ชูสมาร์ทซิตี้ยกระดับคนไทยบิ๊ก"สิงเทล"ดอดหารือเศรษฐกิจดิจิตอล

ผู้บริหารสิงเทล ดอดพบ "อุตตม" คาดช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลในรูปแบบ "สมาร์ทซิตี้" หวังกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ขณะที่เจ้าตัวขอเวลา 2-3 เดือนปรับปรุงกฎหมาย 2 ฉบับ ส่วนอีก 6 ฉบับยังเดินหน้าตามขั้นตอนต่อไป
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 58 นางฉั่ว ช็อกกุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงคโปร์ เทเลคอมมูนิเคชั่น จำกัด หรือสิงเทลกรุ๊ป ผู้ถือหุ้น 20% ในบริษัทเอไอเอส และทีมผู้บริหารจากสิงเทล รวมทั้งนายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส ได้เดินทางเข้าพบนายอุตตม สาวนายน รมว.ไอซีที ทั้งนี้ การเข้าพบดังกล่าวมีการตั้งข้อสังเกตไว้หลายประเด็น อาทิการหารือถึงข้อพิพาทสัญญาสัมปทานมือถือระหว่างบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กับเอไอเอส ที่มีปัญหายืดเยื้อกันมาอย่างยาวนาน และสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ และการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล โดยเฉพาะนโยบายสมาร์ทซิตี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ทั้งนี้เนื่องจากในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะสิงคโปร์ เป็นแบบอย่างในการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งอาจนำรูปแบบมาปรับใช้กับประเทศไทย
          นายอุตตม กล่าวว่า การเข้าพบของผู้บริหารสิงเทลนั้น เพื่อแสดงความยินดีเท่านั้น ยังไม่มีการหารือประเด็นใดเป็นพิเศษ และจากนี้ไปจะเริ่มให้เอกชนที่ต้องหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลได้เข้าพบ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลของประเทศ
          ขณะเดียวกันหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้นำ พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและ (ร่าง) พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่อยู่ในชั้นการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา กลับมาให้รัฐบาลพิจารณาใหม่เมื่อเร็วๆ นี้นั้น จะไม่ได้เป็นการรื้อกฎหมายใหม่ทั้งหมด เพราะเป็นการนำกลับมาปรับปรุงเนื้อหาบางส่วนของ 2 ฉบับเท่านั้นซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือนในการปรับปรุงก่อนจะนำเข้ามาเสนอ ครม. ส่วนที่เหลืออีก 6 ฉบับไม่ต้องปรับแก้ไขแต่อย่างใด
          ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ ครม. มีมติให้นำกฎหมาย 2 ฉบับกลับมาปรับปรุงนั้นเนื่องจากหน่วยงานระดับกระทรวงได้มีข้อทักท้วงในบางประเด็นในเนื้อหาของกฎหมายและยังไม่ได้รับการแก้ไข รวมถึงบางส่วนถูกคัดค้านจากภาคประชาชน รมว.ไอซีทีจึงขอเสนอให้นำกลับมาแก้ไข อย่างไรก็ตาม ครม. ไม่ได้ให้กรอบเวลากับกระทรวงไอซีทีว่าจะต้องนำกฎหมายทั้ง 2 ฉบับกลับมาให้ ครม.พิจารณาเมื่อใด จากปกติ ครม.จะกำหนดว่าเมื่อนำกลับมาแก้ไขแล้วจะต้องนำกลับมาเสนอ ครม. ภายในกี่วัน
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาสมัยที่นายพรชัย รุจิประภา เป็น รมว. ไอซีที ได้เสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลทั้งหมด 10 ฉบับ แต่ได้มีการรวม 3 ฉบับเป็นฉบับเดียวคือ ร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการ ดิจิตอลฯ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอลฯ และร่าง พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาดิจิตอลฯ รวม เป็นร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในส่วนร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลอีก 6 ฉบับที่ผ่าน ครม. ไปแล้วและยังคงเดินหน้าต่อคือ ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, ร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม, ร่าง พ.ร.ฎ. จัดตั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวงทบวง กรม ที่กำหนดให้มีกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.