ทีโอทีเล็งลุย''3จี''เจาะข้าราชการไร้แผนแข่งเอกชน

          ทีโอทีกางแผน 3จี คลื่น 2100 หลังเป็นพันธมิตรเอไอเอส  หันบริการข้าราชการระดับล่าง ด้าน สหภาพฯ โวย มีแต่นโยบายกลวง ลงมติเลือก เอไอเอสแต่ยังไม่ยอมขยับ ลุ้นที่ประชุมบอร์ด วันนี้เดินหน้าแผนงาน กระทุ้งตื่นตัวก่อน ตกขบวน เหตุเอกชนเดินสู่ "4จี" เต็มตัว

          นายชิต เหล่าวัฒนา กรรมการบริหาร บมจ.ทีโอที กล่าวถึงแผนให้บริการ 3จี คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ หลังจากเลือกเอไอเอส เป็นพันธมิตรทางธุรกิจว่า จากข้อตกลงที่จะให้เอไอเอสลงทุนขยายเครือข่ายเพิ่มเติมอีกประมาณ 1 หมื่นสถานนีฐาน จากเดิมมีอยู่ 5,320 สถานีฐานโดยต้องจ่ายค่าเช่าโครงข่าย และส่วนแบ่งรายได้ให้ทีโอทีอย่างน้อยประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปีแลกกับการได้ความจุของระบบ 3จี คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ของทีโอที 80% ทำตลาด

          เบื้องต้นจะมีเลขหมายให้บริการประมาณ 7 ล้านเลขหมาย ขยายได้ถึง 14 ล้านเลขหมาย ที่เหลืออีก 20% ยืนยันไม่มีแผนทำธุรกิจ แข่งเอกชนแน่เพราะที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทีโอทีทำตลาดเองกว่า 10 ปีเหลือ ลูกค้าไม่ถึง 1 แสนราย

          ดังนั้น แผนให้บริการความจุที่เหลือจะมี 2 ลักษณะคือ 1. การให้บริการ Remittance หรือการโอนเงินระหว่างเมืองหลวงกับต่างจังหวัด หรือการโอนเงินไปยังต่างประเทศทางอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากการโอนเงินจำนวนน้อยๆ ผ่านธนาคารหรือแหล่งอื่นๆ เสียค่าธรรมเนียมมากกว่าจำนวนเงินที่โอน นอกจากนี้ แรงงานต่างด้าวมักนิยมใช้บริการโอนเงินนอกระบบทำให้ตรวจสอบได้ยาก

          และ 2. การให้บริการโทรศัพท์มือถือสำหรับข้าราชการระดับซี5 ลงมา ด้วยราคาประหยัด เช่น เดือนละ 200 บาท และการตอบแทนสังคม

          ส่วนกรณีพิพาทเรื่องเสาโทรคมนาคมระหว่างทีโอทีกับเอไอเอสประมาณ 13,000 สถานีฐานได้ข้อยุติแล้ว โดยทีโอทีในฐานะเจ้าของเสาโทรคมนาคมจะให้สิทธิพื้นที่ บนเสาโทรคมนาคมกับเอไอเอสมาเช่าใช้ แต่เปิดกว้างให้รายอื่นด้วย รวมทั้งอุปกรณ์ 2จีคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ก็เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ เจรจากับบริษัทแจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัดอยู่เช่นกัน

          "เข้าใจว่าเรื่องการเช่าอุปกรณ์ 2จีเอกชนคงพูดคุยกันเองแล้วหากได้ข้อสรุปอย่างไรก็มาเจรจากับทีโอทีได้ โดยตามหลักการแล้วทีโอที ก็ควรได้ค่าเช่าที่มากขึ้น"

          ส่วนคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อนุมัติให้ทีโอทีปรับปรุง การใช้งานให้เปลี่ยนเทคโนโลยี และมาให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ไปจนถึงปี 2568 ทีโอทีมีแผน นำมาเปิดให้บริการโอเพ่น ไว-ไฟเพิ่มศักยภาพการให้บริการไฟเบอร์ทูเดอะโฮม (เอฟทีทีเอช)

          แหล่งข่าวสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบมจ.ทีโอที (สรท.) กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการ (บอร์ด) ชุดที่มีพล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ เป็นประธาน ยังไม่ได้เสนองานบริหารส่วนธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่อย่างใด แม้ว่าปี 2559 อุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะก้าวสู่การให้บริการ 4จีอย่างเต็มรูปแบบจากเอกชนทุกรายหลังประมูลคลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์เสร็จเมื่อปีที่ผ่านมา

          นอกจากนี้ แผนงานการให้บริการโทรศัพท์มือถือของทีโอที แม้จะกำหนดไว้บ้างแล้ว แต่ แผนงานที่เสนอบอร์ดยังไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพราะจนถึงขณะนี้ทีโอทียังไม่ได้ เซ็นสัญญากับบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) แม้บอร์ดมีมติเลือกเอไอเอสเป็น พาร์ทเนอร์มาตั้งแต่เดือนธ.ค.

          "เท่าที่รู้น่าจะมีประชุมบอร์ดทีโอทีพิจารณาเรื่องแนวงานในตัวสัญญากับเอไอเอสวันนี้ (11 ม.ค.) ถ้าบอร์ดมีมติออกมายังไงก็น่าจะ เร่งทำให้เร็วที่สุด เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นทีโอทีก็จะขยับตัวช้ากว่าคู่แข่งอีกแล้ว"

          ทั้งนี้ สิ่งที่สหภาพฯ ต้องการเห็นคือ แนวทางการทำงานของบอร์ดและผู้บริหารอย่างเป็น รูปธรรม รวมทั้งการหารายได้ของทีโอทีใน ระยะยาว เพราะเมื่อมติบอร์ดสรุปมาว่า การเป็นพาร์ทเนอร์กับเอไอเอส สร้างรายได้ระยะยาว ดังนั้นบอร์ดก็ควรเร่งเซ็นสัญญากับเอไอเอส ให้เร็วที่สุด เพราะจากการประเมินของ ฝ่ายบริหารระบุว่าปี 2559 หากทีโอทียังไม่ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารและการหารายได้จะทำให้ทีโอทีมีผลประกอบการขาดทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท