ทีโอที กดปุ่มรีเซตแผนลงทุน สั่งเลิกนิสัย"ป๋า"เร่งหาช่องทำเงิน

ยังอยู่ระหว่างเร่งเดินหน้ากู้วิกฤตองค์กรสำหรับ "ทีโอที""ดร.ชิต เหล่าวัฒนา" หนึ่งใน บอร์ดทีโอทีที่ว่ากันว่ามีบทบาทสูงยิ่งขณะนี้ และในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ บมจ.ทีโอที พูดถึงกลยุทธ์ในครึ่งปีแรกว่าที่ต้องเร่งเดินหน้าตามมติ คนร.คือ การเจรจาข้อพิพาท และหาแนวทางที่จะนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ ซึ่งในการเจรจาต้องการให้ถอนคดีข้อพิพาทระหว่างกัน คาดว่าหลังได้รับหนังสือแจ้งมติอย่างเป็นทางการจาก คนร.แล้ว จะแจ้งให้เอกชนเข้ามาเจรจา เช่น กรณีเอไอเอสที่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินในส่วนเสาโทรคมนาคม ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้างรายได้ให้ทีโอทีได้ และเป็นข้อพิพาทที่มีแนวโน้มได้ข้อยุติ

          "เป็นการรีเซตข้อพิพาทที่ค้างระหว่างทีโอทีกับเอไอเอส เราพยายามเลียนแบบแนวทาง กสทฯกับดีแทคที่ MOU ไปแล้ว พอคำสั่ง คนร.มาก็ต้องเร่งดำเนินการ แนวทางเจรจาคือต้องถอนคดีแล้วจะเดินต่ออย่างไรค่อยว่ากัน จะแยกทรัพย์สินนี้ไปอยู่ในบริษัทกลางที่จะตั้งร่วมกันเพื่อทำ Tower Co. หรือรูปแบบอื่น ๆ จะค่อย ๆ เคลียร์ทีละเรื่อง เริ่มจากเสาโทรคมนาคมก่อน เพราะต้องเร่งเอาทรัพย์สินมาทำมาหากิน"

          ก่อนหน้านี้ทีโอทีและเอไอเอสมีการหารือกันตลอดเรื่องการเป็นพาร์ตเนอร์ แต่มีอุปสรรคสำคัญจากข้อพิพาทที่มี โดยทั้งคู่มีกรณีที่อยู่ในขั้นตอนของอนุญาโตตุลาการ 8 คดี ทั้งเอไอเอสฟ้องและทีโอทีฟ้อง และอีก 1 คดีอัยการสูงสุดกำลังพิจารณากรณีทีโอทีจะยื่นฟ้องเพิ่ม

          "ข้อมูล ณ ก.พ. 2558 มีเสาโทรคมนาคมที่เอไอเอสโอนมาให้ทีโอทีแล้ว 5,400 แห่ง แต่บางส่วนยังอยู่ในข้อพิพาท รวมถึงมีส่วนที่เอไอเอสส่งมอบมาก่อนแต่สงวนสิทธิ์ไว้หากข้อพิพาทได้ข้อยุติในภายหลัง"

          สำหรับข้อเสนอที่เอไอเอสส่งมาก่อนหน้านี้ คือ ให้แบ่งทรัพย์สินเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ไม่มีข้อพิพาทให้ทำข้อตกลงใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ แต่ส่วนที่ยังติดคดีให้เดินหน้าความร่วมมือไปก่อน หากคดีมีผลออกมาอย่างไรค่อยว่ากัน แต่เมื่อ คนร.แจ้งมาว่าต้องให้เอกชนถอนคดีก่อนจึงไม่มีบอร์ดไหนกล้าตัดสินใจจนกว่าจะเคลียร์กันได้ คาดว่า

          จะเสร็จก่อน มิ.ย.นี้ ก่อนที่คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะตั้งเสร็จ

          ส่วนธุรกิจ 3G "ทีโอที" ต้องหาผู้เช่าใช้โครงข่ายเพื่อให้บริการแบบ MVNO เพิ่มเติม ยังไม่คืบหน้า ต้องรอเจรจากับรายใหญ่ให้เสร็จ แม้จะมีผู้สนใจยื่นข้อเสนอทั้งสามารถไอโมบาย, ล็อกซเล่ย์ และบริษัท โมบาย แอลทีอี จำกัด

          "เราอยากเร่งทำมาหากิน ถ้าทีโอทีไปทำสัญญา MVNO ให้เจ้าใดเจ้าหนึ่งไปแล้ว ถ้าสัญญาแค่ครึ่งปีหรือปีเดียวก็พอได้ แต่ระยะยาวจะเป็นล็อกไม่ให้ไปเซ็นกับพาร์ตเนอร์รายอื่น ฉะนั้น ต้องเจรจารายใหญ่ให้จบก่อน เรามีแนวคิดทำสัญญา MVNO 6 เดือน-1 ปีไปก่อนแต่พอมีมติ คนร.ออกมาเชื่อว่าจะทำให้เจรจากับรายใหญ่ได้เร็ว จะได้ถามเลยว่าเงื่อนไขแบบนี้เอไอเอสจะเอาไหม ถ้าไม่เอาจะได้ทำอย่างอื่น หรือลุย MVNO คนร.ช่วยทำให้ชัดเจนขึ้น"

