จับทางหุ้นเด่นรับปีแพะชูสื่อสาร-รับเหมาพุ่งแรง

ทันหุ้น - นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในปี 2558 ยังน่าสนใจลงทุน เนื่องจาก อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และราคาน้ำมันโลกปัจจุบันอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย เนื่องจาก ไทยเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งการที่ราคาน้ำมันถูก จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ปรับลดลง

          อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงไป แต่ในปี 2558 รัฐบาลจะมีการใช้จ่ายงบประมาณมากขึ้น ทั้งโครงการที่ดำเนินอยู่ และโครงการใหม่ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้จ่ายในปี 2558 อยู่ที่ประมาณ 500,000 ล้านบาท เมื่อมีการใช้จ่ายภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชนจะตามมา เช่น โครงการรถไฟฟ้า จะช่วยกระตุ้นโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ใกล้รถไฟฟ้า, การประมูล 4G ในเดือน กรกฎาคม ซึ่งคาดว่าภาคเอกชนจะมีการลงทุนทันทีมูลค่าประมาณ 250,000 ล้านบาท

          ทั้งนี้เกิดจากการประมูลและการลงทุนของภาคเอกชนที่เป็นเครือข่ายโทรศัพท์มือถือต่างๆ นอกจากนี้ นโยบายสนับสนุน Digital Economy ของรัฐบาลจะก่อให้เกิดการเร่งพัฒนาเครือข่าย Internet ความเร็วสูง และผลักดันให้ทางบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT และบมจ. กสท โทรคมนาคม หรือ CAT มีการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดทั้งการเริ่มใช้ TV Digital อย่างเต็มที่ซึ่งจะส่งผลให้มีการลงทุนด้านสื่อโทรทัศน์ จำนวนไม่น้อย

          สำหรับปี 2558 กลุ่มหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐ จะได้แก่ หุ้นในกลุ่มก่อสร้าง รับเหมา และวัสดุก่อสร้าง  หุ้นในกลุ่มโทรคมนาคม ที่ได้ประโยชน์จากการประมูล 4G และ TV Digital และหากเศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้เร็วตามคาดการณ์ จะส่งผลดีต่อภาคการอุปโภค และบริโภค และการจ้างงานที่เพิ่มมากขึ้น และมีความเป็นไปได้ ว่าอาจเกิดการขาดแคลนแรงงาน นอกจากนี้ กลุ่มธนาคาร ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่จะได้รับประโยชน์ เพราะเมื่อมีการลงทุนของภาครัฐและเอกชน ก็จะมีการใช้บริการทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็นอันมากอีกด้วย สำหรับด้านตัวเลขการส่งออก คาดว่า ครึ่งปีหลังของปี 2558 จะปรับตัวดีขึ้น โดยในปัจจุบันอาจมีประเด็นกดดันจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในยุโรป ที่การฟื้นตัวชะลอช้าลง

          อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องส่วนเกินของโลกยังมีอยู่อีกมาก แม้สหรัฐได้หยุด QE ไปแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมาแต่ทั้งยุโรป และญี่ปุ่นจะต้องมีการออกมาตรการ QE เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องแน่นอน โดย Flow ของเงินทุน จะไหลค่อนข้างเร็ว และไหลเข้าออกประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ หรือ Emerging Market เป็นช่วงๆ เนื่องจาก ในช่วงกลางปี 2558 คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) จะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้น ส่วนเงินสกุลอื่นๆ รวมทั้งเงินบาทจะอ่อนค่า ด้านราคาน้ำมันโลก ยังอยู่ในระดับต่ำ    ทั้งนี้ เนื่องจาก Demand ลดลง ขณะที่ Supply เพิ่มขึ้นมากจากกำลังการผลิต Shale Oil ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น เดือนละประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวัน โดยคาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นสู่จุดสูงสุดราวกลางปีหน้า ทั้งนี้อาจต้องรอให้เศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะ ยุโรป ฟื้นตัว จึงจะช่วยผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นได้