ททบ.ฮึดชิงผู้นำโครงข่ายชี้ช่องรายการแข่งดุปีครึ่งรู้ใครรอด

กดปุ่มทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัล "ททบ." ควัก 2 พันล้านปูพรมโครงข่าย ขึ้นพรึ่บภายในปีแรกคลุมพื้นที่ 67% ของประชากรก่อนขยับเป็น 95% ในปีสองปี ตั้งเป้ายึดแชมป์ผู้นำโครงข่าย หวั่นแข่งดุ-ต้นทุนสูงบีบช่องรายการอยู่ไม่ได้ ทั้งเตรียมขาย "Set-Top-Box" ราคาต่ำกว่าทุนให้กลุ่มลูกค้าภาครัฐ ฟาก "กสทช." เตือนผู้บริโภคซื้อระวังโดนย้อมแมวหลอกขายโทรทัศน์

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 1-24 เม.ย.นี้ จะเป็นช่วงเวลาของการทดลองออกอากาศของโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัล โดย ผู้ให้บริการโครงข่าย (มัลติเพล็กเซอร์) จะดึง สัญญาณจากช่องรายการที่มีความพร้อมมาออกอากาศในกรุงเทพฯ นครราชสีมา เชียงใหม่ และสงขลา ก่อนที่จะมีการให้ใบอนุญาตประกอบกิจการให้ผู้ชนะประมูลทีวีดิจิทัลช่องบริการธุรกิจภายในวันที่ 25 เม.ย.นี้

และบริษัท ทีซี บรอดคาสติ้ง จำกัด บริษัทในเครือไทยคมจะดำเนินการเชื่อมต่อ สัญญาณไปยังระบบดาวเทียมเพื่อเผยแพร่ ตามกฎมัสต์แครี่เพื่อให้ทั้งเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมสามารถรับชมรายการระบบทีวีดิจิทัลได้ (ภาพความละเอียดมาตรฐาน SD) ด้วย

"ในช่วงทดลองออกอากาศจะยังมี ช่องรายการไม่ครบ 24 ช่อง จะครบภายใน 25 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ผู้ได้รับใบอนุญาต จาก กสทช.ต้องเริ่มออกอากาศ ส่วนพื้นที่ ออกอากาศจะทยอยขยายไปจนครบ 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครราชสีมา เชียงใหม่ สงขลา อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ระยอง สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่น อุดรธานี ภายในเดือน มิ.ย.นี้ และให้ครอบคลุม 80% ของประชากรภายในสิ้นปี 2557 เพิ่มเป็น 90% ภายใน มิ.ย. 2558"

นายฐากรกล่าวด้วยว่า ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อทีวีเครื่องใหม่เพื่อรับชมทีวีดิจิทัลให้ระวังการนำทีวีจอแบนรุ่นเก่ามาหลอกขายแปะสติ๊กเกอร์ว่า ดูทีวีดิจิทัลได้ แต่มีดอกจันตัวเล็ก ๆ ว่า ต้องดูผ่าน Set-Top-Box ทำให้ต้องเสียเงิน 2 ต่อในการซื้อทั้งทีวีและ Set-Top-Box

ด้าน พล.ต.บุญญฤทธิ์ วิสมล ผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายและแผน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.) เปิดเผยว่า ททบ.เตรียมงบประมาณในการลงทุน 2 โครงข่ายไว้ราว 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 1,416 ล้านบาท สำหรับวางโครงข่ายในปีแรกให้ครอบคลุม 67% ของประชากรที่เหลือสำหรับวางโครงข่ายให้ครอบคลุม 80% ในปีที่ 2 และครอบคลุม 95% ในปี 2559 เร็วกว่าเกณฑ์ของ กสทช. 1 ปี เพื่อก้าวเป็นผู้นำโครงข่ายทีวีดิจิทัล

"เงิน 2,000 ล้านบาทสำหรับการลงทุนวางโครงข่ายและค่าดำเนินการ 4 ปี แต่ละปีจะมีค่าดำเนินการ อาทิ ค่าเช่า เสาส่ง-สถานีเสริมของ บมจ.ทีโอที, บมจ.กสท โทรคมนาคม รวมถึงไทยพีบีเอส ปีละ 200 ล้านบาท ส่วนรายได้ค่าเช่าโครงข่ายจะเริ่มรับรู้หลัง กสทช.กำหนดวันออกอากาศ อย่างเป็นทางการ โดยค่าเช่าคิดตามสัดส่วนของเสาส่งและพื้นที่การออกอากาศ"

ขณะที่การปรับผังรายการ ททบ.5 ให้เป็นทีวีสาธารณะจะเริ่มทยอยปรับ และเมื่อมีการกำหนดให้หารายได้ได้เท่าที่เพียงพอ ในการบริหารงาน รวมถึงมีทีวีอีก 24 ช่อง มาเฉลี่ยฐานคนดูจะทำให้รายได้ในส่วนช่องรายการจะลดลงประมาณ 30% จากปัจจุบัน 1,800 ล้านบาทต่อปี ส่วนรายได้จากค่าเช่าโครงข่ายน่าจะอยู่ที่ราว 800 ล้านบาทต่อปีหลังโครงข่ายครอบคลุม

"การเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลแม้ทำให้เราต้องสิ้นสุดสัมปทานของสถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 เร็วขึ้น จาก 8 ปี เหลือ 5 ปี และรายได้จาก ททบ.5 จะลดลง แต่ก็มีรายได้ โครงข่ายที่เป็นรายได้ระยะยาวเข้ามา แต่ด้วยเงินลงทุนช่องทีวีดิจิทัลที่ต้องใช้เงินเยอะ คาดว่าอีกราวปีครึ่งอาจได้เห็นช่องรายการเริ่มล้มหายตายจากในฐานะที่เป็นเจ้าของโครงข่ายก็ต้องคิดแผนรับมือไว้ด้วย"

ส่วนการขายกล่องแปลงสัญญาณ (SetTop-Box) สำหรับรับชมทีวีดิจิทัลนั้นกำลังพิจารณาความเหมาะสม โดยจะขายราคาต่ำกว่าท้องตลาดให้กลุ่มลูกค้าภาครัฐ อาทิ โรงพยาบาล สถานีตำรวจ เท่านั้น เพื่อขยายฐาน ผู้ชมไม่ได้เน้นหากำไร คาดว่าจะได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการหรือไม่ภายในกลางเดือนนี้

นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัลอีกรายกล่าวว่า อสมท พร้อมทดลองออกอากาศแล้วใน 2 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ คาดว่าไม่เกิน 5 เม.ย.จะออกอากาศ ได้ครบ 4 จังหวัด ตามที่ กสทช.กำหนด และพร้อมขยายโครงข่ายมากกว่าเกณฑ์ 11 จังหวัดของ กสทช.ด้วย