แผนปรับโครงสร้างทีโอทียังไม่ดีพอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เตรียมทำหนังสือเชิญบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งเชี่ยวชาญทั้งด้านการเงิน การบริหารและกฎหมาย มาให้คำปรึกษาธุรกิจของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการดำเนินการตามเงื่อนไขของสำนักคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) โดยจะใช้เงินงบประมาณในการจัดจ้างจากทีโอที 30 ล้านบาท และกสท 30 ล้านบาท รวมมูลค่าจ้างที่ปรึกษา 60 ล้านบาท คาดว่าประมาณเดือน ก.พ.-มี.ค.58 จะได้บริษัทที่ปรึกษาและหลังจากนั้นก็จะใช้เวลาในการศึกษาอีก 6 เดือน เพื่อกำหนดทิศทางธุรกิจของทีโอทีและกสท ต่อไป โดยสำหรับรายชื่อบริษัทที่ปรึกษานั้น ทาง กสท และทีโอที ได้ส่งรายชื่อให้กระทรวงไอซีทีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในเบื้องต้นกระทรวงไอซีที ได้มีการวิเคราะห์การทำงานของทีโอทีและกสทแล้ว พบว่า ทีโอทีมีปัญหามากกว่ากสท แต่สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยได้ เนื่องจากคู่สัญญาสัมปทานมีคดีฟ้องร้องทางคณะอนุญาโตตุลาการเท่านั้น ยังไม่มีการยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครอง และต้องยอมรับว่าบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เป็นพันธมิตรกับทีโอทีมาตลอด เพียงแต่ต้องเจรจาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของทั้งสอง ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างของทีโอที ที่มีผลเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ไม่ได้ตอบโจทย์การบริหารจัดการทรัพย์สินของทีโอทีอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ได้ใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ ก่อให้เกิดรายได้แต่อย่างใด กระทรวงไอซีทีจึงจะหารือกับกระทรวงการคลังอีกครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาทีโอทีทั้งหมด เพราะไม่ต้องการให้ซ้ำรอยบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หากทีโอที ใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ทำงานอย่างประสิทธิภาพและหยุดทุจริต เชื่อว่าจะอยู่รอดได้ ขณะที่ กสท ได้เร่งหารายได้และหาพันธมิตรในการทำธุรกิจ แม้จะมีปัญหาคดีข้อพิพาท แต่มีแนวโน้มที่ดี จึงไม่เป็นกังวลมาก.