อัพเกรดไอซีทีชุมชนดึงท้องถิ่นเข้าถึงดิจิทัล

พลิกโฉม"ไอซีทีชุมชน"เป็น "ศูนย์ดิจิทัลชุมชน" ตั้งเป้าปีหน้าเปิดเพิ่มอีก 20% ดึงท้องถิ่นใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เดินหน้าปั้น "สตาร์ตอัพ แอ็กเซเลเรต"
          นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลยังเดินหน้าเพื่อก้าวสู่ "ดิจิทัลไทยแลนด์" ยกระดับการแข่งขันของประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเน้นไปที่การสร้างคอนเน็กติวิตี้เชื่อมคนสู่ดิจิทัลหลวมรวมองค์ความรู้เข้ากับความคิดสร้างสรรค์นำไปสู่นวัตกรรมและการสร้างโอกาสใหม่ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม
          โดยกระทรวงไอซีทีจะใช้ศูนย์ไอซีทีชุมชนที่มี 2,000 แห่งทั่วประเทศเป็นกลไกขับเคลื่อน โดยปรับโฉมเป็นศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งมีหน้าที่นำเสนอกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ และการเรียนรู้ที่วิสาหกิจชุมชนจะพัฒนาตนเอง เชื่อมโยงแพลตฟอร์มค้าขายออนไลน์ และเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอีเพย์เมนต์ของกระทรวงการคลัง และใช้เป็นกลไกลในการสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต กระตุ้นให้เกิดการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่น
          "ให้ไอซีทีรีวิว และประเมินศักยภาพความพร้อมศูนย์ไอซีทีชุมชนทั้งหมด แก้จุดอ่อนเคลียร์ปัญหาก่อนขยายเพิ่มในปีหน้า 20% ส่วนศูนย์ 300 แห่งที่ประกวดราคาไปเมื่อต้นปี และรัฐมนตรีคนก่อนระงับการทำสัญญาไว้ก็ให้ไปทบทวนใหม่อีกรอบ"
          ส่วนการพัฒนาทุนมนุษย์เน้นการสร้างความพร้อมบุคลากรทั้งในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงและอุตสาหกรรมที่จะใช้ประโยชน์จากดิจิทัลอีโคโนมีเน้นการสร้างนักพัฒนา "สตาร์ตอัพ แอ็กเซเลเรต" เจรจากับ บมจ.กสท โทรคมนาคม ใช้ตึกที่บางรักเป็นศูนย์กลางแล้ว
          สำหรับความคืบหน้ากฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัลที่อยู่ระหว่างทบทวนใหม่ 8 ฉบับ จะเปิดรับฟังความเห็นในวงกว้างกว่าเดิม เนื่องจากเป็นกฎหมายสำคัญที่จะประกาศใช้ได้ในปีหน้า และได้หารือร่วมกับบรรดาสมาคมต่าง ๆ เพื่อหาแนวทางผลักดันเทคสตาร์ตอัพและเร่งร่างแผนแม่บทดิจิทัลไทยแลนด์ให้เสร็จ
          ส่วนโครงการบรอดแบนด์แห่งชาติยังไม่ได้ข้อยุติแต่จะเป็นความร่วมมือของภาครัฐเพื่อเชื่อมต่อเอกชน มีเป้าหมายวางโครงข่ายลงถึงระดับหมู่บ้านใน 2 ปี ซึ่งการเข้าถึงบรอดแบนด์เพิ่ม 10% ผลักดันจีดีพี เพิ่ม 1.35% และสำรวจความต้องการภาครัฐและวางมาตรฐานโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ
          ขณะที่นายบรรยงค์ พงษ์พานิช คณะกรรมการนโยบายกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) กล่าวว่า คนร.ตั้งเป้าทำทีโอทีและแคทเป็นองค์กรที่ยั่งยืนระยะยาว โดยจะนำทรัพย์สินของทั้งสองแห่งที่บางส่วนมีข้อพิพาทกับเอกชนมาใช้ประโยชน์ก่อนรวมเป็นส่วนหนึ่งของบรรษัทแห่งชาติ
          "คนร.ตั้งเป้าให้ทำธุรกิจอินฟราสตรักเจอร์ แต่ทำได้ยากเพราะทีโอทีมีพนักงานกว่า 22,000 คนขาดทุนหมื่นกว่าล้านทั้งได้ทำ 3G ก่อนเอกชน ลงทุน 2 หมื่นล้าน แต่ทุกวันนี้ มีลูกค้า 4.7 แสน ขณะที่เอกชน 3 ราย มีกว่า 85 ล้านเลขหมาย ถึงจุดนี้ถ้ายังไม่รีฟอร์มก็ควรถอยออกจากกิจการนี้"