          "ดร.ชิต" กล่าวต่อว่า บอร์ดยุทธศาสตร์ของทีโอทียังให้ความสำคัญกับการเพิ่มบทบาทด้านโทรคมนาคมทั่วถึง (USO) รองรับนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีของรัฐบาล เพราะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างชื่อเสียง

          "USO ทีโอทีต้องทำมากขึ้น หน้าที่หลักคือทำในสิ่งที่เอกชนไม่ทำ ทำให้ประชาชนใน

          พื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการโทรคมนาคม การมี บทบาทในการเป็นผู้นำด้าน USO เป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึง ดิจิทัลของประชาชน ช่วยต่อยอดการเงินของประเทศ ทำให้การกระจายรายได้ในสังคมทำได้ดีขึ้น ทีโอทีมีโครงข่ายที่พร้อมรองรับทั้งเคเบิลใต้น้ำ อินเทอร์เน็ตเกตเวย์ ไฟเบอร์ออปติกกว่า 200,000 กิโลเมตร มีไอพีสตาร์สำหรับการศึกษาทางไกล ซึ่งจะปรับปรุงให้รองรับการใช้อินเทอร์เน็ต

          ความเร็วสูงขึ้น ต้องรอดูทิศทางกองทุน กสทช. และกองทุนดิจิทัลของรัฐบาล"

          ระหว่างที่เรื่องใหม่ ๆ ไม่มีอะไรคืบ ก็ต้องเร่งทำของเดิมที่มีต่อไป โดยเฉพาะธุรกิจบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต

          "บอร์ดลงไปสำรวจสต๊อกอุปกรณ์แล้วพบว่า OLT (Optical Line Terminal) มีกองไว้เป็นแสนพอร์ตอยู่ในโกดัง สายเคเบิลก็ด้วยจึงคิดว่าต้องเปลี่ยนวิธีเก็บสต๊อกอุปกรณ์ใหม่ ต้องลดปริมาณลง ไม่ใช่ตุนไว้รอเป็นครึ่งปี เพราะของที่ซื้อไว้ไม่ได้ใช้ก็คือดอกเบี้ย เมื่อก่อนร่ำรวยจัดซื้อที่ต้อง ปูพรมไว้ก่อน ซื้อเผื่อแล้วให้แต่ละหน่วยงานมาเบิกจากคลังกลาง ต้นทุนแต่ละสเต็ป จึงแพงกว่าชาวบ้าน ตอนนี้เราไม่ใช่คนรวยแล้วต้องทำอีกแบบ"

          เช่น โครงการอินเทอร์เน็ต 2 ล้านพอร์ต มูลค่า 3 หมื่นล้าน ต้องทยอยประมูล โดยเสนอมาก่อน 4 แสนพอร์ต แต่ต้องตกลงกับซัพพลายเออร์ว่ายังจะไม่จ่ายเงินเลย เป็นรูปแบบที่เรียกว่า "ดีมานด์พูล" คือแต่ละพื้น ที่ต้องการกี่พอร์ต ซัพพลายเออร์ต้องไปส่ง และติดตั้งให้เสร็จก่อนถึงจะจ่ายเงินให้

          ที่ผ่านมาทีโอทีพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ หลายอย่าง แต่ไม่ได้นำมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่ม จึงจะผลักดันให้ทีโอทีผลิตอุปกรณ์เพื่อใช้เอง ล่าสุด MOU กับ บมจ.ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่นร่วมกันผลิตอุปกรณ์ ONU (Optical Network Unit)

          "ถือเป็นการใช้ความสามารถด้านนวัตกรรมมาสร้างมูลค่า แต่ต้องตกลงเรื่องสิทธิบัตรด้วย เพราะคงไม่ได้ผลิตให้ทีโอทีใช้อย่างเดียว เราคาดหวังจะผลิตขายให้คนอื่นด้วย"

          ส่วนการลงทุนโครงการใหม่จะไม่ลงทุนแบบปูพรมอีกต่อไป แต่ทุกจุดต้องชัดเจนว่าสร้างรายได้กลับมาได้ทันที อย่างโครงข่าย FTTX ปีนี้ต้องเร่งขยายเพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ทีโอที ที่ต้องการเป็นผู้นำในการให้บริการบรอดแบนด์ของประเทศ และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น ตั้งไว้ที่ 2 ล้านพอร์ตจะทยอยลงทุน โดยเลือกพื้นที่เร่งด่วนก่อน และดูผลตอบแทนการลงทุนเป็นรายไตรมาส ติดตั้งไปขายไป ถ้ารายได้ กลับมาไม่คุ้มจะไม่ลงทุนใหม่ เฟสแรก 1.5 แสนพอร์ตโดยนำอุปกรณ์เดิมที่ค้างสต๊อกอยู่มาใช้ให้หมด