กสทช. ระบุว่า แผนการจัดการให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคม (ยูเอสโอ) ของ กสทช. จะต้องปรับแผนแม่บทให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลา วงเงินประมูลจะต้องปรับหรือเพิ่มเป้าหมายจากเดิม
          โครงการยูเอสโอเดิมของ กสทช. มี บมจ. ทีโอที ชนะการประมูลด้วยมูลค่าโครงการ 429 ล้านบาท แต่ถูกชะลอโครงการจาก คสช. ทำให้โครงการหยุดชะงักลง
          "ต้องหารือกับทีโอทีว่าเมื่อเปลี่ยนแปลงทีโออาร์ แล้วลดจำนวนเงินลง เพราะเมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไปหลังจากการเซ็นสัญญามาแล้ว 2 ปี แต่จำนวนผู้ใช้ในพื้นที่อาจมีเพิ่มมากขึ้นแล้ว เราอาจจะเปลี่ยนเป็นการเพิ่มเป้าหมายการให้บริการมากขึ้นจะทำได้ไหม หากทำไม่ได้ก็จะต้องประมูลใหม่หรือไม่ ซึ่งเราต้องมาคุยกันอีกที และอาจจะดำเนินตามจังหวัดแต่ไม่นำร่อง จ.หนองคาย และพิษณุโลก ส่วนงาน ของรัฐบาล กสทช. จะเข้าไปเสริม ซึ่งจะไม่ทำซ้ำซ้อนกันในพื้นที่ 70,000 หมู่บ้าน"
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เสริมว่า ขณะนี้เงินกองทุนยูเอสโอ มีประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวมีแผนที่ชัดเจน กสทช. จะใช้เงินกองทุนที่กล่าวมานี้ แต่หากไม่เพียงพอก็จำเป็นที่จะต้องนำเงินที่มาจากการประมูลเพื่อดำเนินโครงการยูเอสโอ ต่อไป
          โครงการยูเอสโอ เป็นแผนงานประจำปี 2556-2559 โดยกำหนดเป้าหมายภายใน 5 ปี จะใช้เงินกองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมจำนวน 22,000 ล้านบาทเพื่อนำมาดำเนินการขยายโครงข่ายโทรคมนาคมในการให้บริการกับประชาชนตามชนบทได้ใช้อย่าง ทั่วถึง อินเทอร์เน็ตความเร็วขั้นต่ำ 2 เมกะบิตต่อวินาที
          โดย กสทช. ได้กำหนดพื้นที่ที่ให้ลงทุน ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่ไม่มีบริการโทรคมนาคมทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเทอร์เน็ต ซึ่ง กสทช. ได้เปิดให้ประมูลให้ก่อสร้างโครงข่ายเพื่อให้บริการในบริเวณนั้นๆ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการ การเข้าถึงบริการโทรคมนาคมทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเทอร์เน็ต เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และลดความเหลื่อมล้ำของสังคมในเมือง และสังคมชนบทได้ เนื่องจากทุกคนสามารถเรียนรู้ได้จากอินเทอร์เน็ต หรือสังคมออนไลน์ ที่มีข้อมูลหลากหลาย แต่การใช้อินเทอร์เน็ต ต้องรณรงค์ให้ใช้ในเชิงสร้างสรรค์ด้วยเช่นกัน
          ทีโอทีเป็นผู้ชนะการประมูลตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากเป็นผู้ได้เสนอราคา ประมูลต่ำที่สุดต่อกสทช. เพื่อขอเป็นผู้ดำเนินการให้บริการโทรคมนาคมโดยทั่วถึงระยะที่ 3 (พ.ศ.2556-2559) ในโครงการนำร่อง ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก และหนองคาย
          ประกอบด้วย 4 โครงการคือ 1.โครงการจัดให้มีบริการโทรศัพท์สาธารณะโดยทั่วถึง จ.พิษณุโลก ติดตั้งโทรศัพท์สาธารณะ 51 หมู่บ้าน จำนวน 102 เลขหมาย 2.โครงการจัดให้มีบริการโทรศัพท์สาธารณะโดยทั่วถึง จ.หนองคาย ติดตั้งโทรศัพท์สาธารณะ 6 หมู่บ้าน จำนวน 12 เลขหมาย
          3.โครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จ.พิษณุโลก จัดตั้งศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชน 13 แห่ง และจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ต โรงเรียน, อนามัย, อบต, จำนวน 232 แห่ง และ 4.โครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จ.หนองคาย จัดตั้งศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชน 6 แห่ง และ จัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ต โรงเรียน,อนามัย,อบต จำนวน 108 แห่ง