เป็นที่รู้กันว่านับวันอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตนั้น มีแต่เพิ่มปริมาณขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น โดยข้อมูลล่าสุด ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ระบุว่า ภายในปี 2563 ทั่วโลกจะมีอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมากถึง 50,000 ล้านเครื่อง
          และแน่นอนว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อทุกเครื่องที่จะต้องใช้หมายเลขเพื่อระบุตัวตนบนอุปกรณ์ที่จะเข้าถึงอินเตอร์เน็ต (ไอพี แอดเดรส) ซึ่งขณะนี้กระแสทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยี ได้มีการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตรุ่นที่ 4 (ไอพีวี 4) สู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตรุ่นที่ 6 (ไอพีวี6)
          ปัจจุบันไอพีวี 4 จะมีไอพีแอดเดรสที่ใช้งานไม่ซ้ำกันประมาณ 4,300 ล้าน ที่อยู่ แต่ไอพีวี 6 จะใช้งานไอพีแอดเดรส ไม่ซ้ำกันถึงประมาณ 30 ล้านล้านล้านล้านที่อยู่ ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้าน ไอพีแอดเดรส ซึ่งไอพีวี 6 ยังมีคุณสมบัติที่สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายอินเตอร์เน็ตได้มีประสิทธิภาพ รองรับระบบปฏิบัติการใหม่ของคอมพิวเตอร์ จึงอาจทำให้ในอนาคตบางเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่น บางตัวไม่สามารถใช้งานได้โดยไอพีวี 4
          นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงไอซีที เล่าว่า การเปลี่ยนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจากไอพีวี 4 ไปสู่ไอพีวี 6 ของไทยได้กำหนดเป้าหมายว่าภายในปี 2563 หน่วยงานของรัฐทุกแห่งจะสามารถใช้งานไอพีวี 6 รวมทั้งโครงข่ายการศึกษาของรัฐทุกระดับและทุกสถาบันสามารถใช้งานไอพีวี 6 และผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทั่วไปทั้งจากผู้ให้บริการในระบบใช้สายและไร้สายทุกรายสามารถให้บริการไอพีวี 6 ได้เช่นกัน
          ซึ่งแผนขับเคลื่อนไอพีวี 6 ยังเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล
          เมื่อได้ไขข้อข้องใจไปแล้ว คงทำให้หลายฝ่ายคลายความกังวลได้ว่าประเทศเราไม่ได้ล้าหลังการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีแต่อย่างใด เพราะเมื่อเห็นแผนของไอซีทีแล้วคงไม่นานเกินรอ