กสทอ้อนไอซีทีจีบเฟซบุ๊ก-ไลน์-กูเกิล ใช้ไทยเป็นฮับ

กสท กางแผนไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิตอล หวังกระทรวงไอซีทีเจรจาผู้ผลิตคอนเทนต์ใช้ไทยเป็นฐานแทนสิงคโปร์ ระบุ รัฐบาลต้องมีนโยบายชัดเจนเพื่อสร้างความมั่นใจเอกชน
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการและรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายหลังที่นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มอบนโยบายให้ กสท เป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนโครงการเคเบิลใต้น้ำร่วมกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ล่าสุด กสท อยู่ระหว่างทำร่างโครงการเพื่อเสนอให้กระทรวงไอซีทีเป็นเจ้าภาพในการจัดตั้งคณะทำงานโดยจะรวมถึงผู้ประกอบการภาคเอกชนร่วมเป็นคณะทำงานด้วยเพื่อทำเป็น "National Internet Gateway" นำประเทศไทยไปสู่การเป็นดิจิตอลฮับของอาเซียน
          อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ต้องการให้กระทรวงไอซีทีเป็นเจ้าภาพนั้น เป็นไปตามนโยบายดิจิตอล อีโคโนมี ที่ต้องมีนโยบายรองรับให้ผู้ที่จะเข้ามาใช้งานโดยเฉพาะผู้ผลิตคอนเทนต์ อาทิ เฟซบุ๊ก ไลน์ และกูเกิล ซึ่งคนไทยมีการใช้งานสูงสุดใช้ไทยเป็นฐานแทนประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเมื่อทราบความต้องการของปริมาณการใช้งานแล้ว จะทำให้สามารถลงทุนได้อย่างคุ้มค่า ขณะที่ภาคเอกชนก็หันมาเช่าใช้บริการของ กสท ทำให้ กสท ทำราคาแข่งขันกับสิงคโปร์ได้ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังสามารถกระจายเส้นทางอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ได้ดีขึ้น จากเดิมที่ส่วนใหญ่มีเส้นทางลงไปยังภาคใต้ 80% ภาคตะวันตก และตะวันออก เพียง 20%
          "รัฐบาลต้องมีนโยบายในการสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นทางการเมือง นโยบายด้านเศรษฐกิจ สิทธิพิเศษด้านภาษีสำหรับผู้ที่จะมาลงทุน การเอื้อประโยชน์เกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างชาติเข้ามาในไทย รวมถึงการดูแลความปลอดภัยด้านข้อมูล ซึ่งกระทรวงไอซีทีต้องเป็นตัวแทนในการเจรจากับผู้ผลิตคอนเทนต์ดังกล่าว" พ.อ.สรรพชัย กล่าว
          พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดรวมของไทยมีความต้องการใช้งานเกตเวย์ราว 2 เทราไบต์ อัตราการเติบโตปีละ 80% คาดว่าภายใน 5 ปี จะเติบโตถึง 60 เทราไบต์ ดังนั้น หากทำให้เกิดโครงการดังกล่าวได้จะทำให้บริการเกตเวย์ของรัฐวิสาหกิจเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้ราคาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตลดลงแข่งขันกับการไปเชื่อมต่อโดยตรงที่สิงคโปร์ และส่งผลให้ราคาอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ครัวเรือนในประเทศถูกลงราว 15-20% และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ได้ทุกครัวเรือนภายในปี 2560 รวมถึงจะเพิ่มสัดส่วนการ ใช้งานเกตเวย์ ของ กสท มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอินเทอร์เน็ต เกตเวย์ ของรัฐวิสาหกิจจากเดิม 20-25% ให้อยู่ที่ประมาณ 50-60% ของปริมาณทราฟิกรวมของทั้งประเทศเท่านั้น.