ไอซีที ชี้ช่องรัฐวิสาหกิจต่อยอดคลื่นสาธารณะ

          เปิดช่องเสริมรายได้อีกทาง หนุนแคทประมูล"4จี" ชี้เป็นองค์กรมีศักยภาพ

 

          'พรชัย' หนุนแคทเข้า "ประมูล4จี" ฟุ้งองค์กรมีดี เงินสดเพียงพอ อนาคตสดใส เผยหากไม่ได้ไลเซ่น สามารถนำคลื่นที่กันไว้เพื่อบริการสาธารณะต่อยอด รายได้ให้บริการบรอดแบนด์ ไวไฟ หน่วยงานรัฐด้วยกันเอง ทำเงินได้อีกทางหนึ่ง พร้อมระบุขอให้เป็นตัวแทนคุย กสทช. ขอคลื่น 900 ต่อลมหายใจทีโอทีช่วยงานรัฐบาลหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล

          นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ตามกรอบกฎหมายที่เสนอร่างพ.ร.บ.ใหม่ 8 ฉบับนั้น อำนาจการจัดสรรคลื่นความถี่ตามแผนแม่บท ยังเป็นของคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามเดิม เพียงแต่คณะกรรมการการ (บอร์ด) ดิจิทัล อีโคโนมี จะเป็นผู้กำหนดนโยบายการแบ่งคลื่นความถี่ที่มีอยู่บางส่วน ออกมาให้บริการสาธารณะสำหรับหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน ไม่ใช่จัดสรรคลื่นเพื่อการพาณิชย์อย่างเดียว

          อย่างไรก็ดี ประเด็นที่บมจ.กสท โทรคมนาคม ยืนยันว่าต้องการร่วมประมูลคลื่นความถี่ 4จี ในย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 2 ใบอนุญาตๆละ 12.5 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อนำมาให้บริการลูกค้าต่อนั้น เขาเห็นด้วยและสนับสนุนเต็มที่ เพราะแคทมีศักยภาพสูง มีเงินสดเพียงพอ  แต่หากท้ายที่สุดไม่สามารถประมูลแข่งกับเอกชนได้ แคทก็สามารถนำคลื่นที่กันเอาไว้สำหรับให้บริการสาธารณะมาต่อยอด เป็นบริการภาครัฐให้หน่วยงานรัฐด้วยกันเอง เช่น บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) บริการไวไฟ หรือแม้แต่ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์

          "การกันคลื่นความคลื่น เพื่อให้บริการสาธารณะ รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรนั้นๆ ต้องให้บริการเองไม่ให้สามารถโอนสิทธิ์ไปให้ใครได้ แต่การทำบริการสาธารณะเองนั้น แคทสามารถ นำคลื่นที่ได้เปล่าๆ ไปให้บริการรัฐด้วยกันเองได้ ก็เป็นรายได้อีกทางหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญคือการ ขับเคลื่อนภาพรวมให้ไปสู่ดิจิทัล อีโคโนมี"

          เขายังกล่าวถึงข้อเรียกร้องของบมจ.ทีโอที ที่ต้องการใช้คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิตรซ์ ต่อไปหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานมือถือกับบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ในปี 2558 ว่า ได้มอบหมายให้คณะกรรมการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับโทรคมนาคมทั้งระบบ ที่มีนางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงไอซีที เป็นประธาน และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นรองประธาน จะมีการหารือนำประเด็นคลื่น 900 ไปหารือกันด้วย

          เนื่องจากทีโอทียืนยันว่า หากได้คลื่น 900 มา บริหารจัดการต่อไป จะทำให้ทีโอทีมีรายได้และอยู่รอดไม่ขาดทุน ไม่เป็นภาระรัฐบาล ส่วนจะเจรจาได้คลื่นหรือไม่ ทีโอทีต้องมีแผนรองรับไว้ทั้งสอง รูปแบบ และต้องหารือถึงคลื่นอื่นๆ ด้วยที่ทีโอที ครอบครองทั้ง 900 1900 2300 และ 2700 เมกะเฮิรตซ์ ทีโอที ต้องมีแผนรองรับไว้ทั้งสองรูปแบบด้วยคือได้คลื่น 900 บางส่วนมาบริหารต่อ หรือไม่ได้คลื่นเลย

          "ยอมรับว่าทีโอทีน่าห่วง และไอซีทีต้องช่วยสนับสนุน ต้องให้รัฐวิสาหกิจนี้เข้ามามีส่วนช่วยยกระดับเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ตามที่จะให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจเป็นแม่แรงขับเคลื่อนดิจิทัล อีโคโนมี ดังนั้น ก็จำเป็นต้องมีคลื่นสำหรับบริการภาครัฐ ใช้เชื่อมต่อด้านสาธารณสุข ความมั่นคง การศึกษาแต่ต้องคุยกันอีกทีว่ามีความเป็นไปได้อย่างไร"

          ดังนั้น แนวทางที่จะทำให้กสทช.ดำเนินงานตามแผนงานต่อไปได้ รวมถึงความอยู่รอดของรัฐวิสาหกิจต่อไปในอนาคต ต้องมีแนวทางปฎิบัติอย่างไร เพราะก่อนนี้ทีโอทีและกสทได้เสนอแก้กฎหมายในมาตรา83 วรรค 3 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมพ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) ว่าด้วยการส่งเงินรายได้เข้าเป็นรายได้แผ่นดิน ซึ่งทีโอทีกับกสท ระบุว่าหากยังมีกฎหมายดังกล่าวจะส่งผลให้บริษัทต้องประสบกับปัญหาทางการเงินอย่างหนัก