เปิดขุมข่ายธุรกิจ ASEAN 100

  อันดับ 1 Noble Group (NOBL)
          บริษัทด้านการลงทุนจากฮ่องกงที่มาตั้งรกรากที่ประเทศสิงคโปร์ เน้นการลงทุนในธุรกิจซัพพลายเชนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมพลังงานจากทั่วโลกเพื่อป้อนให้กับประเทศต่าง ๆ ในตลาดเกิดใหม่ สำหรับธุรกิจพลังงานครอบคลุมทั้งพลังงานไฟฟ้า ก๊าซ ปิโตรเคมิคอล ถ่านหิน รวมทั้งโลหะต่าง ๆ เช่น แร่เหล็ก แมงกานีส โครเมียม และอะลูมิเนียม
          นอกจากนี้ ยังถือหุ้น 49% ในบริษัทโนเบิล อกริ ลิมิเตด พาร์ตเนอร์ด้านอุตสาหกรรมการเกษตรกับ COFCO ของรัฐบาลจีน
          อันดับ 3 Wilmar International (WIL)
          บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของตลาดหุ้นสิงคโปร์ มีธุรกิจหลัก ๆ ได้แก่ การเพาะปลูกปาล์มน้ำมัน, การกลั่นน้ำมันสำหรับบริโภค รวมถึงการทำไบโอดีเซล ไขมันพิเศษ การผลิตน้ำตาล การผลิตปุ๋ย ปัจจุบัน วิลมาร์ฯมีโรงงาน 450 แห่ง โดยโครงข่ายการจัดจำหน่ายครอบคลุมไปถึงประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และอีก 50 ประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยพนักงาน 92,000 คน
          อันดับ 4 Jardines Matheson Holdings (JM)
          บริษัทด้านลงทุนจากฮ่องกง อีกหนึ่งบริษัทที่มาตั้งฐานอยู่ในสิงคโปร์ ดำเนินธุรกิจหลากหลาย อาทิ ด้านวิศวกรรม, การก่อสร้าง, บริการขนส่ง, อสังหาริมทรัพย์, ค้าปลีก, โรงแรมระดับ 5 ดาว, ยานยนต์, บริการทางการเงิน, ธุรกิจการเกษตร โดยแมธทีสันจะมุ่งเน้นทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีบริษัทในเครือจำนวนมาก อาทิ บริษัท จาร์ดีน แปซิฟิก, จาร์ดีน มอเตอร์ส, จาร์ดีน ลอยด์ ทอมป์สัน, ฮ่องกง แลนด์ และแดลี่ ฟาร์ม เป็นต้น
          อันดับ 5 Jardine Strategic Holdings (JS)
          หนึ่งในบริษัทลูกของ จาร์ดีน แมธทีสัน โฮลดิงส์ ก่อตั้งที่ประเทศจีนในปี 2375 โดยเริ่มจากทำธุรกิจเทรดดิ้ง ปัจจุบันมีบริษัทในเครือหลายแห่ง อาทิ จาร์ดีน มอเตอร์, จาร์ดีน ลอยด์ ธอมป์สัน, ฮ่องกง แลนด์, แดรี ฟาร์ม, แมนดาริน โอเรียนเตล และ แอสตรา อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งบรรดาบริษัทข้างต้นเป็นผู้นำในสาขาวิศวกรรมและก่อสร้าง, การขนส่ง, นายหน้าประกันภัย การลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, ค้าปลีก, ร้านอาหาร, โรงแรม, ยานยนต์ บริการการเงิน, เครื่องจักรกลหนัก เหมืองแร่และการเกษตร
          บริษัทแห่งนี้จดทะเบียนครั้งแรกในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน และต่อมาจดทะเบียนในเบอร์มิวด้าและสิงคโปร์
          อันดับ 6 Jardine Cycle & Carriage (JC&C)
          บริษัทในเครือจาร์ดีน แมธทีสัน ทำธุรกิจด้านยานยนต์เป็นหลัก สำหรับในประเทศสิงคโปร์เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของเมอร์ซิเดส-เบนซ์, มิตซูบิชิ, เกีย และซีตรอง นอกจากนี้จาร์ดีน ไซเคิล แอนด์ แคริเอจ ยังถือหุ้น 50% ในบริษัท แอสตร้า อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย
          เจซีแอนด์ซีมีเครือข่ายธุรกิจทั้งในอินโดนีเซีย เวียดนาม สิงคโปร์  มาเลเซีย และเมียนมา รวมการจ้างงานราว 253,000 ตำแหน่ง
          อันดับ 10 Olam International (OLAM)
          ผู้นำธุรกิจสินค้าการเกษตรระดับโลก  ทั้งการเป็นผู้จัดหา เก็บรักษา ขนส่ง และแปรรูป กลุ่มสินค้าเกษตร อย่างโกโก้ กาแฟ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วอัลมอนด์ เฮเซลนัท ข้าว รวมถึงเครื่องเทศต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก รวมทั้งการจัดหาสินค้าโภคภัณฑ์อย่าง ยาง ฝ้าย สู่ช่องทางจัดจำหน่ายใน 65 ประเทศทั่วโลก
          อันดับ 12 Singapore Telecommunications (ST)
          บริษัทโทรคมนาคมของสิงคโปร์ที่มีฐานผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือมากถึง 500 ล้านคน ใน 25 ประเทศทั่วโลก และเป็นเจ้าของเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน จากการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือหลายบริษัทในภูมิภาคนี้ ประกอบด้วยบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ในประเทศไทย, บริษัท พีที เทเลโคมูนิคาซี เซลูลาร์ (PT Telekomunikasi Selular) ในอินโดนีเซีย และโกลบเทเลคอม (GLO) ในประเทศฟิลิปปินส์ และยังเป็นเจ้าของโครงข่ายออพตัส (Optus) ยักษ์มือถืออันดับ 2 ในออสเตรเลีย และภารตีแอร์เทล (Bharti Airtel) ในอินเดีย
          และยังคงขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยประกาศทุ่มเงินลงทุนในช่วง 3 ปี (2557-2559) มูลค่า 16,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 480,000 ล้านบาท) เพื่อขยายกิจการและเพิ่มทุนบริษัทในเครือข่ายในภูมิภาคนี้
          อันดับ 15 Singapore Airlines (SIA)
          สายการบินแห่งชาติของสิงคโปร์ ถือหุ้นใหญ่โดย "เทมาเส็ก โฮลดิ้ง" บริษัทด้านการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ถือเป็นสายการบินที่มีความแข็งแกร่งในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และโอเชเนีย นอกจากธุรกิจสายการบินแล้ว สิงคโปร์แอร์ไลน์ยังขยายไปยังธุรกิจเกี่ยวข้อง เช่น ระบบการจัดการและวิศวกรรมอากาศยาน รวมถึง "สิงคโปร์ แอร์ไลน์ คาร์โก" บริษัทลูกที่ดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้าและจัดเก็บสัมภาระบนเครื่องบินโดยสาร
          นอกจากนี้สิงคโปร์แอร์ไลน์ยังลงทุนในสายการบินเวอร์จินแอตแลนติกและสายการบินไทเกอร์แอร์ไลน์ เพื่อรับมือการแข่งขันจากสายการบินต้นทุนต่ำ โดยปีที่ผ่านมาสิงคโปร์แอร์ไลน์จัดว่าเป็นสายการบินที่มีจำนวนผู้โดยสารมากเป็นอันดับที่ 11 ในเอเชีย และมีผู้โดยสารระหว่างประเทศมากเป็นอันดับ 6 ของโลก
          อันดับ 20 Keppel Corp (KEP)
          หนึ่งในบริษัทข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสิงคโปร์ ก่อตั้งในปี 1968 เริ่มต้นจากการเป็นผู้ให้บริการซ่อมเรือเดินสมุทรของสิงคโปร์ กระทั่งปัจจุบันมีการขยายเครือข่ายข้ามชาติใน 30 ประเทศทั่วโลก โดยโฟกัส 3 ธุรกิจหลัก คือ 1.ธุรกิจนอกชายฝั่งและเรือเดินสมุทร เป็นหนึ่งในบริษัทขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดของโลก  2.ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั้งด้านพลังงาน โทรคมนาคม และโลจิสติกส์ และ 3.ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
          อันดับ 21 DBS Group Holding (DBS)
          ดีบีเอส กรุ๊ป หรือที่รู้จักกันในนาม "ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศสิงคโปร์" เป็น กลุ่มธุรกิจการเงินใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งเป็นกิจการที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคอาเซียนด้วยมูลค่า 11.19 ล้านล้านบาท ทั้งได้รับการยกย่องว่าเป็น "ธนาคารที่มีความปลอดภัยที่สุดในเอเชีย" ติดต่อกัน 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2552-2557
