คอลัมน์ กระดานความคิด: พันธมิตรทีโอที...งมเข็มในมหาสมุทร?

          กระดานความคิด : น้ำเชี่ยว บูรพา

          เป็น 1 ใน 6 รัฐวิสาหกิจ ที่ต้องจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการไม่ต่างไปจากบริษัทการบินไทย ตามนโยบายคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ "ซูเปอร์บอร์ด" และต้องจัดทำโครงการ "เออร์ลี่ รีไทร์" โละพนักงานร่วม 3,500 คน ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า ตามรอยการบินไทยที่ต้องโละพนักงาน 4,000-5,000 คน

          แต่กระนั้น บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ก็ยังต้องลุ้นอีกหลายเฮือกกับแผนฟื้นฟูกิจการ ที่แม้จะผ่านความเห็นชอบจากซูเปอร์บอร์ดไปแล้ว แต่หนทางข้างหน้าจะเดินไปได้ตามแผนได้หรือไม่ แม้แต่คนในทีโอทีเองก็ยังหายใจไม่ทั่วท้อง

          เพราะแม้ฝ่ายบริหารทีโอทีจะรู้ทั้งรู้ว่า ต้องเร่งจัดทำแฟนฟื้นฟูกิจการ เร่งแผนควบคุมกิจการกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน แต่ทั้งบอร์ดและฝ่ายบริหารกลับรีบปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความกระชับคล่องตัว ก็กลับเทอะทะหนักเข้าไปอีก เพราะเล่นแขวนระดับรองและผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ไปครึ่งค่อนองค์กร

          ฟากฝั่งพนักงานต่างก็ระส่ำ หลายฝ่ายที่ผุดกันขึ้นมาตามโครงสร้างใหม่ยังหาโต๊ะทำงานไม่เจอขนาดผู้รักษาการผู้จัดการใหญ่ที่ตั้งขึ้นมาตามโครงสร้างใหม่ ยังขอไขก๊อกเปิดหมวกอำลาไปก่อนแล้ว

          แถมยังมีข่าวว่า หลังจากปรับโครงสร้างโครงการองค์กรใหม่ที่ไม่รู้ไปถอดแบบมาจากไหนมาถึงไม่ยอมรอผลศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา ที่เพิ่งจะลงมือว่าจ้างกันไปไม่กี่วันก่อนนั้น โครงการจัดซื้อกว่า 3 หมื่นล้าน ทั้งโครงการลงทุนอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (เอฟทีทีเอ็กซ์) และโครงข่ายดิจิทัล เอ็นจีเอ็น ที่จ่อช่อง ครม.เลยถูกจับจ้อง

          นี่ขนาดยุค คสช.ยังขนาดนี้ แถมทีโอทีเองก็อยู่ระหว่างจัดทำแผนฟื้นฟูอีกต่างหาก

          เช่นเดียวกับความคืบหน้าในการแสวงหา พันธมิตรธุรกิจที่ฝ่ายบริหารทีโอทีคาดหวังจะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้แก่องค์กร รองรับการแข่งขันในอนาคตอะไรนั้น จนป่านนี้ก็ยังไม่ไปไหน ทั้งที่ไหว้ครูมาจะร่วม 6 เดือนแล้ว และคนทีโอทีก็ยืนยันว่า เป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้ได้ข้อยุติตั้งแต่ปี 57

          จะว่าไปข้อเสนอพันธมิตรธุรกิจที่ค่ายสื่อสารต่างๆ ยื่นเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นค่ายเอไอเอส สามารถ ทรูคอร์ป และล็อกซ์เล่ย์นั้น คนในทีโอทีต่างรู้อยู่เต็มอกว่า เสนอค่ายไหนมีความจริงใจที่จะร่วมพัฒนาธุรกิจเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ค่ายไหนแค่ต้องการเป็นแค่ "นายหน้า" หรือค่ายไหนได้แค่ทรัพย์สิน โครงข่ายและเสาโทรคมนาคมทีโอทีไปเสริมโครงข่ายตนเองเพื่อปล่อยเช่า

          เพราะหากพิจารณาขอเสนอที่แต่ละกลุ่มยื่นเข้ามายังทีโอทีตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว คนทีโอทีเองต่างมีข้อสรุปตรงกันว่า "ค่ายเอไอเอส" เป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดและมีความครอบคลุมทุกยูนิตธุรกิจที่ทีโอทีกำลังดำเนินการ

          แต่พอแพลมชื่อกันออกมาว่าเป็น "เอไอเอส" เท่านั้น คนในทีโอทีด้วยกันเองก็ผวา ด้วยเกรงว่าการดึงบริษัทสื่อสารรายนี้ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นอยู่กับรัฐบาลชุดก่อนเข้ามาเป็นพันธมิตรธุรกิจอาจถูกมองว่าฝักใฝ่กลุ่มทุนการเมืองเดิมแบบเดียวกับที่บริษัท ปตท.ถูกสั่งเบรกการขายหุ้นบางจากไปก่อนหน้านี้ จุดนี้เลยกลายเป็นจุดอ่อน ที่ทำให้มีกลุ่มทุนการเมืองที่อ้างว่า มีสายสัมพันธ์แนบชิดกับขั้วอำนาจอาสาเข้ามาจับคู่ธุรกิจให้

          ก็คงต้องย้อนถามไปยังนายกฯ และหัวหน้า คสช. รวมทั้ง รมว.ไอซีที ว่า วันนี้ยังจะปล่อยให้มีการเล่นบทเก่ากันอยู่อีกหรือ?

          ขณะที่สถานะขององค์กรทีโอทีกำลัง "หายใจรวยริน" แม้บอร์ดทีโอทีจะตีฆ้องร้องป่าวว่า สถานะองค์กรยังแข็งแกร่ง มีรายได้ประกอบการในปี 57 กว่า 29,800 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนร่วม 3% และเบื้องต้นคาดว่าจะยังมีกำไรอยู่ร่วม 1,000 ล้านบาท  แต่เมื่อคลี่ลงไปดูไส้ในงบการเงินที่ว่าทุกฝ่ายต่างก็ผวา หากสถานะประกอบการดีขนาดนั้นจริง จะไปจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการทำไมล่ำ...จริงไหม? --จบ--