CATรุก"อีบิสซิเนส"ส่งบริการใหม่ปั้นยอด340ล.

CAT โหมธุรกิจ "อีบิสซิเนส" พัฒนาบริการรูปแบบใหม่ตอบโจทย์ธุรกิจเกาะเทรนด์เทคโนโลยีเพิ่มโฟกัสการทำตลาด "แอปพลิเคชั่นด้านการสื่อสาร-มัลติมีเดียเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และซัพพลายเชน" ตั้งเป้าโกยรายได้เพิ่มเป็น 340 ล้านบาท ภายในสิ้นปี ขยับจาก 218 ล้านบาทปีที่แล้ว
          นายชัยยุทธ สันทนานุการ รักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและการขาย บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) เปิดเผยว่า จากพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาบริการของ CAT ในปัจจุบัน ทำให้บริษัทมีการปรับบริการในกลุ่มบริการสื่อสารข้อมูล (ดาต้าคอม) ใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของบริการอีบิสซิเนส ใหม่ และตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นเป็น 340 ล้านบาท และครึ่งปีแรกที่ผ่านมาทำได้แล้วราว 200 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาทั้งปีทำได้ 218 ล้านบาท
          โดยในอีบิสซิเนสจะมี 3 กลุ่มธุรกิจ กลุ่มแรกเป็นแอปพลิเคชั่นด้านการสื่อสาร เช่น เว็บคอนเฟอเรนซ์, วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และอีออกชั่น และในไตรมาส 4 จะมีบริการใหม่ "แคท แชท" บริการแชตสำหรับองค์กรคล้ายไลน์ เน้นทำตลาดในกลุ่มองค์กรภาครัฐ และกลุ่มถัดมาเป็นบริการมัลติมีเดียเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ได้แก่ การทำแพลตฟอร์มบริการไอพีทีวี, อีเลิร์นนิ่ง และเรดิโอเว็บแคสติ้งเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าภาคการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ เช่น โรงเรียนกวดวิชา เป็นต้น
          และสุดท้ายเป็นบริการด้านซัพพลายเชน ได้แก่ บริการอีโลจิสติกส์ และ CAT EDI บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ล่าสุดได้ร่วมกับองค์การเภสัชกรรมทำระบบซื้อขายเวชภัณฑ์ ให้โรงพยาบาลภาครัฐกว่า 800 แห่ง ภายใน 3 ปี ปัจจุบันให้บริการนำร่องใน 6 โรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลหาดใหญ่, โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี, โรงพยาบาลเชียงราย เป็นต้น และตั้งเป้าให้ครบ 10 แห่ง ภายในสิ้นปี
          นอกจากนี้ บริการอีออกชั่นจะมีการเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการไปเป็น "อีบิดดิ้ง" ตามนโยบายรัฐบาลตั้งแต่ปีงบประมาณใหม่เป็นต้นไป ซึ่งต้องรอ พ.ร.บ.การจัดซื้อ จัดจ้างฉบับใหม่ด้วย จากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวอาจกระทบรายได้ที่ปกติทำได้ ปีละ 100 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับเอกชนแล้ว CAT มีความพร้อมมากกว่าจึงน่าจะได้เปรียบ
          "กลุ่มธุรกิจใต้สายงานตลาดจะมี 3 ส่วน นอกจากบริการสื่อสารข้อมูล (ดาต้าคอม) ยังมีบริการโทรศัทพ์ทางไกลระหว่างประเทศ (ไอดีดี), อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ และธุรกิจอื่น ๆ อาทิ ค่าเช่าโครงข่าย"
          นายชัยยุทธกล่าวต่อว่า ในครึ่งปีแรกเฉพาะรายได้จากบริการที่ CAT ดำเนินการเองเติบโตลดลงราว 10% จากสภาพเศรษฐกิจ นโยบายของรัฐที่ยังไม่ต่อเนื่อง การนำเข้าส่งออก รวมทั้งภาพรวมของเศรษฐกิจโลก แต่หากรวมรายได้จากสัมปทานจะไม่ส่งผลกระทบกับองค์กร
          โดยจากข้อมูลเดิมรายได้รวมที่ CAT ตั้งเป้าไว้ 52,000 ล้านบาท ใน 7 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้ราว 31,000 ล้านบาท หากหักรายได้สัมปทานออกจะอยู่ที่ราว 22,400 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมสัมปทานในช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 27,032 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,144 ล้านบาท
          "งบฯการตลาดในกลุ่มอีบิสซิเนสมี ไม่มาก เนื่องจากนโยบายรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่ายของรัฐวิสาหกิจที่ต้องลดให้ได้ 10% เชื่อว่าจะลดได้ตามเป้า ซึ่งนอกจากกลุ่มดาต้าคอมแล้ว ในปลายปีหรือต้นปีหน้า จะมีการรีแบรนด์บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ใหม่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเจาะลูกค้ารายย่อยมากขึ้น จากเดิมเน้นลูกค้าองค์กร"