ไอซีทีเตรียมใช้ ม.44 ยุติศึก จนปัญญาแก้ปัญหาพิพาทล้านปีทีโอที-แคท

          "ไอซีที" สั่งทีโอที-แคท เสนอปัญหาและทางออกในการแก้ไข หากแก้ไม่ตกเตรียมเสนอ "พล.อ.ประยุทธ์" ใช้ ม.44 เคลียร์โดยเฉพาะปัญหาค่าเอซี-ไอซี ระหว่างทีโอที-แคท เพราะมูลค่าฟ้องร้องราว 300,000 ล้านบาท

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเร็วๆนี้ นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะเชิญคณะกรรมการ (บอร์ด) และผู้บริหารระดับสูงของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เข้าพบเพื่อหารือถึงทางออกของปัญหาคาราคาซังของธุรกิจโทรคมนาคม หากกระทรวงไอซีทีไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จะเสนอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้คำสั่งตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 เพื่อแก้ปัญหา เพราะมิเช่นนั้น ปัญหาโทรคมนาคม จะไม่ได้รับการแก้ไขแน่นอน ดังนั้น แคทและทีโอที ต้องจัดทำรายละเอียดของปัญหา และข้อเสนอของการแก้ไขมาให้ไอซีทีรับทราบโดยเร็วด้วย โดยในส่วนทีโอทีนั้น ยืนยันที่จะขอคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์เป็นหลัก ส่วนปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหายังไม่ได้เสนอ

          สำหรับปัญหาของแคทที่จะยื่นให้ไอซีทีพิจารณาว่าควรจะใช้มาตรา 44 หรือไม่นั้น ได้แก่ ปัญหาคาราคาซังกันมายาวนานระหว่างค่าเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม (ค่าเอซี) และค่าใช้โครงข่ายโทรคมนาคมแบบอินเตอร์คอนเนคชั่น (ค่าไอซี) ที่ตกลงกันไม่ได้ จนมีการฟ้องร้องระหว่างแคทกับทีโอที มูลค่าราว 300,000 ล้านบาท แม้ศาลจะให้ไกล่เกลี่ยกัน แต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้, ปัญหาภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมที่แคทจ่ายเกินให้กรมสรรพสามิต ซึ่งแคทได้เรียกร้องขอคืน และได้ยื่นฟ้องกรมสรรพสามิตรแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาเช่นกัน ส่วนประเด็นเรื่องสิทธิ์ในการใช้คลื่นความถี่เชื่อว่า หากคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอย่างไร กสทช.ต้องถือปฏิบัติตาม เพราะเป็นนโยบายของประเทศ ซึ่งจะทำให้การใช้คลื่นความถี่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแน่นอน

          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันท์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า แคทจะเสนอแผนการดำเนินธุรกิจให้ไอซีทีพิจารณา และนำเสนอ คนร. และ ครม. พิจารณาอนุมัติตามลำดับขั้นตอน โดยแผนการดำเนินการของแคทนั้น มุ่งเน้นการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นหลัก ในเบื้องต้นจะทำหนังสือถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อยืนยันสิทธิ์การใช้คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ขนาด 20 เมกะเฮิรตซ์ไปจนถึงปี 68 ตามการสิ้นสุดระยะเวลาของใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งเป็นการแลกกับการคืนคลื่นความถี่ขนาด 5 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นที่สิ้นสุดสัญญาสัมปทานรวมเป็น 30 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้ กสทช.นำไปเปิดประมูล 4 จี ขณะเดียวกัน แคทจะถอนฟ้อง กสทช.ด้วย เพื่อให้สามารถเดินหน้าประมูล 4 จีได้

          ขณะเดียวกัน ได้ทำหนังสือถึง กสทช.เพื่อขอปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคม ทั้งแคท และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ให้เป็นโครงข่าย 4 จีแอลทีอี เพื่อรองรับความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและในอนาคตอันใกล้นี้ เชื่อว่าอุปกรณ์หลายๆ ส่วนจะใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น ทำให้แคทต้องปรับตัวเอง และปรับปรุงคุณภาพโครงข่ายให้ทันสมัยตลอดเวลา และการขยายโครงข่ายของแคทนั้น จะสามารถสร้างผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหม่ๆ ขนาดเล็ก ที่มาเช่าใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของแคทไปให้บริการต่อ หรือลักษณะเอ็มวีเอ็นโอได้เพิ่มขึ้น ทำให้ไทยมีผู้ใหบริการโทรคมนาคมเพิ่มมากขึ้นด้วย

          "ดีแทค ยอมปรับปรุงโครงข่ายให้เป็น 4 จี แอลทีอี แม้จะเหลือเวลาสัญญาสัมปทานไม่เกิน 3 ปี แคทก็ต้องลงทุนปรับปรุงเช่นเดียวกัน เพื่อรองรับการขยายตัวด้วย และสิ่งเหล่านี้หากเป็นไปตามแผนการทั้งหมด แคทก็วาดฝันไว้ว่าจะกลายเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายอย่างเต็มรูปแบบ สามารถสร้างรายได้และกำไรให้องค์กรได้อย่างแน่นอน".