ชงบอร์ดดิจิทัลปลุกลงทุน 4 หมื่นล. ดึง BOI หนุนเอกชนสร้าง ดาต้าเซ็นเตอร์ 40 แห่ง

          ชง "บอร์ดดิจิทัล" หนุนเอกชนลงทุน "ดาต้าเซ็นเตอร์" 40 แห่งทั่วประเทศ การันตีดีมานด์ 50% โดยหน่วยงานรัฐหวังกระตุ้นการลงทุน 40,000 ล้านบาท พร้อมดัน "ทีโอที-กสทฯ" ซัพพอร์ต ไอดีซีให้กระทรวงกลาโหมและคลัง ทั้งจี้เคลียร์ข้อพิพาทกับเอไอเอสให้จบภายในเดือน มิ.ย.นี้

          นายชิต เหล่าวัฒนา กรรมการ บมจ. ทีโอที และผู้ช่วยที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ (ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล) เปิดเผยว่า คณะกรรมการเตรียมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเริ่มประชุมครั้งแรกกลางเดือน มี.ค.นี้ เพื่อเตรียมแผนงานและโครงการต่าง ๆ สำหรับขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ในระหว่างรอการตั้งคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งหนึ่งในนั้นจะมีการพิจารณาโครงการสนับสนุนภาคเอกชนให้ลงทุนตั้งศูนย์ข้อมูล (ดาต้าเซ็นเตอร์) 40 แห่ง ทั่วประเทศ มูลค่าการลงทุน 30,000-40,000 ล้านบาท โดยภาครัฐจะประสานกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อสนับสนุนเอกชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ และหามาตรการสนับสนุนด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ลดค่าสาธารณูปโภคที่จำเป็นในการให้บริการ อาทิ ค่าไฟฟ้าอัตราพิเศษ เป็นต้น

          "ดาต้าเซ็นเตอร์หรือไอดีซี มีความจำเป็นมากสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะทำให้เกิดปริมาณข้อมูลมหาศาล ขณะเดียวกันภาครัฐต้องการจะนำเอาดีมานด์ความต้องการใช้งานของภาครัฐไปกระตุ้นให้เกิดการลงทุนธุรกิจของเอกชน แต่ปัจจุบันยังมีผู้ให้บริการไม่มาก และแต่ละแห่งไม่ได้มีการเชื่อมต่อระบบกัน ดังนั้นเพื่อสร้างเสถียรภาพของดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งประเทศ ตนจึงเสนอแนวคิดให้รัฐสนับสนุนภาคเอกชนลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดพื้นที่ 2,000 ตร.ม. จำนวน 40 แห่ง ทั่วประเทศ โดยแต่ละแห่งภาครัฐจะการันตีดีมานด์การใช้งานของหน่วยงานรัฐให้ 50% ที่เหลืออีก 50% ผู้ลงทุนสามารถนำไปให้บริการกับเอกชนเพื่อหากำไรได้"

          ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศอย่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการคลัง ได้เสนอให้ทาง บมจ. ทีโอทีและ บมจ.กสท โทรคมนาคม ซึ่งอาจจะมีการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์เฉพาะเพื่อให้ 2 หน่วยงานนี้ใช้ แต่จะต้องประเมินความต้องการใช้งานจริงกับศักยภาพของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทีโอทีกับ กสทฯมีอยู่เดิมก่อน

          "แนวคิดนี้รองนายกฯปรีดิยาธรเห็นด้วย และให้เตรียมรายละเอียดโครงการทั้งหมดเพื่อเสนอให้บอร์ดดิจิทัลพิจารณาต่อไป ถ้าสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง จะทำให้มีธุรกิจต่อเนื่องเกิดขึ้นอีกมาก"

          ในส่วนของทีโอทีได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับงานด้านการให้บริการโทรคมนาคมโดยทั่วถึง เพื่อใช้งานด้านการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลให้มากขึ้น โดยอาจต้องปรับปรุงโครงการการศึกษาทางไกลผ่านเครือข่ายสื่อสารดาวเทียมไอพีสตาร์ให้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วที่สูงขึ้น

          ล่าสุดทางคณะกรรมการนโยบายกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้มีมติให้ทีโอทีเร่งเจรจากับ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับข้อพิพาทและการบริหารจัดการทรัพย์สินตามสัมปทาน โดยเฉพาะการใช้เสาโทรคมนาคมร่วมกัน ขณะนี้กำลังรอหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการเพราะใน คนร. จะมีเงื่อนไขพิเศษที่เอกชนต้องยอมรับก่อน อาทิ เอกชนต้องถอนฟ้องข้อพิพาททั้งหมดก่อน ปัจจุบันข้อพิพาทระหว่าง ทีโอทีกับเอไอเอสอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ ทั้งหมด 8 คดี มีทั้งที่ เอไอเอสฟ้อง และทีโอทีฟ้อง รวมถึงกำลังมีอีก 1 คดีที่อัยการสูงสุดกำลังพิจารณายื่นฟ้องเอไอเอสด้วย ทั้งหมดเป็นปัญหาเกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินตามสัมปทาน

          "ทีโอทีพยายามเลียนแบบการเจรจาระหว่าง กสทฯกับดีแทค ที่จะมีการ ถอนฟ้องทั้งหมดเพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินร่วมกัน เพราะถ้าไม่ถอนฟ้องก็คงไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ เมื่อมีมติ คนร.มาแล้วก็คาดว่าจะสามารถเจรจาให้จบได้ก่อน ตั้งบอร์ดดิจิทัลอย่างเป็นทางการราว มิ.ย.นี้ เพื่อให้ทีโอทีสามารถเข้าไปรองรับงานฮาร์ดอินฟราสตรักเจอร์ในการขับเคลื่อนดิจิทัลอีโคโนมีได้"