          ดีบีเอส เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ "เทมาเส็ก โฮลดิ้ง" ถือหุ้นใหญ่ มีสาขากว่า 280 แห่ง ใน 18 ประเทศ ตลาดเป้าหมายสำคัญคือประเทศจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ โดยวางเป้าหมายในการร่วมเป็นพันธมิตรกับคู่ค้าทั้งหลายในการสร้างโอกาสการเติบโตในภูมิภาค ภายใต้แนวคิด the Asian bank of choice for the new Asia
          อันดับ 23 Oversea-Chinese Banking Corp (OCBC)
          กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่อันดับ 2 ของสิงคโปร์ เมื่อวัดจากสินทรัพย์ ทั้งเป็นธนาคารใหญ่อันดับต้น ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน ธนาคารแห่งนี้เกิดจากการควบรวมของ 3 แบงก์ใหญ่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่ในปี 2475 ประกอบด้วย ไชนีส คอมเมอเชียล แบงก์, โฮ ฮ่อง แบงก์ และโอเวอร์ซี ไชนีส แบงก์   และในปี 2553 ยังได้เข้าซื้อกิจการ "ไอเอ็นจี เอเซีย ไพรเวท แบงก์" เข้ามาอยู่ในอาณาจักรด้วย ทำให้กลายเป็นกิจการที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ด้วยมูลค่ากว่า 10.18 ล้านล้านบาท ปัจจุบันโอซีบีซีมีสาขาใน 18 ประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยพนักงานมากกว่า 29,000 คน
          อันดับ 25 Sembcorp Industries (SCI)
          ผู้ให้บริการด้านสาธารณูปโภครายใหญ่ของสิงคโปร์ ทั้งการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ น้ำประปา ป้อนให้กับโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนต่าง ๆ ทั้งเป็น ผู้ให้บริการระบบกำจัดขยะและระบบบำบัดน้ำเสีย นอกจากนี้ยังทำธุรกิจด้านวิศวกรรมทางทะเลและนอกชายฝั่ง รวมถึงการพัฒนาเมือง อาทิ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ที่พักอาศัยและอาคารสำนักงาน
          อันดับ 26 Golden Agri-Resources (GAR)
          บริษัทน้ำมันปาล์มรายใหญ่อันดับสองของโลก มุ่งเน้นอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันปาล์มแบบครบวงจรและยั่งยืนในอินโดนีเซีย ตั้งแต่การเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวปาล์มน้ำมัน การแปรรูปปาล์มน้ำมันเป็นน้ำมันดิบ และปาล์มเคอร์เนล การกลั่นและการจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำมันปาล์ม เช่น น้ำมันปาล์มสำหรับทำอาหาร มาการีน และเนย โดยมีการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ ต่าง ๆ เกือบ 20 แบรนด์
          ขณะที่มีพื้นที่เพาะปลูกในอินโดนีเซียรวมทั้งสิ้น 484,500 เฮกตาร์ เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบการผลิตที่มีกำลังการผลิต 2.9 ล้านตันต่อปี
          นอกจากนี้ GAR ยังมีการลงทุนในกิจการอื่น ๆ ในประเทศจีน เช่น ท่าเรือน้ำลึก แท่นขุดเจาะน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานบะหมี่ เป็นต้น
          อันดับ 27 United Overseas Bank (UOB)
          ธนาคารชั้นนำในเอเชีย-แปซิฟิก ขยายการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย และจีน เป็นผู้นำตลาดธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ปัจจุบันมีเครือข่ายสำนักงานกว่า 500 แห่ง ใน 19 ประเทศ ทั้งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก, ยุโรปตะวันตก และอเมริกาเหนือ
          อันดับ 47 Singapore Technologies Engineering (STE)
          เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทด้านวิศวกรรมและการทหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทั้งที่เพิ่งก่อตั้งในปี 2540 มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ในสาขาการบินและอวกาศ, อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงระบบภาคพื้นดินและทางทะเล โดยมีบริษัทสาขาใน 24 ประเทศทั่วโลก ลูกค้าของบริษัทนี้มีทั้งองค์กรด้านการทหารและพาณิชย์ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งเป็นผู้สนับสนุนเทคโนโลยีด้านการบินให้กับผู้ผลิตอากาศยานระดับโลกอย่างโบอิ้งและแอร์บัส
          อันดับ 48 Thai Beverage (THBEV)
          ธุรกิจสัญชาติไทยที่รู้จักกันดีของ "เจริญ สิริวัฒนภักดี" ที่ไปจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) ถือเป็นยักษ์ใหญ่ธุรกิจน้ำเมา ทั้งเบียร์และสุราชั้นนำของอาเซียน โดยในปี 2549 ไทยเบฟได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และได้ขยายขอบเขตจากธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปสู่เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รวมทั้งอาหาร ปัจจุบันไทยเบฟยังเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในเอเชีย หลังจากที่ได้เข้าซื้อบริษัท "เอฟแอนด์เอ็น" โดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 4 สาย ได้แก่ สุรา เบียร์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหาร
          อันดับ 51 Sembcorp Marine (SMM)
          ผู้นำระดับโลกด้านการเดินเรือทางทะเล ที่มีบริการครบวงจรแบบบูรณาการ ในอุตสาหกรรมการต่อเรือเดินสมุทร การซ่อมแซมและแปลงสภาพเรือ รวมถึงงานก่อสร้างนอกฝั่ง อย่างการสร้างแท่นขุดเจาะน้ำมัน รวมไปถึงการคิดค้นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างความสำเร็จให้กับลูกค้าของบริษัท ทั้งนี้ เซมบ์คอร์ป มารีน มีเครือข่ายทั่วโลก ซึ่งถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท ได้แก่ สิงคโปร์, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อังกฤษ, และบราซิล
          อันดับ 72 ComfortDelGro Corp (CD)
          หนึ่งในบริษัทขนส่งทางบกที่ใหญ่ที่สุดของโลก ถือกำเนิดจากการควบรวมกิจการของ 2 บริษัทขนส่ง ได้แก่ คอมฟอร์ท กรุ๊ป และเดลโกร คอร์ปอเรชั่น ปัจจุบันเปิดดำเนินธุรกิจใน 7 ประเทศ นอกจากกิจการในสิงคโปร์ อังกฤษ และไอซ์แลนด์ ก็ได้ขยายกิจการไปสู่ออสเตรเลีย เวียดนาม มาเลเซีย และอีก 11 เมืองในประเทศจีน อาทิ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เสิ่นหยาง และเฉิงตู
          โดยมีพาหนะให้บริการขนส่งทั้งสิ้นกว่า 46,300 คัน ครอบคลุมทั้งรถประจำทาง รถแท็กซี่ รถไฟ รถยนต์ให้เช่าและเช่าซื้อ รวมทั้งบริการด้านวิศวกรรมยานยนต์ บริการตรวจสอบและทดสอบรถยนต์ นายหน้าประกันภัย และสื่อโฆษณานอกบ้าน
          อันดับ 75 CapitaLand (CAPL)
          ถือเป็นยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ของสิงคโปร์   ที่มีผลงานหลากหลาย ครอบคลุมทั้งการพัฒนาห้างสรรพสินค้า, ที่พักอาศัย และอาคารสำนักงาน รวมถึงการบริหารจัดการกองทุนอสังหาริมทรัพย์
          ที่ผ่านมาแคปปิตอล แลนด์ ได้เข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ในนามเชน แอสคอทท์ ซอมเมอร์เซ็ทและชิทาดินส์ ทำให้แคปปิตอล แลนด์ กลายเป็นผู้บริหารสินทรัพย์ประเภทเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์รายใหญ่ของไทย และปัจจุบันแคปปิตอล แลนด์ มุ่งเน้นขยายตลาดใหม่ที่น่าสนใจอย่างจีนแผ่นดินใหญ่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม
          อันดับ 77 City Developments (CIT)
          บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับต้น ๆ ของสิงคโปร์ และยังเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่สุดของประเทศ มีบริษัทลูกและบริษัทในเครือราว 400 บริษัท ที่มีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงโรงแรมกว่า 91 แห่ง ใน 25 ประเทศทั่วโลก ทั้งเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ และนิวซีแลนด์ รวมถึงประเทศจีน  ที่มุ่งเจาะเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ
          อันดับ 96 Genting Singapore (GENS)
          ยักษ์ใหญ่ด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีบริการครอบคลุมทั้งกาสิโน รีสอร์ต และสันทนาการต่าง ๆ โครงการที่ทำให้เก็นติ้ง สิงคโปร์เป็นที่รู้จักดีคือ รีสอร์ทเวิลด์เซนโตซา ในสิงคโปร์ หนึ่งในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ขนาด 49 เอเคอร์ รอบล้อมด้วยทะเลสาบ และเป็นรีสอร์ตแห่งแรกแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกที่มียูนิเวอร์แซลสตูดิโออยู่ในบริเวณรีสอร์ต
          นอกจากนี้ที่ผ่านมาได้เข้าไปลงทุนพัฒนารีสอร์ตในประเทศออสเตรเลีย, บาฮามาส, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร และล่าสุดกำลังดำเนินโครงการสร้างรีสอร์ตบนเกาะเชจูของเกาหลีใต้ โดยตั้งชื่อว่า "รีสอร์ทเวิลด์" โดยมีกำหนดจะเปิดหลังจากปี 2560
          อันดับ 14 Sime Darby Berhad (SIME)
          บริษัทข้ามชาติสัญชาติมาเลเซียที่ใหญ่ที่สุด มีฐานการผลิตและการดำเนินงานอยู่ในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ลงทุนในภาคธุรกิจสำคัญของมาเลเซียมากมาย ตั้งแต่ธุรกิจการเกษตรในการผลิตปาล์มน้ำมันและยางพารา, อสังหาริมทรัพย์, อุตสาหกรรมยานยนต์, พลังงาน, สาธารณูปโภค ล่าสุดเพิ่งขยายการลงทุนไปยังธุรกิจด้านสุขภาพ นอกจากนี้ ในช่วงปี 2549-2550 มีการควบรวมกิจการกับ Guthrie & Co. บริษัทเทรดเดอร์ของอังกฤษ, Golden Hope Plantation Berhad ผู้ค้าชาและกาแฟรายใหญ่จากอังกฤษ และ Sime, Darby & Co. ที่ปรึกษาและบริษัทลงทุนด้านการเกษตรและประกันภัย
          อันดับ 16 Tenaga Nasional Berhad (TNB)
          บริษัทผู้ผลิตและให้บริการไฟฟ้ารายใหญ่สุดในมาเลเซีย ที่ป้อนไฟฟ้าให้กับประชาชนกว่า 8.3 ล้านคน ทั่วแหลมมาเลเซีย รัฐซาบาห์ และรัฐลาบวน จากศูนย์กลางการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 9 แห่ง ทั้งยังมีเครือข่ายเชื่อมเข้าประเทศไทยและสิงคโปร์ด้วย นอกจากนี้ยังเป็น ผู้ผลิตเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าและสายเคเบิล รวมทั้งบริการที่ปรึกษาและออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน จนถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์   ทั้งเตรียมแผนขยายการลงทุนไปยังตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในเอเชีย-แปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ โดยตั้งเป้าที่จะขึ้นเป็นบริษัทด้านพลังงานระดับโลกภายในปี 2568
          อันดับ 22 Petronas Dagangan Berhad (PETD)
          บริษัทในเครือพลังงานแห่งชาติของมาเลเซีย Petroliam Nasional Berhad (Petronas) เป็นแขนขาการทำตลาดและจัดจำหน่าย น้ำมันปิโตรเลียม และก๊าซแอลพีจี ในประเทศมาเลเซีย รวมถึงธุรกิจค้าปลีกประเภทน็อนออยล์ ผ่านสถานีบริการน้ำมัน เปโตรนาสทั่วประเทศ
          นอกจากนี้ยังผูกขาดการเป็นผู้ให้บริการน้ำมันในสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ และท่าเรือ West Port ของมาเลเซีย ทั้งมีการขยายการลงทุนสถานีน้ำมันใน 3 ประเทศอาเซียน ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย
          อันดับ 30 Malayan Banking Berhad (MAY)
          สถาบันการเงินรายใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย มีสาขากว่า 402 แห่งทั่วประเทศ ทั้งเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของภูมิภาคอาเซียน มีเครือข่ายครอบคลุมใน 20 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน  รวมทั้งจีน ฮ่องกง ปากีสถาน บาห์เรน ปาปัวนิวกินี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เพื่อรองรับลูกค้ากว่า 21 ล้านคนทั่วโลก
          โดยให้บริการทางการเงินแบบครบวงจรทั้งกับกลุ่มลูกค้ารายย่อยและลูกค้าภาคธุรกิจ รวมทั้ง ธุรกิจประกันภัย วาณิชธนกิจ การบริหารจัดการสินทรัพย์ และธนาคารอิสลาม โดยในปี 2558 Malayan Banking Bhd ติดอันดับ 371 จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes ทั้งยังเป็นธนาคารมาเลเซียแห่งแรกที่รัฐบาลจีนอนุญาตให้ขยายสาขาในประเทศ
          อันดับ 37 CIMB Group Holdings Berhad (CIMB)
          กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น) และยังเป็นเครือข่ายธนาคารอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยได้ขยายสาขาและบริการไปกว่า 18 ประเทศทั่วโลก รวมทั้ง อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และไทย
          กลยุทธ์ของ CIMB เน้นไปที่การร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติเพื่อขยายบริการให้ครอบคลุม เช่นที่ผ่านมาได้มีการร่วมทุนกับ Principal Financial Group, Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ, Standard Bank และ Daewoo Securities นอกจากนี้เมื่อปี 2556 ยังได้เข้าซื้อกิจการด้านการลงทุนในเอเชียและสาขาทั้งหมดในออสเตรเลียของธนาคารแห่งสกอตแลนด์ (The Royal Bank of Scotland-RBS)
          อันดับ 41 YTL Corporation Berhad (YTL)
          ยักษ์ใหญ่บริการด้านสาธารณูปโภคของมาเลเซีย ที่เติบโตจากบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดเล็กจนกลายเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้หลักมาจากต่างประเทศกว่า 70% ทั้งรถไฟความเร็วสูง การผลิตซีเมนต์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและรีสอร์ต รวมถึง ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และการศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ต มีศูนย์กลางการบริหารธุรกิจในหลายประเทศ ทั้งมาเลเซีย สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีน ที่มีฐานลูกค้ากว่า 12 ล้านคน ถือเป็นบริษัทใหญ่ในมาเลเซียที่เป็นเอกชนเต็มตัว โดยไม่มีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องในการดำเนินงาน
          นอกจากนี้ YTL Corporation Berhad ยังเป็นกิจการที่ไม่ใช่บริษัทญี่ปุ่นรายแรกที่เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นโตเกียว (Tokyo Stock Exchange)
          อันดับ 45 Axiata Group Berhad (AXIATA)
          บริษัทผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ในเอเชีย มีฐานลูกค้ากว่า 260 ล้านคน โดยเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ศรีลังกา บังกลาเทศ กัมพูชา อินเดีย และสิงคโปร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนและบริการที่ปรึกษาการลงทุนระหว่างประเทศ
          เมื่อปี 2552 ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทจาก TM International ให้เป็น Axiata Group และปรับทิศทางบริษัทให้เน้นลงทุนในประเทศตลาดเกิดใหม่ในเขตเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เมื่อปี 2554 ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 50 บริษัทยอดเยี่ยมจาก Forbes Asia
