มองอนาคต ทีโอที ผ่านคอนเซปต์ ดิจิทัล อีโคโนมี

          ภายในงานสัมมนาวิชาการ  ประจำปี 2558 เรื่อง "ทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัลประเทศไทย"  ที่จัดขึ้นโดยชมรมวิชาการและเทคโนโลยี ที่ บมจ.ทีโอที เมื่อเร็วๆ นี้ วงสัมมนาได้พูดถึงอนาคตและโอกาสการทำธุรกิจ เพื่อความ อยู่รอดของทีโอที ผ่านมุมมองนักวิชาการ หลายคน โดยมีปัจจัยภายนอกที่เข้ามามีอิทธิพล คือ การขับเคลื่อนประเทศผ่าน "นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล"

          :สร้างจุดเชื่อมต่อภาครัฐ

          นายชิต เหล่าวัฒนา คณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีควรต้องวางบทบาทตัวเองให้ไปในทิศทางของดิจิทัล อีโคโนมี ซึ่งสิ่งสำคัญ คือ ต้องแยกหน้าที่ของตัวเองให้ชัดเจน การจะเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน (เน็ตเวิร์ค โพรวายเดอร์) ที่แข็งแกร่งให้กับประเทศนั้น ต้องมองข้ามข้อจำกัดด้านกฎหมายที่เป็นอยู่ ซึ่งเข้าใจว่ากฎหมายทั้ง 10 ฉบับในการขับเคลื่อนดิจิทัล อีโคโนมี อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

          ทั้งนี้ คาดว่าเดือนเม.ย.-พ.ค.จะเข้าสู่วาระของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และในต้นเดือนมิ.ย.จะสามารถตั้งบอร์ดดิจิทัลอีโคโนมี (ดีอี) ดังนั้น กุญแจสำคัญที่ทำให้ทีโอทีอยู่รอดได้ ก็ต้องอาศัยจังหวะในขณะนี้ คือ เป็นศูนย์กลางที่ให้บริการทั้งหมด อาทิ ความมีเสถียรภาพ มีต้นทุนต่ำ และ มีบริการที่ครอบคลุม

          "ไม่อยากให้เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นเรื่องของคนขายของ เป็นยุคทองของเวนเดอร์  ที่เข้ามาขายซอฟต์แวร์หรือโซลูชั่น เพราะเงินเหล่านั้นที่เราลงก็ออกไปนอกประเทศ แต่สิ่งที่อยากให้โฟกัส คือ มองหาจุดเชื่อมต่อระหว่างระบบของภาครัฐด้วยกัน ทีโอทีต้องไปเป็นผู้คอนเน็คจุดเชื่อมต่อดังกล่าวให้ได้ ต้นทุนต้องไม่สูง มีเครือข่ายเพียงพอ ระบบหลังบ้านมีเสถียรภาพ ต้นทุนต่ำจูงใจให้มีคนมีเช่าใช้ บริการของเรา อาทิ ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ อินเทอร์เน็ตเกตเวย์"

          :ฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์เปลี่ยน

          เขา เสริมว่า ไอซีทีคือองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล การบูรณาการระบบ จะทำให้เทคโนโลยีสารสนเทศกระจายตัวไปยังพื้นที่ห่างไกล โดยประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ฮาร์ด อินฟราสตรัคเจอร์ สิ่งที่ทีโอทีมี ไฟเบอร์ ออพติก (เอฟทีทีเอ็กซ์) จำนวน  2 แสนกิโลเมตร อินเทอร์เน็ตไร้สาย (3จี) คลื่นไมโครเวฟ และเกตเวย์อินเทอร์เน็ตออกต่างประเทศ (ไอไอจี) และเคเบิ้ลใต้น้ำซับมารีน ซึ่งถ้าระบบทั้งหมดนี้มันเดินหน้าไปพร้อมกันได้ การขับเคลื่อนของประเทศจะก้าวกระโดดได้อย่างแข็งแกร่ง

          ส่วนซอฟต์ อินฟราสตรัคเจอร์ คือ  เรื่องการสร้างโอกาสและทำลายข้อจำกัด ด้านกฎหมายซึ่งได้กล่าวไปแล้วว่าน่าจะเห็นความชัดเจนในช่วง มิ.ย.นี้หลังจากมี บอร์ดดีอี อย่างไรดี มองว่าซอฟต์ อินฟราฯ จะส่งผลบวกกับ 3 อุตสาหกรรมคือ 1.ตลาดเงิน-ตลาดทุน เกิดการแพร่หลาย ของอี-เพย์เมนต์ อี-ทรานเซคชั่น  2.ภาคอุตสาหกรรม และ 3.ภาคการศึกษา แม้จะมองไม่เห็นเป็นรูปธรรมแต่การวางรากฐานที่ดี คือการนำเอาซอฟต์ อินฟราฯ ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์

