"กทค."อนุมัติทีโอทีอัพเกรดคลื่น2.3ลุยบรอดแบนด์

 กทค.อนุมัติทีโอทีลุยบรอดแบนด์แอลทีอี ถึงปี 2568 ตามที่ส่งหนังสือขออัพเกรดเทคโนโลยีบนคลื่น 2300 เผยที่ประชุมหารือแล้วไม่ถือเป็น การเอื้อประโยชน์เอกชน พร้อมเคาะ 4 บริษัท เอกชนผ่านเกณฑ์คุณสมบัติชิงไลเซ่นส์ 4จีบนคลื่น 900
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า วานนี้ (29 ต.ค.) ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้อนุมัติให้บมจ. ทีโอที อัพเกรดเทคโนโลยีคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อทำ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์ แอลทีอี) ไปถึงวันที่ 3 ส.ค.2568  ตามที่ได้รับใบอนุญาตแต่เดิม
          คลื่นดังกล่าวทีโอทีถือครองอยู่จำนวน 64 เมกะเฮิรตซ์ แต่กสทช.เห็นชอบให้อัพเกรดได้ 60 เมกะเฮิรตซ์ ที่เหลืออีก 4 เมกะเฮิรตซ์ ไม่เป็นไปตามแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ต้องลงล็อกที่ 5 เมกะเฮิรตซ์ โดยทีโอทีดำเนินแผนตามที่เสนอได้ทันที แต่หากทีโอทีใช้ไม่หมด ก็ขอให้คืนมายังกสทช.เพื่อจัดสรรคลื่นต่อไป
          นอกจากนี้ที่ประชุมกทค.เห็นว่า การอนุมัติดังกล่าวไม่ได้เข้าข่ายการเอื้อผลประโยชน์ให้เอกชนแต่อย่างใด เนื่องจากทีโอทีใช้คลื่น 2300 ให้บริการโทรศัพท์ทางไกลในพื้นที่ชนบทเอง ไม่ได้ให้สัมปทานกับเอกชนเหมือนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ที่เคยให้สัญญาสัมปทานแก่บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส)
          ก่อนหน้านี้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร(ไอซีที) ได้หารือกับกสทช. เพื่อขอให้บอร์ดอนุมัติให้ทีโอทีอัพเกรดเทคโนโลยีได้
          ทั้งนี้ การขออัพเกรดเทคโนโลยีบนคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ของทีโอทีเป็นไปตามแผนการหาพันธมิตรร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ (สตราทิจิก พาร์ทเนอร์) ตามแผนพลิกฟื้นองค์กร และลดปัญหา การขาดทุน ซึ่งทีโอทีได้ให้บริษัท ดีลอยท์ ที่ปรึกษาช่วยวิเคราะห์หาพันธมิตรทางธุรกิจจากผู้ประกอบการโทรคมนาคมในประเทศ 5 ราย ที่ยื่นข้อเสนอมา ได้แก่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท โมบาย แอลทีอี จำกัด กลุ่มทรู บมจ.สามารถ คอร์ปอเรชั่น และบมจ.ล็อกซเล่ย์
          คลื่น 2300 นี้ ทีโอทีระบุว่า หากได้รับการอนุมัติให้อัพเกรดเทคโนโลยีจะให้บริการบรอดแบนด์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ช่วงไตรมาส 1 ปี 2559
          นายฐากร กล่าวเสริมว่า ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าร่วมประมูล คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์มีผู้ผ่านคุณสมบัติ 4 ราย ได้แก่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด บริษัทในเครือบมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด บริษัทในบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัทในเครือบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(เอไอเอส) และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บริษัทในเครือ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น
          นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ระบุว่า การประชุมบอร์ดกทค.ได้มีมติให้สำนักงานกสทช.ทำหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กรณีบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ทำหนังสือ ขอคัดค้านการกำหนดวันสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ตามประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ.2556 ที่กทค.ได้กำหนดวันหยุดการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 เป็นวันที่ 18 พ.ย.2558 เป็นต้นไป
          ขณะที่ ทรูมูฟ ขอให้กทค.ทบทวนวันสิ้นสุดการให้บริการให้สอดคล้องกับคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 94/2557 และบันทึกข้อความ ที่ คสช/618 โดยอ้างว่ากำหนดให้สิ้นสุดการให้บริการในวันที่เปิดให้บริการโดยผู้ให้บริการรายใหม่แล้ว เพื่อให้ ผู้ใช้บริการได้รับบริการอย่างต่อเนื่องตามเจตนารมณ์ของคำสั่งคสช.ต่อไป