          อันดับ 46 Genting Berhad (GENT)
          บริษัทลูกด้านการลงทุนของ Genting Group แยกตัวออกจากบริษัทแม่และจดทะเบียนในตลาดหุ้น Bursa Malaysia เมื่อปี 2532 โดยช่วงที่ผ่านมาเกนติ้ง เบอร์ฮัด ได้เป็นตัวแทนให้กับบริษัทแม่ในการเข้าไปลงทุนในกิจการต่าง ๆ ทั้งธุรกิจท่องเที่ยว การเกษตร อสังหาริมทรัพย์ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เช่น ได้เข้าไปซื้อและควบรวมกิจการปาล์มน้ำมันจากบริษัท The Rubber Trust Group ของฮ่องกง (ต่อมาเปลี่ยนเป็น Genting Plantations Berhad) กิจการด้านการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า และกิจการด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (Genting Oil & Gas)
          อันดับ 57 Public Bank Berhad (PBK)
          "พับลิค แบงก์ เบอร์ฮัด" ธนาคารสัญชาติมาเลเซีย ที่เน้นบริการทางการเงินสำหรับลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศมาเลเซียเป็นหลัก ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงสินเชื่อโรงงาน  ปัจจุบันมีฐานลูกค้ากว่า 9 ล้านคน มีสาขาให้บริการกว่า 386 สาขา ทั้งในมาเลเซีย ฮ่องกง กัมพูชา เวียดนาม ลาว จีน และศรีลังกา
          อันดับ 58 UMW Holdings Berhad (UMWH)
          บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ของมาเลเซีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2460 จากร้านซ่อมรถจักรยานยนต์เล็ก ๆ ของ Chia Yee Soh ปัจจุบันดำเนินธุรกิจ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) ธุรกิจยานยนต์ ซึ่งบริษัทเป็นพันธมิตรร่วมทุนกับโตโยต้า ญี่ปุ่น ตั้งโรงงานประกอบและจัดจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าในมาเลเซีย รวมทั้งโรงงานประกอบรถยนต์เชิงพาณิชย์ให้กับฮีโน่ และไดฮัทสุ 2) ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องจักรกลหนัก สำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ การเกษตร 3) การผลิตและวิศวกรรม และ 4) ธุรกิจพลังงาน (น้ำมันและก๊าซ)  ทั้งได้ขยายการลงทุนไปในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย เมียนมา ออสเตรเลีย เป็นต้น และเมื่อปี 2550 ได้รีแบรนด์ภาพลักษณ์บริษัทใหม่เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้เล่นระดับโลก ตามด้วยการแยกธุรกิจน้ำมันและก๊าซออกมาเป็นบริษัท UMW Oil and Gas Corporation และจดทะเบียนในตลาดหุ้นเช่นกัน เมื่อปี 2556
          อันดับ 59 PETRONAS Chemicals Group (PCHEM)
          ผู้ผลิตปิโตรเคมีแบบครบวงจรรายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นหนึ่งในบริษัทในเครือ เปโตรนาส ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นวัตถุดิบมาผ่านกระบวนการแยกทำให้ได้ปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญในการผลิตเม็ดพลาสติก โพลีเมอร์ส เมทานอล เป็นต้น PCHEM ถือเป็น ผู้ผลิตเมทานอลรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับ 4 ของโลก นอกจากนี้บริษัทยังเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ต่าง ๆ โดยเมื่อปี 2556 เข้าซื้อกิจการจาก Dow Chemicals เพื่อจัดจำหน่ายและผลิตเคมีภัณฑ์ในอินโดนีเซียและสิงคโปร์
          อันดับ 69 IOI Corporation Berhad (IOI)
          บริษัทด้านการเกษตรชั้นนำของมาเลเซีย ดูแลตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปาล์มน้ำมันและยางพาราเป็นหลัก โดยมีการจัดจำหน่ายสินค้าไปยังต่างประเทศ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน และเมื่อปี 2552 ได้จัดตั้งบริษัท IOI Properties Berhad ขึ้นมาเพื่อดูแลด้านอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการพัฒนาที่อยู่อาศัยและโรงแรม
          อันดับ 71 Telekom Malaysia Berhad (TM)
          บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของมาเลเซีย ที่แปรรูปมาจาก Jabatan Telekom Malaysia (JTM) หน่วยงานด้านโทรคมนาคมแห่งมาเลเซีย ปัจจุบันให้บริการด้านโทรคมนาคมหลายด้าน ทั้งโทรศัพท์มือถือและโทรศัพท์สาธารณะ ระบบดาวเทียม TM Satellite ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และระบบอินเทอร์เน็ตไร้สาย 4G รวมทั้งระบบรายการโทรทัศน์แบบเสียค่าบริการสมาชิก (pay TV) ทั้งให้บริการด้านข่าวกรองและความมั่นคงแก่รัฐบาลมาเลเซีย
          อันดับ 74 Kuala Lumpur Kepong Berhad (KLK)
          เริ่มต้นกิจการเมื่อกว่า 100 ปีก่อน จากการเพาะปลูกปาล์มน้ำมันและยางพารา ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัทจนปัจจุบัน โดยมีพื้นที่เพาะปลูกทั้งในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไลบีเรีย ก่อนจะขยายไปสู่การแปรรูปน้ำมันปาล์มดิบ น้ำมันปาล์มโอเลอิน และสเตียริน รวมทั้งการแปรรูปยางพาราและลาเทกซ์เข้มข้นไปสู่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จัดเป็นผู้ผลิตปาล์มน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของมาเลเซีย
          นอกจากนี้ในช่วงปี 2533 ได้ขยายการลงทุนผ่านการควบรวมกิจการไปสู่การผลิตปาล์มน้ำมันและยางพาราครบวงจรในหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย จีน และยุโรป รวมทั้งขยายการลงทุนไปยังด้านอสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาที่ดินเพื่อการเพาะปลูกในรัฐสลังงอร์ของมาเลเซีย
          อันดับ 78 RHB Capital Berhad (RHBC)
          กลุ่มธุรกิจการเงินเก่าแก่มีอายุกว่า100 ปี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2456 ปัจจุบันถือเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 4 ของมาเลเซีย ให้บริการทางการเงินหลายอย่างผ่านบริษัทลูก อาทิ RHB Bank, RHB Investment Bank, OSK Investment Bank, RHB Insurance, RHB Islamic Bank, RHB Asset Management Sendirian เป็นต้น และหลังควบรวมกิจการกับ OSK Investment Bank ทำให้ RHB Capital Berhad เปิดเส้นทางการลงทุนใน 7 ประเทศอาเซียน (มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย) และฮ่องกง
          อันดับ 83 MISC Berhad (MISC)
          บริษัทขนส่งสินค้าทางทะเลรายใหญ่ของมาเลเซีย มีกองเรือขนส่งสินค้า 120 ลำ สามารถขนส่งสินค้าได้ราว 13 ล้าน DWT เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านการขนส่งสินค้าประเภทพลังงานและเคมีภัณฑ์ พร้อมบริการซ่อมแซมและปรับปรุงเรือ วิศวกรรมและการก่อสร้างเรือ ทั้งยังเป็นผู้ให้บริการเกาะจำลอง และบริการสร้างและออกแบบเกาะจำลองในทะเล รวมถึงยังเปิดโรงเรียนเฉพาะทางด้านการเดินเรือ
          ปัจจุบัน MISC Berhad มีบริษัท Petroliam Nasional Berhad (PETRONAS) ของรัฐบาลมาเลเซียเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
          อันดับ 89 Maxis Berhad (MAXIS)
