ทรู เปิดแผนบุกตลาดก้าวกระโดด ศุภชัย ลุยมือถือ-ออนไลน์-ทีวี

ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ถือเป็นเวลาในการเตรียมความพร้อมเพื่อบุกธุรกิจในปีหน้า ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปีที่ดีที่สุดปีหนึ่งของทรู เริ่มจากธุรกิจมือถือ ซึ่งปัจจุบัน ทรูถือเป็นผู้นำในบริการ 3 จี รวมทั้ง 4 จี ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่เปิดตัวสู่ตลาด โดยปี 2558 จะเป็นปีที่บริการ 4 จี เริ่มเดินหน้าเต็มที่ (kick off) หลังผ่านช่วงแนะนำตัวไปแล้ว

          "ปีหน้าลูกค้า 4 จีทั้งตลาดน่าจะขยับขึ้นเป็น 2 ล้านราย ซึ่งเราหวังจะได้ส่วนแบ่งตรงนี้ราว 30% จากปัจจุบันที่มีลูกค้า 4 จีอยู่ราว 80,000 ราย ขณะนี้ทรูมีสถานีฐาน 4 จีอยู่ที่ประมาณ 2,000 สถานี และมีแผยจะอัดฉีดเงินลงทุนเพิ่มอีก 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการเพิ่มทุน เปิดรับพันธมิตรรายใหม่อย่างไชน่าโมบายล์เข้ามา เพื่อติดตั้งสถานีฐาน 4 จีให้เป็น 6,000-7,000 สถานีภายในปีหน้าหรือครอบคลุม 60% ของประชากรทั้งหมด"

          นายศุภชัยกล่าวว่า ทรูแข่งขันในธุรกิจมือถือได้ดีขึ้น หลังตัดสินใจเข้าซื้อกิจการของฮัทชิสันในประเทศไทยและทำสัญญาธุรกิจรูปแบบใหม่กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำให้ทรูได้คลื่นความถี่ 850 MHz มาให้บริการ 3 จี นอกเหนือจากคลื่น 2100 MHz ซึ่งประมูลได้มา "ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในธุรกิจมือถือปัจจุบัน รุนแรงในทุกมุมเนื่องด้วยความแข็งแกร่งของคู่แข่งอย่างเอไอเอสและดีแทค ซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศและมีประสบการณ์ทำธุรกิจมือถือในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก"

          ส่วนธุรกิจออนไลน์นั้น เร็วๆนี้จะมีการแถลงข่าวเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ซึ่งขณะนี้แข่งขันโดยตรงอยู่กับบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) โดยเฉพาะการขยายโครงข่าย FTTx หรือการติดตั้งเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านไฟเบอร์ออพติกไปสู่บ้านหรือที่ตั้งของลูกค้าปลายทาง เพื่อบริการที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

          นายศุภชัยยังกล่าวถึงธุรกิจทีวีของกลุ่มทรู ทั้งธุรกิจทีวีแบบบอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) ภายใต้แบรนด์ทรูวิชั่นส์และธุรกิจทีวีดิจิตอล ซึ่งทรูประมูลช่องธุรกิจได้ 2 ช่อง ได้แก่ช่องข่าวทีเอ็นเอ็นและช่องทรูฟอร์ยูว่า ในส่วนของธุรกิจ ทรูวิชั่นส์มั่นใจว่ายังสามารถสร้างการเติบโตของฐานลูกค้าได้อีกโดยเฉพาะลูกค้าในระดับกลางและล่าง "หากพิจารณาจำนวนลูกค้าที่เรามีอยู่ประมาณ 2.5 ล้านครัวเรือน และคู่แข่งคือซีทีเอชมีอยู่อีกราว 2.5 ล้านครัวเรือน รวมกันอยู่ที่ 5 ล้านครัวเรือน ขณะที่ครัวเรือนทั้งหมดในประเทศมีมากกว่า 22.9 ล้านครัวเรือนเราจึงเชื่อว่าอย่างน้อยน่าจะสามารถเพิ่มลูกค้าทั้งฐานได้ถึง 10 ล้านครัวเรือน หากมีความเข้าใจตลาดและนำเสนอสินค้าได้ตรงกับความต้องการของผู้ชม"

          ส่วนธุรกิจทีวีดิจิตอลนั้น เขาตั้งเป้าหมายว่าจะต้องขึ้นที่ 1 ในกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลหน้าใหม่ ซึ่งแม้ไม่ง่ายแต่เป็นสิ่งที่ต้องพยายาม โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงรายการ คาดว่าอีก 6 เดือนข้างหน้าจะได้เห็น