          :ดิจิทัลฯบริการประชาชน

          นายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาองค์กรทีโอที กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ ทีโอทีที่ฝ่ายบริหารได้เสนอเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดมี 5 ข้อ ซึ่งก็จะล้อไปกับที่ประชุม มีมติอนุมัติแผนงานระยะเวลา 4 ปี  (พ.ศ.2558-2561) ซึ่งทีโอทีได้กำหนดทิศทางธุรกิจเพื่อเป็นเครื่องมือของภาครัฐที่สำคัญในการผลักดันและพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และสนับสนุนการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึงและสร้างความมั่นคง โดยยุทธศาสตร์แผนงานจะรองรับนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ และนโยบายการเรียนรู้แบบยั่งยืน (ไลฟ์ ลอง เลิร์นนิ่ง) โดยทีโอทีมีแผนงานดำเนินการทั้งในส่วนฮาร์ด อินฟราสตรัคเจอร์ และซอฟต์  อินฟราสตรัคเจอร์เพื่อเป็นดิจิทัล โซไซตี้ ในการยกระดับเพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทย คุณภาพสังคม เพื่อตอบโจทย์ของประเทศไปสู่ดิจิทัล อีโคโนมี สำหรับแผนงานสำคัญคือการพัฒนาระบบสายและไร้สายเครือข่าย โดยทีโอที จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ โครงข่ายทางด้านการสื่อสารที่มีความเสถียร ความรวดเร็ว และราคาที่เหมาะสม 2.โครงการบรอดแบนด์ความเร็วสูง 2 ล้านพอร์ต ซึ่งสามารถสนับสนุนแผน ให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตเข้าถึง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงเรียน และ อบต.ทั่วประเทศ และแผนงานให้บริการ 100 เมกะบิต ผ่านเคเบิลใยแก้วนำแสงในเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ และเป็นการขยายโอกาสของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรของประเทศไทย 3. แผนขยายความเร็วอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อเขตชายแดน เพื่อ ส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษจัดตั้งใหม่

          :5ยุทธศาสตร์ขยับช่องหาโต

          ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์ บมจ.ทีโอที ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 ปฏิรูปองค์กรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เป้าประสงค์ องค์กรที่เข้มแข็งมีประสิทธิภาพและ ได้มาตรฐาน ยกเลิกบริการที่ดำเนินการ ขาดทุน ปี 2558 บริหารจัดการ 14 บริษัท ร่วมทุนและธุรกิจ ยุทธศาสตร์ที่ 2 เป็น ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศและสนับสนุนความมั่นคงของประเทศ  คือ เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายพื้นฐานหลัก ของประเทศ

          ยุทธศาสตร์ที่ 3 เป็นผู้นำในการ ให้บริการบรอดแบนด์ของประเทศ คือ  เป็นผู้นำและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดฟิกซ์ บรอดแบนด์ เป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจรชั้นนำทั้งกลุ่มลูกค้าภาครัฐและ เอกชนไทย เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตในระดับภูมิภาค

          ยุทธศาสตร์ที่ 4 ให้บริการโทรคมนาคมเพื่อสังคมอย่างทั่วถึงตอบสนองนโยบาย ภาครัฐดิจิทัลอีโคโนมี และรับผิดชอบต่อสังคม รองรับนโยบายภาครัฐ สร้างทัศนคติและภาพลักษณ์ที่ดีในการรับผิดชอบต่อสังคม และยุทธศาสตร์ที่ 5 เพิ่มความสามารถในการแข่งขันโทรศัพท์เคลื่อนที่ คือ เพิ่ม ส่วนแบ่งทางการตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่  บริหารจัดการธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ใน รูปแบบองค์กรให้เอกชนมาร่วมลงทุน

          :แชร์ริ่งแพลตฟอร์ม

          นายเจษฎา ศิวรักษ์ เลขานุการ ประจำพ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ  รองประธานฯ กสทช กล่าว ความสำคัญ ของระบบนิเวศน์ดิจิทัล ซึ่งจะเป็นกลไก ในการขับเคลื่อนธุรกิจได้ คือ รูปแบบธุรกิจแบบเป็นแฟลตฟอร์มมีหลายเลย์เยอร์ อาทิ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายย่อย (ไอเอสพี) ทำธุรกิจอยู่บนแฟลตฟอร์ม ผู้ให้บริการ โซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊คและอินสตราแกรมทำธุรกิจอยู่บนอินเทอร์เน็ต และตลาดที่อยู่บนโซเชียลมีเดียก็อยู่บนตลาดดิจิทัล

          ดังนั้น คำว่าเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ได้เป็นเพียงการขยายตัวโดยใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) เท่านั้น  แต่เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในระบบนิเวศน์  ดิจิทัลอีโคโนมีคือการแชร์ริ่งแฟลตฟอร์ม ทุกบริการเข้าด้วยกัน

          'ทีโอทีกำหนด "ทิศทางธุรกิจเพื่อ เป็นเครื่องมือภาครัฐ พัฒนาประเทศ สู่เศรษฐกิจดิจิทัล'