          บริษัทชั้นนำด้านการสื่อสารในมาเลเซีย เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง Hotlink, ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G และ 4G LTE, การสื่อสารผ่านดาวเทียม และออนไลน์สโตร์ เน้นให้บริการลูกค้าทั่วไป บริษัท และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กกว่า 12.9 ล้านรายในมาเลเซีย ทั้งขยายบริการออกไปทั่วภูมิภาคเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเนปาล) ล่าสุด Maxis Berhad เพิ่งจับมือกับ Astro เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตใยแก้วเพื่อความบันเทิง
          ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทคือนายอนันดา กริชนัน เศรษฐีชาวมาเลย์ เชื้อสายทมิฬ ที่เข้าซื้อหุ้นเมื่อช่วง ปี 2550 ขณะที่บริษัทกำลังทำการแปรรูปเพื่อขยายตลาดไปยังอินโดนีเซีย อินเดีย และเม็กซิโก
          Maxis Berhad มีความโดดเด่นในด้านการบริการลูกค้า โดยคอลเซ็นเตอร์ของ Maxis ได้รับการขนานนามว่าเป็นบริการที่ "ดีที่สุดของที่สุด" (Best of the Best) ในปี 2556 จากเวที Customer Relationship Management and Contact Centre (CCAM)
          อันดับ 90 Sapura Kencana Petroleum Berhad (SAKP)
          บริษัทพลังงานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติครบวงจรตั้งแต่การสำรวจผลิต เชี่ยวชาญในเรื่องการ ขุดเจาะแหล่งน้ำมันธรรมชาตินอกชายฝั่งและใต้ทะเล รวมทั้งให้บริการที่ปรึกษากับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน รวมทั้งบริการฟื้นฟูแหล่งน้ำมัน และการยกเลิกการผลิตน้ำมันในแหล่งพลังงานต่าง ๆ โดยมีลูกค้าเป็นบริษัทด้านพลังงานชั้นนำของโลก เช่น Exxon Mobil, Shell, BP และ Petronas
          บริษัทมีธุรกิจอยู่ในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก เช่น มาเลเซีย จีน ออสเตรเลีย บราซิล สหรัฐ และตะวันออกกลาง เป็นต้น โดยรายได้กว่า 70% มาจากกิจการนอกมาเลเซีย และเมื่อต้นปี 2558 ที่ผ่านมาเพิ่งเข้าซื้อกิจการของบริษัทสำรวจน้ำมัน Newfield's ของสหรัฐ
          อันดับ 93 Genting Malaysia Berhad (GENM)
          บริษัทในเครือ Genting Group ที่เน้นให้บริการด้านการท่องเที่ยวและสันทนาการ เดิมก่อตั้ง ขึ้นภายใต้ชื่อ Resort World Sendirian Berhad (ปี 2523) ให้บริการด้านสวนสนุก กาสิโน โรงแรม และรีสอร์ตในมาเลเซียรวมกว่า 9,000 ห้อง และมีฐานลูกค้าที่เป็นสมาชิกบัตร Genting Rewards Card กว่า 3.6 ล้านคนทั่วโลก
          นอกจากนี้ Genting Malaysia ได้ขยายการลงทุนรีสอร์ตและกาสิโนไปที่มหานครนิวยอร์กและนครไมอามีของสหรัฐ และยังให้บริการกาสิโนกว่า 41 แห่งในสหราชอาณาจักร ผ่านบริษัทลูก Genting UK และ Resort World Bamini ในประเทศบาฮามาส รวมทั้งถือหุ้น 17.8% ในบริษัท Genting Hong Kong ซึ่งให้บริการด้านการเดินเรือ เช่น Star Cruises, Norwegian Cruise Lines, Crystal Cruises และ Resorts World Manila
          อันดับ 97 Hong Leong Financial Group (HLFG)
          กลุ่มสถาบันการเงินที่มีทั้งธุรกิจธนาคารพาณิชย์, ธนาคารอิสลาม, ประกันภัย, วาณิชธนกิจ และการบริหารจัดการสินทรัพย์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2508 ในฐานะบริษัทเอกชนภายใต้ชื่อ Office Products Sendirian Berhad   ก่อนเปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชนในชื่อ Sovran Industries Berhad เมื่อปี 2512 และเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อปัจจุบันเมื่อปี 2549 ให้บริการในจีน ฮ่องกง เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์
          อันดับ 9 Astra International (ASII)
          กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่สุดของอินโดนีเซียด้วยมูลค่าธุรกิจกว่า 5.45 แสนล้านบาท ที่เริ่มต้นจากธุรกิจเทรดดิ้งขนาดเล็กในปี 2500  ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 220,000 คน มีบริษัทลูกและบริษัทในเครือ 191 แห่ง ครอบคลุมธุรกิจหลัก 6 กลุ่ม ได้แก่ ยานยนต์ ธุรกิจการเงิน เครื่องจักรกลหนักและเหมืองแร่ ธุรกิจการเกษตร โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ และไอที
          ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของแอสตราคือ โรงงานประกอบและจัดจำหน่ายยานยนต์ ทั้งรถยนต์ รถบรรทุก รถจักรยานยนต์ โดยมีหุ้นส่วนธุรกิจทั้งค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นและยุโรป และต่อยอดให้บริการทางการเงินโดยเน้นการปล่อยสินเชื่อเพื่อการเช่าซื้อรถเป็นหลัก
          อันดับ 31 Telekomunikasi Indonesia Persero (TLKM)
          บริษัทรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมแห่งเดียวของอินโดนีเซีย   ให้บริการโทรคมนาคมทุกประเภท ตั้งแต่โทรศัพท์พื้นฐาน  โทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต บริการเครือข่ายผ่านดาวเทียม รวมถึงการเป็นผู้ให้บริการโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (Pay TV) รวมถึงการให้บริการเสริมด้านต่าง ๆ
          นอกจากนี้ยังขยายเข้าไปทำธุรกิจโทรคมนาคมในหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เมียนมา ออสเตรเลีย ติมอร์เลสเต ฮ่องกง มาเก๊า และสหรัฐ
          อันดับ 32 Bank Rakyat Indonesia Persero (BBRI)
          ธนาคารเก่าแก่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย ก่อตั้งปี 2438 มีอายุราว 120 ปี ข้อมูล ณ สิ้นปี 2557 มีสาขาและสำนักงานย่อยมากกว่า 10,000 แห่งทั่วอินโดนีเซีย พร้อมพนักงานราว 100,000 คน ธนาคารเก่าแก่แห่งนี้ให้บริการเงินฝากและสินเชื่อทั้งแบบสากลและตามหลักศาสนาอิสลาม ผ่านบริษัทลูก Bank BRI Syariah PT รวมถึงบริการส่งเงินข้ามประเทศผ่านบริษัทในเครือ BRI Remittance
          อันดับ 34 Bank Mandiri Persero (BMRI)
          ธนาคารใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย ที่กำเนิดขึ้นในปี 2541 จากการควบรวบกิจการของธนาคาร 4 แห่งเข้าด้วยกัน ภายใต้แผนปรับโครงสร้างภาคการธนาคารของรัฐบาลอินโดนีเซีย หลังเกิดวิกฤตการเงินเอเชียปี 2540 ปัจจุบันเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียเมื่อวัดจากสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก
          แบงก์แมนดิรีมีสาขาในต่างประเทศหลายแห่ง เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และลอนดอน และมีบริษัทลูก 10 แห่ง เพื่อดูแลธุรกิจเฉพาะแต่ละด้าน อาทิ Mandiri Investasi ดูแลธุรกิจกองทุน, Bank Syariah Mandiri ธนาคารตามหลักศาสนาอิสลาม และ AXA Mandiri Financial Services ธุรกิจประกันชีวิต
          อันดับ 42 Gudang Garam (GGRM)
          บริษัทยาสูบและบุหรี่ที่มีกำลังการผลิตมากที่สุดของอินโดนีเซีย และทำตลาดใน หลากหลายแบรนด์ อาทิ กูดัง การรัม อินเตอร์เนชันแนล, ซัวร์รา 12 และศรีวาดารี ลูริค
          "กูดัง การัม" พยายามสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับภูมิภาคมากขึ้นด้วยการเป็น ผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาซีเกมส์หลายครั้ง ระหว่างปี 2534-2552 และครั้งล่าสุดคือซีเกมส์ปี 2556 ที่เมียนมา
          อันดับ 44 Indofood Sukses Makmur (INDF)
          บริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มของอินโดนีเซียหลากหลายประเภท อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แป้งสาลี อาหารทารก เครื่องปรุงรส กาแฟ น้ำมันประกอบอาหาร และขนมขบเคี้ยว นอกจากนี้ยังส่งออกวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารไปยังออสเตรเลีย เอเชียและยุโรป
          "อินโดฟู้ด" วางยุทธศาสตร์ต้องการเข้าไปมีส่วนแบ่งในทุกขั้นตอนของการผลิตอาหาร ตั้งแต่การผลิตและแปรรูปวัตถุดิบไปจนถึงการขนส่งอาหารไปวางบนเชลฟ์ในร้านค้าหรือ ซูเปอร์มาร์เก็ต  ธุรกิจหลักแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหาร แป้งสาลีและแป้งทำพาสต้า ธุรกิจการเกษตร ธุรกิจขนส่งและกระจายสินค้า รวมถึงการเพาะปลูกและแปรรูปผัก
          อันดับ 54 United Tractors (UNTR)
          บริษัทจัดจำหน่ายเครื่องจักรกลหนักที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย  โดยมี "แอสตรา อินเตอร์เนชันแนล" เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ สืบเนื่องจากการขยายตัวของธุรกิจเหมืองแร่ในประเทศอินโดฯทำให้ยูไนเต็ด แทร็กเตอร์ ขยายธุรกิจไปสู่การเป็นรับเหมาช่วงในการทำเหมือง รวมถึงเป็นผู้ร่วมทุนธุรกิจทำเหมืองถ่านหิน
          ยูไนเต็ด แทร็กเตอร์ แบ่งธุรกิจเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) คอนสตรักชั่น แมชชีนนารี เน้นจัดหาและป้อนเครื่องจักรให้กับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ป่าไม้ ก่อสร้าง และภาคขนส่ง 2) ไมนิง คอนแทร็กชั่น ให้คำปรึกษา วางแผน สำรวจและออกแบบการทำเหมือง 3) ไมนิง ลงทุนทำเหมืองถ่านหินผ่านบริษัทลูก "ตัวห์ ตูรังกา อากัง" โดยเป็นเจ้าของเหมืองถ่านหินหลายแห่งในอินโดนีเซีย ซึ่งมีปริมาณสำรองถ่านหินรวมกันราว 400 ล้านตัน ที่มีคุณภาพถ่านหินอยู่ในระดับกลางไปจนถึงสูง
          อันดับ 55 Bank Central Asia (BCA)
          ธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการทางการเงิน การลงทุนแบบครบวงจรแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย ที่ในช่วงวิกฤตการเงินภูมิภาคเอเชียปี 2540 ธนาคารแห่งนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจนต้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งตัดสินใจให้สำนักงานปรับโครงสร้างธนาคารอินโดนีเซีย (IBRA) เข้ามาควบคุมกิจการ และฟื้นฟูกิจการจนกระทั่งแข็งแรงและสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียในปี 2543
          อันดับ 65  Bank Negara Indonesia Persero (BNI)
          ธนาคารรัฐวิสาหกิจแห่งแรกของอินโดนีเซียนับตั้งแต่ได้รับเอกราช ก่อตั้งปี 2489 เดิมรัฐบาลอินโดนีเซียวางแผนให้ BNI ทำหน้าที่ธนาคารกลางแต่ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นธนาคารพาณิชย์อย่างเต็มตัว และเป็นธนาคารรัฐวิสาหกิจแห่งแรกที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 2539
          BNI เน้นการปล่อยสินเชื่อภาคธุรกิจและสินเชื่อเพื่อรายย่อยควบคู่กันไป และปัจจุบันถือว่าเป็นธนาคารใหญ่สุดในแง่ของมูลค่าตลาดและเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ในแง่ของขนาดสินทรัพย์ ปัจจุบันมีสาขาในอินโดนีเซียกว่า 1,700 แห่ง  และได้เปิดสำนักงานสาขาในอีก 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ สหรัฐ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และฮ่องกง
          อันดับ 67 PT Sumber Alfaria Trijaya (AMRT)
          ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของอินโดนีเซีย ที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เริ่มต้นธุรกิจใน ปี 2532 จากธุรกิจเทรดดิ้งและกระจายสินค้า ก่อนเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกในอีก 3 ปีต่อมา ปัจจุบันมีสาขา ทั่วประเทศราว 7,000 แห่ง พนักงานประมาณ 70,000 คน รองรับลูกค้ามากกว่า 2.5 ล้านคนต่อวัน มีแฟรนไชส์ค้าปลีก 3 แบรนด์ ได้แก่ อัลฟ่ามาร์ท เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่, อัลฟ่า มิดิ เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กเพื่อสนองต่อไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่จับจ่ายบ่อยขึ้นจากเดือนละครั้งเป็นทุกสัปดาห์ และอัลฟ่า เอ็กเพรสส์ เป็นลักษณะของร้านสะดวกซื้อข้างบ้าน
          อันดับ 79 Unilever Indonesia (UNVR)
          บริษัทในเครือยูนิลีเวอร์ กรุ๊ป เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายชนิด ตั้งแต่สบู่ ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์นม ชา น้ำผลไม้ไปจนถึงเครื่องสำอาง ภายใต้แบรนด์อย่างลักซ์ ไลฟ์บอย โดฟ ซันซิล เรโซน่า ซันไลต์ วิกซอล ลิปตัน พอนด์และวอลล์ โดยบริษัทผลิตสินค้าต่าง ๆ ทั้งเพื่อการบริโภคภายในประเภทอินโดนีเซียและส่งออกไปขายประเทศใกล้เคียง
          ยูนิลีเวอร์ อินโดนีเซีย ก่อตั้งเมื่อปี 2476 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นอินโดนีเซียปี 2525 ปัจจุบันมีโรงงาน 6 แห่งและพนักงานราว 6,000 คน
          อันดับ 82 Sinar Mas Agro Resources&Technology (SMART)
          ซีนาร์ มาส อโกร รีซอร์เซส แอนด์ เทคโนโลยี ทีบี บริษัทผู้ผลิตปาล์มน้ำมันครบวงจรที่มุ่งเน้นการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน จดทะเบียนในตลาดหุ้นอินโดนีเซียเมื่อปี 2535 เป็นหนึ่งบริษัทในเครือ "โกลเดน อกรี-รีซอร์เซส (Golden Agri-Resources)"
          SMART ดำเนินกิจกรรมครบวงจร ตั้งแต่การเพาะปลูก การวิจัยและพัฒนา ตลอดจน เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบ และการเป็นผู้ค้าในตลาดระหว่างประเทศ โดยมีสินค้าหลัก ได้แก่ น้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดปาล์มน้ำมัน โดยเมื่อปี 2556 ยอดกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบทะลุ 765,000 ตันไปแล้ว นอกจากนี้บริษัทยังมีการแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น น้ำมันปรุงอาหาร มาการีน และไขมัน โดยมีสินค้าออกวางจำหน่ายในท้องตลาดผ่านแบรนด์ ต่าง ๆ อาทิ ฟิลมา (Filma) และคุนชี มาส (Kunci Mas) ถือว่าเป็นสินค้าชั้นนำในอินโดนีเซีย
          อันดับ 85 Indofood CBP Sukses Makmur (ICBP)
          ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารรายใหญ่ของอินโดนีเซีย สินค้าที่เป็นรู้จักมากที่สุดของบริษัทคือ บะหมี่กึ่ง สำเร็จรูปทั้งแบบซองและแบบถ้วย นอกจากนี้ยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากนม ขนมขบเคี้ยว ขนมปังกรอบ เครื่องปรุงรส ชาพร้อมดื่ม น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และอาหารสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม เช่น ทารก และผู้หญิงตั้งครรภ์
          บริษัทนี้เพิ่งก่อตั้งในปี 2552 โดยเป็นบริษัทลูกของ "อินโดฟู้ด ซักเซส มักเมอร์"
          อันดับ 88 Charoen Pokphand Indonesia (CPIN)
