"ทีโอที-กสท"เร่งแผนฟื้นฟูตามคำสั่งคนร.

 แหล่งข่าวระดับสูงจากบมจ.ทีโอที ระบุว่า การ ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอทีชุดที่มีนาย พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ เป็นประธานเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้หารือเกี่ยวกับการวางนโยบายของบอร์ดใหม่อีกครั้ง และหารือถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดประมูลใบอนุญาต4จีคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์สำเร็จ และยังจะมีประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์วันที่ 15 ธ.ค.นี้
          การประชุมบอร์ดบอร์ดทีโอทีครั้งล่าสุด จึงมีมติเลือก "เอไอเอส" เป็นพันธมิตรกลุ่มธุรกิจมือถือ โดยจะคาดเซ็นสัญญาภายใน ธ.ค.นี้ ได้สิทธิทำมือถือบนคลื่น 2.1 ทีโอที จำนวน 15 เมก อายุสัญญา 10 ปี
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ทีโอทีจะลงนามในบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น (เอ็มโอยู) กับ เอไอเอสโดยเร็ว เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้และสร้างรายได้ให้ทีโอที เพราะขั้นตอนการทำสัญญาการเป็นพันธมิตรนั้นใช้เวลานาน คาดว่าจะเซ็นสัญญาภายในเดือนธ.ค. 2558 เบื้องต้นจะทำสถานีฐานบริการมือถือเพิ่มขึ้นอีก 10,000 ต้น จากปัจจุบันมี 5,320 ต้น สัญญามีอายุ 10 ปี
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมหารือของบอร์ดทีโอทีเกี่ยวพันกับที่บอร์ดชุดก่อนหน้านี้ได้มีมติยุบโครงสร้างสายงานโทรศัพท์เคลื่อนที่เนื่องจากเกิดการขาดทุน เมื่อได้ลงทุน3จีดังกล่าวไปด้วยงบประมาณ 20,000 ล้านบาท เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น และไม่แก้ปัญหาที่เกิด จึงสอดคล้องกับความต้องการที่จะให้ทีโอทีเป็นผู้ให้บริการ อินฟราสตรักเจอร์อย่างเดียว
          ดังนั้นสิ่งทีโอทีดำเนินการได้คือ เร่งหาพันธมิตรทางธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งกลุ่มธุรกิจสายงานโทรศัพท์เคลื่อนที่นี้การประชุมบอร์ดทีโอที ที่ผ่านมายังหาข้อสรุปไม่ได้ เพราะเพียงหารือประเด็นการทำสัญญาต่างๆ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจจะขัดต่อพ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐพ.ศ.2556 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) หรือไม่
          ภายหลังการหารือบอร์ดทีโอทีมีมติว่า ไม่ขัดต่อพ.ร.บ.ร่วมทุน เนื่องจากเสาโทรคมนาคมตามสัญญานั้น ทีโอทีไม่ได้ให้สิทธิ์บริษัทเอกชนทั้งเสาเพียงให้มาติดตั้งอุปกรณ์เท่านั้นจึงเป็นข้อสรุปให้เลือกเอไอเอสเป็นพันธมิตรดังกล่าว
          ด้านพ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่บมจ. กสท โทรคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าในการเจรจายุติข้อพิพาทเรื่องเสาโทรคมนาคมประมาณ 10,000 ต้น ระหว่าง กสท โทรคมนาคม และ กลุ่มทรูว่า ขณะนี้เพิ่งตั้งทีมเจรจาจากตัวแทนของทั้ง 2 บริษัท เพื่อเจรจากันทุกๆสัปดาห์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปี 2558 นี้ส่วนเรื่องการเจรจายุติข้อพิพาทกับดีแทค ซึ่งได้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่อยู่ในข้อพิพาท ทั้งเรื่องเสาโทรคมนาคม และสายไฟเบอร์ออพติกเรียบร้อยแล้ว
          ซึ่งทั้ง 2 บริษัทจะนำทรัพย์สินมาทำธุรกิจในรูปแบบของการร่วมลงทุน  โดย กสท โทรคมนาคม จะถือหุ้น 49% และดีแทค ถือหุ้น 51% ด้วยการตั้ง 2 บริษัทใหม่ แบ่งเป็นบริษัทที่ดูเรื่องเสาโทรคมนาคม และบริษัทที่ดูเรื่องไฟเบอร์ออพติก เพื่อในอนาคตจะสะดวกต่อการนำโครงข่ายไปดำเนินการร่วมกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ต้องการนำทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมมาใช้ร่วมกัน
          โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอสำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.)พิจารณา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการกำกับดูแลตามมาตรา 43 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กระทรวงการคลัง และเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ จากนั้นก็จะดำเนินการแก้ไขสัญญาสัมปทานกับดีแทค คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จภายในสิ้นปีนี้ และจะสามารถเซ็นสัญญาตั้ง 2 บริษัทดังกล่าว และดำเนินธุรกิจได้ภายในต้นปีหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอบรรจุในวาระการประชุมให้คนร.เห็นชอบ