ทีโอทีจ่อระดมทุน"หมื่นล้าน"ดันโปรเจคสายโทรคมลงดิน

"ทีโอที" ดิ้นฟื้นศักยภาพองค์กร ล่าสุดรับเป็น เจ้าภาพเดินหน้าโครงการท่อร้อยสาย "เอาสายโทรคม ทุกชนิดลงดิน" ใช้โมเดลอินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ เหมือนการไฟฟ้าฯ ระบุต้องระดมทุนเบื้องต้น "หมื่นล้าน" ใช้ดำเนินการ คาดเริ่มแผนงานพร้อมให้เอกชนเช่าใช้ปี 59
          นายมนต์ชัย หนูสง รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวถึงความคืบหน้าการเป็นเจ้าภาพ ทำโครงการท่อร้อยสาย เพื่อนำสายโทรคมนาคมลงดิน ร่วมกับ บมจ.กสท โทรคมนาคม เพื่อเปิดให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมเช่าใช้ว่า ได้เสนอแนวทางลงทุนเพื่อให้คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัททราบแล้วว่า จะทำในรูปแบบกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์) ในแบบที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินการอยู่ ทำให้ไม่ต้องพึ่งงบประมาณจากภาครัฐ ซึ่งคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบแล้ว
          โดยหลังจากนี้ฝ่ายบริหารจะดำเนินการ ร่างสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง (ทีโออาร์) เพื่อจ้างที่ปรึกษาในการให้คำปรึกษาการจัดทำกองทุนรวม เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาในการประชุมครั้งหน้าเดือน พ.ย.นี้ เพื่อสรรหาที่ปรึกษาให้ได้ภายในเดือน มี.ค.2559 และสามารถตั้งกองทุนและเริ่มระดม ทุนช่วงปลายปี 2559 จากนั้นจึงเริ่มสร้างคาดว่าจะใช้เวลา 2 ปี ในการสร้างท่อร้อยสาย เมื่อโครงการเสร็จจะทำให้ทีโอทีมีรายได้ปีละ 1,000 ล้านบาท
          สำหรับเงินทุนตั้งต้นในการจัดตั้งกองทุน ทีโอทีจะใช้กระแสเงินสดที่คาดว่าจะมีรายได้ในอนาคตนำเข้ากองทุนก่อน ส่วน กสทฯ จะนำกระแสเงินสด หรือทรัพย์สินท่อร้อยสายที่มีอยู่ก็ต้องขึ้นอยู่กับ กสทฯ ซึ่งต้องหารือกันอีกครั้งหนึ่ง โดยการระดมทุนในครั้งแรกทีโอทีต้องการเงินเริ่มต้นประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อ ดำเนินการนำเสาโทรคมนาคมที่อยู่ติดกับเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ลงดิน
          เขา ระบุว่า เนื่องจากโครงการนี้ต้องดำเนินการตามแผนของ กฟน. ที่ได้ขออนุมัติจาก คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำสายไฟฟ้าลงดินจำนวน 261 กิโลเมตร ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน ไม่เช่นนั้นเมื่อ กฟน.นำสายไฟฟ้าลงดินแล้ว สายโทรคมนาคมที่พาดอยู่บนเสาเดียวกันจะไม่มีที่ให้พาด เพราะ กฟน. ต้องโค่นเสานั้นๆ ทิ้ง ซึ่งในทางเทคนิคการสร้างท่อร้อยสายให้สายโทรคมนาคมทีโอทีต้องสร้างจำนวน 2,610 กิโลเมตร จากนั้นจะขยายไปทั่วประเทศ
          ปัจจุบันทีโอที มีท่อไร้สาย 25,000 กิโลเมตร แบ่งเป็น กรุงเทพฯ 20,000 กิโลเมตร และต่างจังหวัด 5,000 กิโลเมตร มีรายได้จากลูกค้าที่ใช้งานปีละ 400-500 ล้านบาท ขณะที่ กสทฯ มีท่อร้อยสาย 1,000 กิโลเมตร
          ส่วนเรื่องการฟ้องหรือไม่ฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เกี่ยวกับคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์หรือไม่นั้น คณะกรรมการบริษัทยังไม่ลงมติ แต่ได้ให้ฝ่ายบริหารหาข้อมูลเพิ่มเติมถึงสิทธิ์ในการใช้งานคลื่น 900 จนถึงปี 2568 ว่าเป็นอย่างไร เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ
          อย่างไรก็ตาม ทีโอทีได้เดินหน้าตามที่ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) มีคำสั่งให้ปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจตลอดมา ซึ่ง 6 กลุ่มธุรกิจกำลังเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยกลุ่มโทรศัพท์มือถือ และกลุ่มเสาโทรคมนาคมกำลังได้ข้อสรุป กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ก็มีโครงการท่องร้อยสายเป็นโครงการที่มีออนาคต
          ขณะที่กลุ่มอินเทอร์เน็ตเกตเวย์และเคเบิ้ลใต้น้ำ ก็ทำงานร่วมกับ กสท โทรคมนาคม เหลือเพียงกลุ่มโทรศัพท์พื้นฐานและบรอดแบนด์ที่ยังไม่มีพัธมิตรเข้ามาแสดงความสนใจ ส่วนกลุ่มบริการด้านไอทีและ คลาวด์ก็ได้รับนโยบายมาให้ดูแลบริการให้ภาครัฐก่อนระหว่างรอโครงการดาต้า เซ็นเตอร์แห่งชาติเสร็จ
          อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ (สรท.) บมจ.ทีโอทีจัดงานประชุมวิสามัญในหัวข้อ "อนาคตความ อยู่รอดขององค์กร คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ต้องอยู่กับทีโอที" ที่ประชุมลงมติใน 3 เรื่องสำคัญและเกี่ยวข้องกับคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ คือ 1.มติเป็นเอกฉันท์ให้ สรท.ฟ้อง กสทช.เองโดยจะนำรายชื่อยื่นถึงศาลปกครอง 2. มติเป็นเอกฉันท์ให้อำนาจประธานสรท.ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้ลงมติฟ้องกสทช.และให้ทีโอทีรักษาสิทธิ์ถือครองคลื่นจนถึงปี 2568
          และ 3. มติเป็นเอกฉันท์ขอให้กรรมการ สรท.แจ้งความดำเนินคดีเพื่อนำไปฟ้องร้องต่อศาลกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายบริหารกรรมการบริษัท ตลอดจนนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กรณีกระทำความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ไม่รักษาผลประโยชน์ขององค์กรและประเทศชาติ