          หนึ่งในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) จากประเทศไทยที่ขยายการลงทุนไปยังประเทศอินโดนีเซีย กระทั่งกลายเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย เริ่มเข้า ไปลงทุนในอินโดนีเซียเมื่อปี 2515 มุ่งลงทุนในอุตสาหกรรมการเกษตรแบบครบวงจร เรียกว่ามีส่วนร่วมในทุกมิติของห่วงโซ่อุปทาน ทั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงไก่ รวมถึงโรงเชือดหลายแห่ง และผลิตอาหารพร้อมรับประทานของมนุษย์
          อันดับ 92 Bank Danamon Indonesia (BDMN)
          ธนาคารพาณิชย์ใหญ่อันดับ 6 ของประเทศเมื่อวัดจากสินทรัพย์ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2558 มีสาขาตลอดจนสำนักงานย่อยทั่วอินโดนีเซียมากกว่า 2,000 แห่ง พร้อมด้วยพนักงานราว 20,000 คน
          ผลกระทบจากวิกฤตการเงินเอเชียทำให้ "แบงก์ ดามามอน" ต้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอินโดนีเซียปี 2540 ก่อนควบรวมกิจการกับธนาคารอีก 8 แห่ง ในปี 2543 และกลับมายืนหยัดด้วยตัวเองในที่สุด
          อันดับ 94 Semen Indonesia Persero (SMGR)
          บริษัทผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่สุดของประเทศอินโดนีเซีย ด้วยกำลังการผลิตที่ 30 ล้านตันต่อปี และถือเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2534
          ปี 2555 บริษัทได้ซื้อกิจการ "แต๊ง หลง ซีเมนต์" บริษัทปูนซีเมนต์ชั้นนำของเวียดนาม ซึ่งมีกำลังการผลิต 2.3 ล้านตันต่อปี ทำให้ "ซีเมนต์ อินโดนีเซีย" เป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกที่ดำเนินกิจการข้ามชาติ และกลายเป็นผู้ผลิตซีเมนต์ที่มีกำลังการผลิตสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
          ฟิลิปปินส์
          อันดับ 7 San Miguel Corporation (SMC)
          บริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่เป็นลำดับต้น ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์เมื่อวัดจากกำไร มีพนักงานราว 18,000 คน จากกว่า 100 บริษัทในเครือทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
          ซาน มิเกล คอร์ปก่อตั้งในปี 2433 โดยเริ่มต้นจากธุรกิจผลิตเบียร์ ซึ่งเป็นโรงกลั่นเบียร์แห่งแรกของเอเชียอาคเนย์ ปัจจุบันเบียร์ซาน มิเกลเป็นหนึ่งในเบียร์ที่มียอดขายสูงสุดและติดอันดับท็อปเทนเบียร์ยอดนิยมของโลก
          ตั้งแต่ปี 2551 ซานมิเกลได้ขยายธุรกิจออกไปนอกเหนือธุรกิจหลัก โดยเข้าไปลงทุนในธุรกิจพลังงาน น้ำมัน โรงผลิตไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและการธนาคาร
          อันดับ 18 Petron Corporation (PCOR)
          บริษัทกลั่นและจัดจำหน่ายน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ โดยป้อนน้ำมันราว 40% ของความต้องการใช้ทั้งประเทศ เพทรอน คอร์ป ทำธุรกิจด้านพลังงานมานานกว่า 80 ปี มีกำลังการกลั่นน้ำมันและผลิตปิโตรเคมีประมาณ 180,000 บาร์เรลต่อวัน
          นอกจากสถานีบริการน้ำมันราว 1,900 แห่งแล้ว ยังส่งออกพลังงานรวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องไปยังหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย ไทย และสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ และเพทรอนคอร์ปเตรียมรุกตลาดต่างประเทศอย่างเต็มตัวด้วยการตั้งบริษัทลูก เพทรอน ออยล์ แอนด์ แก๊ส อินเตอร์เนชั่นแนล ในมาเลเซียเพื่อดูแลธุรกิจปลายน้ำโดยเฉพาะ
          ผู้ถือหุ้นใหญ่ของเพทรอน คอร์ป คือ ซาน มิเกล คอร์ป
          อันดับ 35 Manila Electric (MER)
          บริษัทจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ เข้าถึงผู้ใช้ไฟฟ้าราว 5.3 ล้านคน เป็นบริษัทเดียวที่ดูแลการส่งกระแสไฟฟ้าให้กับพื้นที่ใจกลางกรุงมะนิลา ก่อตั้งในปี 2446 เชี่ยวชาญในด้านการผลิต ส่งผ่านและจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ยังดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโทรคมนาคม
          อันดับ 36 SM Investment Corporation (SM)
          เริ่มต้นธุรกิจจากร้านรองเท้าเล็ก ๆ ในปี 2501 จนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์ปี 2548 ปัจจุบันทำธุรกิจ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ค้าปลีก ธนาคารพาณิชย์ และอสังหาริมทรัพย์ โดยมีบริษัทลูกอย่างเอสเอ็ม ไพรม์ โฮลดิ้ง, บีดีโอ ยูนิแบงก์ และไชน่า แบงกิ้ง คอร์ป
          สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เน้นพัฒนาทั้งห้างสรรพสินค้า ที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม รีสอร์ตและศูนย์ประชุม โดยเอสเอ็ม ไพรม์ เป็นบริษัทพัฒนาห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ ทั้งในแง่ขนาดพื้นที่ใช้งาน และจำนวนประชากรที่เข้าถึง โดยเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า 50 แห่งในฟิลิปปินส์และอีก 5 แห่งในจีน
          อันดับ 60 JG Summit Holdings Inc (JGS)
          หนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ ทำธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ขนส่งทางอากาศ ธนาคารพาณิชย์ อุตสาหกรรมอาหาร โรงแรม ปิโตรเคมี ผลิตกระแสไฟฟ้า สื่อสิ่งพิมพ์ อสังหาริมทรัพย์ และโทรคมนาคม บริษัทเจจี ซัมมิต อยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลโกคองเว่ย โดยนายจอห์น โกคองเว่ย ประธานกรรมการบริษัทติดทำเนียบมหาเศรษฐีลำดับต้น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
          ธุรกิจส่วนใหญ่ของเจจี ซัมมิตอยู่ในฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกันได้ขยายเข้าทำธุรกิจอาหารที่ประเทศจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศ และนิวซีแลนด์ รวมถึงได้เข้าไปลงทุนในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศสิงคโปร์
          อันดับ 62 Philippine Long Distance Telephone (TEL)
          ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ของฟิลิปปินส์ ธุรกิจหลัก ๆ ประกอบด้วยการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์ไร้สาย ไอที การสื่อสารผ่านดาวเทียม และสถานีโทรทัศน์
          อันดับ 64 Ayala Corporation (AC)
          กลุ่มบริษัทเก่าแก่ที่สุดของฟิลิปปินส์ ก่อตั้งในปี 2377 โดยครอบครัวอยาลาและโรแม็กซ์ในยุคอาณานิคมสเปน ปัจจุบันทำธุรกิจหลากหลายด้าน อาทิ อสังหาริมทรัพย์ บริการทางการเงิน โทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จัดจำหน่ายรถยนต์ และเริ่มรุกเข้าไปลงทุนธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง และการศึกษา
          อยาลา คอร์ป และบริษัทในเครือ เช่น อยาลา แลนด์, แบงก์ ออฟ ฟิลิปปินส์ ไอส์แลนด์, โกลบ เทเลคอม และมะนิลา วอเตอร์ คอมพานี อิงค์ มีมูลค่าตลาดรวมกันราว 2 ล้านล้านเปโซ คิดเป็น 20% ของตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์
          อันดับ 70 GT Capital Holdings Inc (GTCAP)
          กลุ่มบริษัทเพื่อการลงทุนที่ก่อตั้งโดยนักธุรกิจชาวฟิลิปปินส์เชื้อสายจีน "จอร์จ ไท" เมื่อปี 2547 และเพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์เมื่อปี 2555 เน้นเข้าไปลงทุนในธรุกิจการธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ การผลิตกระแสไฟฟ้า การจัดจำหน่ายรถยนต์และประกันชีวิต โดยเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับโตโยต้า แอ็กซ่า ซูมิโตโม แกรนด์ไฮแอตต์และมิตซุย
