"หัวเว่ย" โหม "คลาวด์" เจาะองค์กร

ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ใส่ใจกับการพัฒนาระบบไอทีมากขึ้น เพราะไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันยังช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี "คลาวด์" นับว่ามาแรงมาก เพราะรวดเร็วและประหยัดเงินลงทุน"หัวเว่ย" จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชั่นด้านคลาวด์ร่วมกับพาร์ตเนอร์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

 

ใน Huawei Cloud Congress 2015 (HCC 2015) ที่ประเทศจีน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็ตอกย้ำให้เห็นเป้าหมายดังกล่าว

"วิลเลี่ยม ซวี" ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ และการตลาด หัวเว่ย กล่าวว่า การทำตลาดสินค้า และบริการ "คลาวด์"จะเข้มข้นขึ้น เพราะองค์กรต่าง ๆ ต้องการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ รวมถึงสร้างระบบการทำงานเป็นโมบิลิตี้เต็มรูปแบบ ผ่านการใช้กลยุทธ์ระบบคลาวด์ที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการรายอื่นหรือที่เรียกว่าเป็นระบบเปิด เพื่อสร้างความเป็นผู้นำในตลาดโดยเร็ว

"เราจะมีความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์บนพื้นฐานที่ต่างฝ่ายต่างวิน-วินทั้งคู่ เราจะไม่ไปยุ่งเรื่องซอฟต์แวร์ เพราะไม่เชี่ยวชาญ แต่จะสร้างเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ จำลองตนเองเป็นอินฟราสตรักเจอร์เสมือน หรือ IaaS และแพลตฟอร์มเสมือน หรือ PaaS"

ก่อนหน้านี้ "หัวเว่ย" เน้นทำตลาดในจีนเป็นหลัก มีส่วนแบ่งในกลุ่มธนาคารกว่า 50% ที่ใช้โซลูชั่นกับระบบบริหารจัดการลูกค้า (ซีอาร์เอ็ม) และมีส่วนแบ่งในตลาดสตอเรจอันดับ 1 ในกลุ่มผู้ให้บริการโทรคมนาคม, ธนาคาร, พลังงาน และภาครัฐ ส่วนตลาดเซิร์ฟเวอร์โลกสำหรับใช้บริการคลาวด์มีส่วนแบ่ง (Shipment) เป็นอันดับ 4 รองจากเดลล์, เอชพี และเลอโนโว ส่วนสตอเรจมีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 4-5

"ในไทยร่วมกับทรู ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบเทคโนโลยีเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ พาร์ตเนอร์ดูแลเรื่องซอฟต์แวร์ และโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในแต่ละอุตสาหกรรม หรือดอยช์ เทเลคอม เราไปช่วยสร้างระบบพับลิกคลาวด์ระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ให้ผู้ใช้งานในเยอรมนี ไม่ใช่แต่ภาคเอกชนยังตอบโจทย์ภาครัฐ เป็นหนึ่งในตัวช่วยประมวลผล และนำข้อมูลมาพัฒนาประเทศได้ด้วย"

มีดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้เซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจของบริษัทกว่า 660 แห่ง มีการเชื่อมต่อมาจากองค์กรต่าง ๆ 1 แสนราย จาก 150 ประเทศ สร้างผู้เชี่ยวชาญด้านคลาวด์ 10,000 คน พร้อมเปิดศูนย์การทำตลาดคลาวด์กว่า 30 แห่งทั่วโลก

ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มคลาวด์คอมพิวติ้งภายใต้ชื่อ Fusion แบ่งเป็น Fusion Sphere เป็นตัวกลาง หรือ IaaS เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์, สตอเรจ และระบบเน็ตเวิร์กแต่ละองค์กร ให้ประมวลผลข้อมูลผ่านคลาวด์ได้ พร้อมเทคโนโลยี Open Stack เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เดิมได้ง่าย และรวดเร็ว พร้อม Fusion State ทำหน้าที่เป็น PaaS หรือแพลตฟอร์มกลางในการเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการทำให้สร้างระบบเวอร์ชัวไลเซชั่น หรือระบบอื่น ๆ ได้ ทำงานพร้อมกับ Fu-sion Insight และ OceanStor DJ สตอเรจช่วยประมวลผลบิ๊กดาต้า

"ฟ่าน รุ่ยฉี" รองประธาน กลุ่มผลิตภัณฑ์ไอที หัวเว่ย เสริมว่า มีผู้ใช้สตอเรจกว่า 10,000 แห่ง เปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีที่ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น หรือ SAN (Storage Area Network) จากเดิมที่ใช้ NAS (Network Attached Storage) 

สำหรับในไทยจากเหตุการณ์ความไม่สงบผลักดันให้เอกชน และรัฐลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะสตอเรจที่ต้องรองรับข้อมูลมหาศาลจากกล้องวงจรปิด มีโซลูชั่นประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อค้นหาสิ่งไม่ปกติดีขึ้น อีกทั้งสตอเรจยังใช้กับศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์สำรองด้วย

ด้าน "อีริค ซวี" หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารหมุนเวียนตามวาระ หัวเว่ย ทิ้งท้ายว่าบริษัทพยายามผลักดันการทำตลาดแพลตฟอร์มคลาวด์เพื่อขึ้นสู่ผู้นำในตลาดไอทีขององค์กร ภายใต้คอนเซ็ปต์ Make it simple, Make business agile (ง่าย และทำให้ธุรกิจคล่องตัว)