TRUEลงทุน3.2หมื่นล้าน

          "ทรู" ทุ่มงบลงทุนปีนี้ 3.2 หมื่นล้านบาท ลุยขยายโครงข่าย 4G ครอบคลุม 80% ของประชากร วางเป้าขึ้นเบอร์หนึ่งธุรกิจมือถือ และขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ 10 ล้านครัวเรือนในปี 59 ด้าน CAT หารือ TRUE ยุติข้อพิพาทเสาฯ สัปดาห์หน้า

          นายนพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า ในปี 2558 กลุ่มทรูตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการให้บริการโดยรวมในอัตรา high single-digit โดยมีงบลงทุนรวมประมาณ 32,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มทรูโมบาย 18,000 ล้านบาท ทรูออนไลน์ 12,000 ล้านบาท และทรูวิชั่นส์ 2,000 ล้านบาท

          ขณะที่กลุ่มทรูจะยังคงมุ่งสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการของกลุ่ม ด้วยยุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ ร่วมกับการเดินหน้าเสริมคุณภาพโครงข่ายและบริการ ด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ โดยพร้อมขยายโครงข่าย 4G ให้ครอบคลุม 80% ของประชากรในเร็วๆ นี้ รวมถึงการขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ให้ครอบคลุม 10 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ภายในปีหน้า

          นอกจากนี้ ทรูวิชั่นส์ยังมุ่งมั่นเพิ่มประสบการณ์ในการรับชมโทรทัศน์ผ่านช่องรายการคมชัดระดับ HD และคอนเทนต์คุณภาพของกลุ่ม โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่ทรูวิชั่นส์ได้รับสิทธิเฉพาะในการเผยแพร่ รวมทั้งกลุ่มทรูจะเน้นการรักษาวินัยทางการเงิน เพื่อเพิ่มผลกำไรให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง

          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการบริษัท และรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า ความคืบหน้าในการเร่งยุติข้อพิพาทเรื่องเสาโทรคมนาคม ตามที่คณะกรรมการนโยบายกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) มีคำสั่งออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งกรณีของ TRUE ที่มีเสาสัญญาณประมาณ 8,000 แห่ง ซึ่งหมดสัญญาสัมปทานไปแล้วในปีที่ผ่านมา

          เบื้องต้นบริษัทมีการหารือในบางส่วนและจะนัดหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะใช้วิธียุติข้อพิพาทเช่นเดียวกับที่เคยเจรจากับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC คาดว่าสามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ภายในเดือนก.ค.นี้ และเสนอต่อคณะกรรมการกำกับดูแลตามมาตรา 43 ต่อไป

          สำหรับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเสาโทรคมนาคมของ DTAC ที่มีอยู่ประมาณ 12,000 แห่ง ขณะนี้ทั้ง 2 บริษัทยังไม่ได้นำตัวเลขการประเมินราคามาเจรจาเพื่อหาราคาที่เหมาะสมร่วมกัน เนื่องจากเสามีจำนวนมากจึงต้องใช้เวลาในการประเมิน แต่เบื้องต้น คนร.เห็นชอบที่จะให้ทั้ง DTAC และ CAT ทำธุรกิจในรูปแบบการร่วมลงทุน คาดว่าจะมีข้อสรุปจากมติที่ประชุมภายในเดือนพ.ค.นี้ และเสนอต่อคณะกรรมการกำกับดูแลตามมาตรา 43 เช่นกัน

          อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในปี 2558 น่าจะหาข้อสรุปได้ หลังจากที่เสนอคณะกรรมการมาตรา 43 แล้ว เรื่องจะถูกส่งต่อไปยังกระทรวงไอซีที กระทรวงการคลัง และเข้าคณะรัฐมนตรี และอาจส่งต่อไปให้คณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิตอลพิจารณาต่อไป เพราะรัฐบาลต้องการให้เสาที่มีอยู่ทั้งหมดเป็นโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมแห่งชาติ ตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล เพื่อลดการลงทุนที่ซับซ้อน ไม่ต้องลงทุนสร้างเสาเพิ่มแต่เปลี่ยนมาเป็นการเช่าเสาที่มีอยู่แทน

          นอกจากนี้ บริษัทสามารถหาพันธมิตรที่จะมาให้บริการเอ็มวีเอ็นอี ( MVNE : Mobile Virtual Network Enabler) ในการทำระบบไอทีได้แล้ว คือ บริษัท สุวิเทค จำกัด โดยการทำสัญญาร่วมกันเป็นเวลา 10 ปี และต้องวางระบบไอทีให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน สามารถรองรับลูกค้าโทรศัพท์มือถือมายได้ 5 ล้านเลขหมาย มีส่วนประกอบโครงข่ายสนับสนุน (back end network) ให้กับเอ็มวีเอ็นโอ (MVNO : Mobile Virtual Network Operator) ทั้งนี้ จะต้องดูแลรวมทั้งเรื่องบริการด้านระบบบิลลิ่ง, การจัดหาอุปกรณ์โครงข่ายบางส่วน, การบริหารจัดการงานให้บริการ, การสนับสนุนด้านระบบย่อยสถานีฐาน และระบบสนับสนุนการปฏิบัติงาน

          สำนักวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า TRUE ประกาศงบลงทุน 18,000 ล้านบาท สำหรับธุรกิจมือถือในปีนี้ ซึ่งมองว่าเป็นส่วนหนึ่งในแผนระยะยาวของบริษัท เพื่อให้บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งในธุรกิจมือถือ จากในไตรมาส 4/57 TRUE มีส่วนแบ่งตลาดในส่วนข้อมูลอยู่ที่ 19.7% และด้านเสียง 16% และ TRUE คาดว่าการลงทุนใน FBB จำนวน 12,000 ล้านบาท ในปีนี้ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้เป็น 70% ของจำนวนผู้ใช้บริการบรอดแบนด์ในกรุงเทพฯ

          ขณะที่ผู้บริหารของ TRUE มีมุมมองเชิงบวกว่า CAT จะแก้ปัญหาความขัดแย้งเหนือเสาสัมปทานกว่า 7,500 แห่ง ซึ่งเห็นว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะใช้โมเดล JV แบบ DTAC-CAT และร่วมเป็นเจ้าของ 50:50 ในเสาของบริษัท หลังจากสร้าง JV ทั้ง TRUE และ CAT สามารถขายสินทรัพย์ JV (หรือสิทธิ์ที่จะได้รายได้จากการเช่าสินทรัพย์ของ JV) ให้กับ TRUEIF สังเกตว่า TRUE เคยบันทึกกำไร 1,000 ล้านบาท สำหรับทุกๆ 1,000 เสา ที่ขายให้กับ TRUEIF แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 16.50 บาท