คอลัมน์ DigitalB2M: ไอเน็ตรับดิจิทัลอีโคโนมี ชูคลาวด์ต่อยอดรายย่อย

ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

          การ์ทเนอร์และแอคเซนเซอร์ แสดงผลการวิจัยเกี่ยวกับมูลค่าของดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ในภูมิภาคอาเซียนว่า ปี 2557 จะเติบโตถึง 256 แสนล้านบาทในปี 2561 สอดคล้องกับไอดีซีที่คาดการณ์ว่า ตลาดคลาวด์ในไทยของปี 2557 นี้ จะโต 29% คิดเป็นมูลค่ากว่า 990 ล้านบาท

          วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน บริษัท ซิสโก้ ซิสเต็มส์ กล่าวว่า คลาวด์ถือว่าเป็นอันดับ 1 ใน 5 เมกะเทรนด์ด้านไอที ที่มีความสำคัญต่อองค์กรธุรกิจ โดยมีโครงข่ายเป็นตัวเชื่อมโยงการทำงาน ดังนั้นไอเน็ตจึงจับมือกับซิสโก้ในประเทศไทย เพื่อเป็นพาร์ตเนอร์ในการให้บริการด้านคลาวด์เพื่อรองรับเทรนด์ดังกล่าว

          ทั้งนี้ ไอเน็ตได้รับใบรับรอง Cisco Cloud Master Service Provider Certification หรือ CMSP เพื่อนำเสนอบริการคลาวด์ใน รูปแบบของการเช่าใช้อินฟราสทรัคเจอร์ (Infrastructure as a Service) เพื่อให้องค์กรสามารถปรับขนาดความต้องการได้แบบยืดหยุ่น

          การที่ซิสโก้ประกาศรับรอง ไอเน็ตในครั้งนี้ นอกจากช่วยต่อยอดธุรกิจของทั้งสองฝ่ายแล้ว ยังเข้าไปสนับสนุนในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ ไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือเล็ก เพื่อกระตุ้นให้องค์กรหันมาใช้งานคลาวด์กันมากขึ้น

          ในการดำเนินงานดังกล่าว ซิสโก้ได้วางโครงสร้างพันธมิตรคลาวด์ 3 ส่วน คือ Cloud Builder เป็นผู้จัดสร้างการให้บริการคลาวด์ให้เหมาะกับแต่ละองค์กร Cloud Provider (CMSP) การเป็นผู้ให้บริการคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ และ Cloud Service Reseller ที่เปิดให้เครือข่ายของซิสโก้ที่ได้ใบ รับรอง CMSP สามารถนำบริการคลาวด์ไปขายต่อได้

          ด้าน วัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย หรือ ไอเน็ต กล่าวว่า ผู้บริหารของ ไอเน็ตมีส่วนผลักดันในเรื่องของนโยบายดิจิทัลอีโคโนมี ดังนั้นบริษัทจึงมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้ธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ที่เป็นลูกค้าของเราหันมาใช้งานคลาวด์ในรูปแบบใหม่กันมากขึ้น

          สำหรับปี 2558 ไอเน็ตตั้งเป้ารายได้เติบโตมากกว่า 30% หรือประมาณ 600-700 ล้านบาท โดยปรับกลยุทธ์ธุรกิจด้วยการรับงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเป็น 70% และภาครัฐ 30% ล่าสุดเพิ่งเข้าร่วม กับทางบีโอไอในการทำคลาวด์เพื่อตอบโจทย์ดิจิทัลอีโคโนมีมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนแบบมหาศาลและ เริ่มเจาะกลุ่มธุรกิจขนาดเอสเอ็มอีมากขึ้น

          เมื่อได้รับใบรับรอง CMSP จากซิสโก้ ทางไอเน็ตจะเป็นผู้พัฒนาอินฟราสทรัคเจอร์และบริการใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้าที่ไม่ต้องการลงทุนด้านอาคิเทคเจอร์ (Architecture) เอง สามารถใช้งาน คลาวด์แบบผสมหรือไฮบริดคลาวด์ได้แบบไม่ต้องลงทุนซ้ำซ้อน

          "การลงทุนฮาร์ดแวร์มีมูลค่ามากถึงหลักแสนล้าน ทำให้องค์กรขนาดเล็กไม่กล้าลงทุน และขนาดใหญ่ไม่อยากจ่ายเพิ่ม ไอเน็ตจึงใช้ในรูปแบบองค์รวมสำหรับให้บริการ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ทั้งยังรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยที่สูงถึง 26 ล้านคน และยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับองค์กรธุรกิจที่คำนึงถึงการใช้งานคลาวด์ในระดับที่ยังน้อยอยู่มาก" วัลล์ชัย กล่าว

          หลังจากความร่วมมือกันครั้งนี้ ต้องคอยติดตามว่า จะสามารถสร้างมูลค่าในภาพรวมตลาด คลาวด์โตได้มากกว่าที่ไอดีซีคาดการณ์ไว้หรือไม่ แต่ที่แน่นอน คือ คลาวด์จะเป็นส่วนสำคัญในธุรกิจยุคดิจิทัลนับจากนี้ไป