AITหั่นเป้ารายได้ปีนี้5พันล้าน เล็งสรุปลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ไทย-เขมรปีนี้

AIT หั่นเป้ารายได้ปีนี้ลงเหลือ 5,000 ล้านบาท หลังรับผลกระทบเศรษฐกิจซบเซา-โครงการภาครัฐล่าช้า ขณะที่ตุนแบ็กล็อก  3,077 ล้านบาท จ่อบุ๊คครึ่งปีหลัง 2,260 ล้านบาท ลุยเจรจาพันธมิตรร่วมทุนทำธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย-กัมพูชา เงินลงทุนรวม 700 ล้านบาท คาดสรุปในปีนี้
          นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการปรับลดเป้ารายได้รวมในปี 2558 ลงเหลือที่ระดับ 5,000 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 6,800 ล้านบาท หลังจากภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศซบเซา ประกอบกับงานโครงการในส่วนของภาครัฐล่าช้าออกไปจากเดิม
          ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ 3,077 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลังนี้จำนวน 2,260 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีกจำนวน 817 ล้านบาทจะรับรู้ในปีถัดไป อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างรอผลการประมูลงานใหม่มูลค่ารวมกว่า 1,131 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยประกาศในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยเบื้องต้นคาดหวังว่าจะได้งานประมาณ 50%
          ส่วนผลดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,664 ล้านบาท ลดลง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 4,427 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 266 ล้านบาท ลดลง 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 484 ล้านบาท เนื่องจากในปีนี้งานในส่วนของภาครัฐมีความล่าช้าออกไป เพราะบริษัทมีสัดส่วนรายได้หลักจากภาครัฐ 80%
          นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมยื่นประมูลงานวางระบบโครงสร้างไอซีทีภาครัฐ ตามโครงการเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) มูลค่ารวม 11,613 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยเปิดประมูลในช่วงปลายปี แต่ยังคงไม่สามารถประเมินมูลค่างานที่คาดว่าจะได้รับได้
          ส่วนการลงทุนในอนาคต บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรทั้งในประเทศกัมพูชาและไทย เพื่อตั้งบริษัทร่วมทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับดาต้า เซ็นเตอร์ มูลค่าการลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้ และยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในประเทศเพื่อร่วมลงทุน มูลค่าโครงการประมาณ 500-600 ล้านบาท ซึ่งคาดได้ข้อสรุปภายในปีนี้
          “เราต้องยอมรับว่าทั้งรายได้และกำไรในปีนี้จะต่ำกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 6,651 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 658 ล้านบาท หลังงานหลักในส่วนภาครัฐล่าช้าออกไป เพราะเรามีสัดส่วนรายได้ที่มาจากงานภาครัฐมากถึง 80% ซึ่งเบื้องต้นเราประเมินรายได้ปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท เพราะเรามีแบ็กล็อกที่จะรับรู้ในครึ่งปีหลังอีกกว่า 2,260 ล้านบาท” นายศิริพงษ์ กล่าว