สั่ง ทีโอที เคลียร์คดี เอไอเอส ปมเสาสัญญาณโทรคมนาคม

          เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นายชิต เหล่าวัฒนา กรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่มติคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) มีมติเห็นชอบการปรับปรุงการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล ในส่วนของทีโอที คนร.มีข้อเสนอแนะให้ยุติข้อพิพาทเรื่องเสาโทรคมนาคมทั้งหมดที่มีกับคู่สัญญาสัมปทานคือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ให้เรียบร้อยก่อนจะเดินหน้าเจรจาจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันต่อไป โดยต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งเสาสัญญาณโทรคมนาคมคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ตามสัญญาสัมปทานสร้าง-โอน-บริการ (บีทีโอ) ที่เอไอเอสต้องโอนให้ทีโอทีทั้งหมดในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2558 มี 5,400 แห่ง แต่ปัจจุบันเอไอเอสได้ขอสงวนสิทธิใช้เสาสัญญาณดังกล่าว

          นายชิตกล่าวว่า ปัจจุบันทีโอทีมีเสาสัญญาณของตัวเอง 17,000 แห่ง เมื่อได้เสาสัญญาณจากเอไอเอส อีก 5,400 แห่ง จะส่งผลให้ทีโอทีมีเสาสัญญาณโทรคมนาคม 22,400 แห่ง ก็จะนำเสาหรือสถานีฐานมาปล่อยเช่าได้ในราคาต้นละ 8,000-10,000 บาท แต่บางพื้นที่อาจเป็น 15,000 บาท ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทีโอทีมีข้อพิพาทที่อยู่ในคณะอนุญาโตตุลาการ 7 คดี หากเอไอเอสไม่ถอนคดีกับทีโอทีทั้งหมด ก็จะไม่สามารถเจรจาธุรกิจร่วมกันได้

          นายชิตกล่าวว่า คนร.ยังมีคำสั่งให้ทีโอทีต้องหาพันธมิตรทางธุรกิจ 6 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานให้บริการให้เช่าเคเบิลใยแก้วนำแสงและวงจรสื่อสัญญาณ 2.กลุ่มเสาโทรคมนาคม ดำเนินธุรกิจให้บริการเช่าใช้พื้นที่สำหรับติดตั้งสายส่งสัญญาณ จานรับส่งสัญญาณโทรคมนาคม และอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง 3.กลุ่มอินเตอร์เน็ตเกตเวย์และเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ เช่น วงจรเช่าระหว่างประเทศ (ไอพีแอลซี) วงจรส่วนบุคคลระหว่างประเทศ 4.กลุ่มโทรศัพท์ ดำเนินธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ครบวงจร ทั้งบริการสื่อสารทางเสียงและบริการสื่อสารข้อมูล (ดาต้า) ความเร็วสูงเคลื่อนที่ 5.กลุ่มโทรศัพท์ประจำที่และอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ดำเนินธุรกิจให้บริการโทรศัพท์ประจำที่ สื่อสารแบบมีสายหรือไร้สาย และ 6.กลุ่มบริการด้านไอที ไอดีซี คลาวด์ ดำเนินธุรกิจอินเตอร์เน็ตศูนย์ข้อมูล (ดาต้า เซ็นเตอร์)