เอไอเอสถกทีโอทีใช้คลื่น2300

 เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงผลการประมูลคลื่น 900 MHz ว่า นอกจากราคาชนะประมูล และผู้ชนะการประมูล ที่เหนือความคาดหมายแล้ว ยังมีข้อสังสัยว่าหลังสิ้นสุดการประมูลทั้ง 4 รายจะมีอนาคตเป็นเช่นไรนั้น สำหรับค่ายเอไอเอสและค่ายดีแทคแม้จะไม่ชนะการประมูล แต่ระดับราคาที่ยืนหยัดสู้ก็ไม่ต่ำกว่า 70,000 ล้านบาททั้งสองค่าย สะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองค่ายสู้เต็มที่ และไม่ได้ส่งสัญญาณแม้แต่น้อยว่าจะถอนตัวออกจากตลาดมือถือเมืองไทย โดยทั้งสองค่ายยังมีคลื่นความถี่ย่านอื่นที่จะให้บริการได้อยู่ และปัจจุบันก็ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้สถานการณ์คับขันแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องกำหนดกลยุทธ์เพื่อรักษาคุณภาพบริการและส่วนแบ่งการตลาดให้ได้
          ด้าน บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ชี้แจงกรณี บจ.แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค หรือเอดับบลิวเอ็น (เอดับบลิว) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือตัดสินใจไม่ประมูลคลื่น 900MHz ว่า เนื่องจากจำนวนคลื่นความถี่มีเพียงพอให้บริการกับลูกค้าทั้งคลื่น 2100 MHz จำนวน 15 MHz ที่ปัจจุบันสามารถให้บริการ 3 จีได้ทั่วประเทศ ความครอบคลุมกว่า 97 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร และคลื่น 1800 MHz ขนาด 15 MHz ที่ประมูลได้เมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา โดยบริษัทจะเปิดให้บริการ 4 จีอย่างเป็นทางการในเดือนม.ค.59 นี้ รวมทั้งความร่วมมือกับ บมจ.ทีโอที ที่อยู่ในระหว่างการเจรจาคลื่นความถี่ย่าน 2300 MHz เพื่อนำคลื่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
          นอกจากนี้ในอนาคตยังเตรียมประมูลคลื่นความถี่อื่นๆ ตามที่ กสทช.ประกาศไว้ อาทิ คลื่นความถี่ 1800 MHz ซึ่งจะสิ้นสุดสัมปทานกับ บมจ.กสท.โทรคมนาคม ในอีก 3 ปีข้างหน้า ดังนั้น ถือว่าเอไอเอสยังมีความแข็งแกร่งในด้านโครงข่ายที่สามารถดูแลลูกค้ากว่า 37 ล้านคน และลูกค้าใหม่ที่กำลังจะเข้ามาอย่างมีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ เอไอเอสพิจารณาประเด็นต่างๆ อย่างถี่ถ้วนโดยคำนึงความเพียงพอของคลื่นความถี่ต่อการแข่งขันในอนาคต การตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ยังคงใช้มือถือ 2 จี รวมถึงการคงความแข็งแกร่งในด้านการเงินของบริษัท
          ที่สำคัญเมื่อบริษัทตัดสินใจไม่ประมูลต่อจะทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดที่แข็งแรงสามารถนำเงินไปใช้ลงทุนโครงข่าย 4 จีได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาปรับปรุงโครงข่าย 3 จีที่ยังเติบโตอยู่ให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังลงทุนในธุรกิจอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ AIS Fibre ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่เด่นชัด สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค
--จบ--