แคทหาช่องเป็นพัทธมิตรทรู-ดีแทค แปลงเสาโทรคมนาคมเป็นทุน สร้างรายได้โกยกำไรยั่งยืน

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เจรจากับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ตามนโยบายของนายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจและสร้างรายได้ให้แคทอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนแล้ว
          สำหรับการเจรจากับกลุ่มทรูนั้น ในเบื้องต้นจะจ้างบริษัทที่ปรึกษามาประเมินมูลค่าทรัพย์สินตามสัญญาสัมปทาน ทั้งเสาโทรคมนาคม และระบบสื่อสารสัญญาณต่างๆแม้ปัจจุบันทรูยังไม่ได้ส่งมอบทรัพย์สินให้แคทหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานเมื่อเดือน ก.ย.56 แต่ได้เจรจาที่จะไม่ฟ้องร้องกัน และส่งมอบให้กับแคท เพื่อนำมาประเมินทรัพย์สินแล้วแปลงทรัพย์สินนั้นเป็นทุน ซึ่งแคทจะถือหุ้นในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มทรูโดยปัจจุบันเสาโทรคมนาคมตามสัญญาสัมปทาน ที่ทรูต้องส่งมอบให้แคทมีราว 7,000-8,000 ต้น และเป็นเสาโทรคมนาคมในนามบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด อีกราว 12,000 ต้น คาดว่าการเจรจาจะชัดเจนภายในสิ้นปีนี้
          ส่วนการเจรจากับดีแทคนั้น จะเป็นลักษณะการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน โดยแปลงทรัพย์สินเป็นทุนเช่นกัน โดยเสาโทรคมนาคมของดีแทคที่จะส่งมอบให้แคทมีราว 8,000-9,000 ต้น แต่ดีแทคจะขอซื้อคืนราว 4,500 ต้น ซึ่งแคทจะนำเงินจากการซื้อคืนมาแปลงเป็นหุ้นต่อไปแต่กรณีของดีแทคยังติดปัญหาหลายประการเพราะสัญญาสัมปทานดีแทคยังไม่สิ้นสุด หากจะดำเนินการดังกล่าวต้องแก้ไขสัญญาสัมปทานครั้งที่ 4 ซึ่งใช้เวลาในการดำเนินการอีกฉะนั้นจะนำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) แคท, ไอซีที และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อแคทมากที่สุด หากไม่ดำเนินการใดๆแคทจะขาดทุนอย่างแน่นอนในปี 59 โดยบอร์ดแคทจะให้ความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้เช่นกัน
          "วันนี้ถ้าแคทไม่เจรจาหาพันธมิตรเช่าเสาโทรคมนาคมที่มีอยู่รวมกันราว 20,000 ต้น หรือยังแก้ปัญหาไม่ได้ หรือการแก้ปัญหามีขั้นตอนยุ่งยาก เอกชนต้องลงทุนสร้างเสาเองแน่นอนส่งผลให้ไม่มีใครเช่าเสาของแคท ทำให้แคทสูญเสียรายได้และขาดทุนไปเรื่อยๆดังนั้น แคทต้องทำให้การเช่าเสาโทรคมนาคมของแคทมีความคล่องตัว เป็นไปตามระเบียบ และถูกต้องตามหลักการทำธุรกิจระหว่างกัน เชื่อว่าเอกชนหลายรายไม่ต้องการลงทุนสร้างเสาโทรคมนาคมซ้ำซ้อน".--จบ--