ไมโครซอฟท์ประเทศไทยชี้"คลาวด์"จะเป็นธุรกิจหลัก

หลัง "อรพงศ์ เทียนเงิน" เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 58 วันนี้ประกาศชัดว่า "คลาวด์จะเป็นธุรกิจหลักของไมโครซอฟท์"
          นายอรพงศ์ กล่าวว่า โลกวันนี้เปลี่ยนเป็นยุค "โมบาย-เฟิสต์, คลาวด์เฟิสต์" (Mobile-first , Cloud-first) คือ การดำเนินธุรกิจ การทำงาน และการใช้ชีวิต ทุกที่ทุกเวลาจะมีคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือติดตัวเราไป ขณะที่ข้อมูลซึ่งอยู่บนคลาวด์ก็ตามเราไปได้ในทุกหนแห่ง จนกลายเป็นโลกของโมบายและคลาวด์ แม้ปัจจุบันไมโครซอฟท์จะมีอายุ 40 ปีในฐานะบริษัทไอทีระดับโลก แต่เมื่อโลกปัจจุบันเปลี่ยน ไมโครซอฟท์ก็ต้องเปลี่ยน
          "ไมโครซอฟท์อยู่ระหว่างการเปลี่ยน แปลง เพราะความสำเร็จที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ ยังเป็นผลจากการทำธุรกิจในโลกอดีต ซึ่งวันนี้โลกเข้าสู่ยุคโมบายและคลาวด์ ไมโครซอฟท์จึงต้องเปลี่ยนแม้จะเป็นธุรกิจที่ใหญ่มากและยังคงมีกำไรอยู่มากก็ตาม"
          นายอรพงศ์ กล่าวต่อว่า การเปลี่ยน แปลงของไมโครซอฟท์ที่เกิดขึ้น มี 3 เรื่อง ได้แก่ 1. เปลี่ยนมุมมองบุคลากรของไมโครซอฟท์จากโลกเดิมสู่โลกใหม่ คือ โลกของโมบายและคลาวด์ 2. เปลี่ยนไปสู่การเปิดกว้างในการหาพันธมิตรสำหรับดำเนินธุรกิจด้านคลาวด์ และ 3.เปลี่ยนจากการขายไลเซ่นส์ (ใบอนุญาต) ไปสู่การขายโซลูชั่น
          นายอรพงศ์ กล่าวว่า การทำธุรกิจด้านคลาวด์ของไมโครซอฟท์วันนี้เปิดกว้างโดยพร้อมร่วมงานกับพันธมิตรทุกรายแม้ให้บริการแพลตฟอร์มที่ต่างกัน ที่ร่วมงานกันแล้ว ได้แก่ ไอโอเอส จาวา และแอนดรอยด์ เป็นต้น โดยรายได้ธุรกิจคลาวด์ของไมโครซอฟท์คิดเป็น 23% ของรายได้ไมโครซอฟท์ทั่วโลก ปัจจุบันธุรกิจคลาวด์ของไมโครซอฟท์ถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ใน 3 ของโลก ส่วนธุรกิจคลาวด์ของไมโครซอฟท์ในไทยพบว่ามีรายได้ 45% มาจากลินุกซ์
          "ธุรกิจคลาวด์ในไทยโตเร็วมาก ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ต้องสนใจวิธีการจัดซื้อเหมือนในอดีต รวมทั้งไม่ต้องมีบุคลากรด้านไอทีที่เชี่ยว ชาญในองค์กร เพราะบริษัทที่ให้บริการคลาวด์จะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด ซึ่งการที่ไมโครซอฟท์ประเทศไทยจะโตในธุรกิจคลาวด์ได้ต้องช่วยทำให้พันธมิตรเติบโตและแข็งแรง โดยการเติบโตของธุรกิจคลาวด์พบว่าส่วนของภาคอุตสาหกรรมและองค์กรขนาดใหญ่เติบโต กว่า 3 เท่า ขณะที่ธุรกิจคลาวด์โดยรวมโตกว่า 100%"
          นอกจากธุรกิจคลาวด์ที่ไมโครซอฟท์จะทำเป็นธุรกิจหลักในไทยแล้ว ธุรกิจอื่น ๆ ของไมโครซอฟท์ที่ยังมุ่งดำเนินการในไทย ได้แก่ การให้บริการแพลตฟอร์มวินโดวส์และดีไวซ์, การนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กร, แอพพลิเคชั่นสำหรับองค์กรขนาดใหญ่, บริการสไกป์, เกมและเอนเตอร์เทนเมนต์ และกลุ่มโทรศัพท์มือถือ
          วันนี้ไมโครซอฟท์ยังจัดอันดับให้ไทยเป็นประเทศที่มีความสำคัญในการเติบโตและน่าลงทุนติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศแถบอาเซียน.
--จบ--