          อันดับ 80 Alliance Global Group Inc (AGI)
          เริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จากแก้ว มาเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของประเทศครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อสังหาริมทรัพย์ จนถึงธุรกิจฟาสต์ฟู้ด ทั้งหมดอยู่ภายใต้การบริหารของตระกูลตัน
          อัลลิแอนซ์ โกลบอล จัดตั้งบริษัทลูกหลายแห่งเพื่อมาดูแลธุรกิจแต่ละด้าน เช่น เอมเพอราโอ อิงค์ บริหารกิจการเครื่องดื่มและผู้ผลิตบรั่นดีเอมเพอราโด, เมกะเวิลด์ บริษัท อสังหาริมทรัพย์ ที่พัฒนาโครงการทั้งประเภทคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว และบันเทิง นอกจากนี้ยังเป็นผู้บริหารร้านอาหารแมคโดนัลด์ในฟิลิปปินส์ด้วย
          อันดับ 84 Aboitiz Equity Ventures (AEV)
          บริษัทโฮลดิ้งและบริหารจัดการในเครืออโบทิซ กรุ๊ป ธุรกิจหลักแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ การผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า, บริการทางการเงิน, ผลิตอาหาร, อสังหาริมทรัพย์และการลงทุนในพอร์ตโฟลิโอ ก่อตั้งในปี 2532 ในชื่อเซบู แพน เอเชียน โฮลดิงส์ ก่อนเปลี่ยนเป็นชื่อปัจจุบันในปี 2536
          AEV มีบริษัทลูกหลายแห่ง เช่น อโบทิซ พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น, พิลมิโก ฟูดส์ คอร์ปอเรชั่น, ยูเนียนแบงก์และอโบทิซ แลนด์ อิงค์ ในปี 2557 AEV สยายปีกเข้าสู่เวียดนาม  โดยบริษัทลูกในสิงคโปร์ที่ชื่อ "พิลมิโก อินเตอร์เนชั่นแนล" เข้าซื้อหุ้น 70% ของบริษัท วิน ฮอน 1 ฟีด (VHF) ผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำในเวียดนาม ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท พิลมิโก วีเอชเอฟ จอยท์ สต็อค
          อันดับ 87 Globe Telecom Inc (GLO)
          "โกลบ เทเลคอม" ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ลำดับต้น ๆ ของฟิลิปปินส์ ทั้งโทรศัพท์ พื้นฐาน โทรศัพท์ไร้สายและเครือข่ายบรอดแบนด์ เป็นบริษัทด้านโทรคมนาคมแห่งแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์ในปี 2518 โดยมีสิงคโปร์ เทเลคอม และอยาลา คอร์ปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
          ปลายปี 2557 โกลบเทเลคอมตกลงเป็นพาร์ตเนอร์ของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติสหรัฐ หรือ NBA เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทและขยายฐานรวมถึงรักษาฐานลูกค้าเดิมในฟิลิปปินส์ซึ่งส่วนใหญ่คลั่งไคล้บาสเกตบอล
          อันดับ 99 Universal Robina Corp (URC)
          บริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของฟิลิปปินส์ ที่กำลังรุกคืบตลาดอาเซียนอย่างต่อเนื่อง นอกจากผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าสำหรับผู้บริโภคขั้นสุดท้ายแล้ว ยังทำธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ด้วย อาทิ น้ำตาลและแป้งประกอบอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมเกษตรอย่างฟาร์มเลี้ยงสัตว์ อาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์
          ยูอาร์ซี มีฐานการผลิตใน 8 ประเทศไม่รวมฟิลิปปินส์ เช่น เมียนมา ลาว รวมถึงกัมพูชา ขณะที่ มีการส่งสินค้าออกไปจำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป สหรัฐ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาตะวันตก
          บริษัทนี้สามารถสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งในระดับภูมิภาคได้ถึง 3 แบรนด์ ได้แก่ "แจ็ก แอนด์ จิล" สำหรับขนมขบเคี้ยว, "ซีทู" สำหรับชาพร้อมดื่ม และ "เกรทเทสต์" สำหรับกาแฟ โดยเป็นที่รู้จักและนิยมไปทั่วเอเชียอาคเนย์
          อันดับ 100 BDO Unibank Inc (BDO)
          ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ทั้งในแง่สินทรัพย์ สินเชื่อและเงินฝาก เป็นบริษัทลูกของเอสเอ็ม กรุ๊ป ธนาคารแห่งนี้เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่างบังโก เดอ โดโร ยูนิเวอเซลแบงก์ กับ อีควิเทเบิล พีซีไอ แบงก์ในปี 2550
          ปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศมากกว่า 860 แห่ง เน้นการเติบโตทั้งด้วยตนเองและการควบรวม กิจการกับบริษัทอื่นเวียดนาม
          อันดับ 66 PetroVietnam Gas JSC
          เปโตรเวียดนาม ก๊าซ เจเอสซี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2533 ภายใต้การบริหารงานของบริษัทแม่ Vietnam Oil and Gas Group  เป็นผู้ให้บริการก๊าซธรรมชาติครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการกลั่น  ขนส่ง จำหน่าย จัดเก็บ มีผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซแห้ง ก๊าซธรรมชาติอัด ก๊าซธรรมชาติเหลว เป็นต้น โดยมีรัฐบาลเวียดนามถือหุ้นใหญ่ ล่าสุด บริษัทแม่ได้ร่วมมือกับบริษัท Gazprom ผู้ให้บริการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติครบวงจรสัญชาติรัสเซีย จัดตั้งบริษัท Vietgazprom
          อันดับ 86 Bank for Investment and Development of Vietnam
          ธนาคารเพื่อการลงทุนและการพัฒนาของเวียดนาม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2500 เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามในแง่ของรายได้ (70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2557) และเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ในแง่ของสินทรัพย์ (ราว 18,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงฮานอย มีผลิตภัณฑ์ทางการเงิน หลากหลาย เช่น กองทุนรวม บัญชีกระแสเงินสด บัญชีเงินฝากประจำและเผื่อเรียก เงินฝากระยะสั้น เงินฝากเพื่อการลงทุน เงินกู้สำหรับภาคธุรกิจและการลงทุน ตลอดจนบริการด้านการเงินระหว่างประเทศ เพื่อลูกค้าในภาคการส่งออก เป็นต้น
          อันดับ 95 VietinBank
          ธนาคารเวียดอิน ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี 2534 โดยมีรัฐบาลเวียดนามเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ประมาณ 65% ตามด้วยสถาบันการเงินข้ามชาติอย่าง Mitsubishi UFJ Financial Group ราว 20% มีเป้าหมายเพื่อเป็นธนาคารพาณิชย์สำหรับปล่อยกู้ให้เมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ ที่ผ่านมาได้ให้เงินกู้ แก่รัฐบาลเวียดนามในโครงการพัฒนาต่าง ๆ เช่น ระบบไปรษณีย์ ระบบโทรคมนาคม และการก่อสร้าง รวมทั้งโครงการที่ไม่หวังผลกำไร เช่น เงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาอุทกภัย และกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาของประชาชน
          นอกจากนี้ยังมีลูกค้ารายใหญ่อื่น ๆ เช่น PetroVietnam ยักษ์น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และ Vietnam Electricity ผู้ให้บริการพลังงานไฟฟ้า ทั้งยังมีบริการทางการเงินอื่น ๆ เช่น ประกันภัย เช่าซื้อ การบริหารจัดการสินทรัพย์และกองทุน การโอนเงินระหว่างประเทศ ฯลฯ