กสท ทวงเค่าเช่าโครงข่ายมือถือโวยหลังสัมปทานทรูฯหมดแต่ไม่ได้เงิน

CAT ส่งหนังสือถึง กสทช.ถามค่าเช่า โครงข่าย ระบุหลังสัมปทานสิ้นสุดตั้งแต่เดือน ก.ย.ปี'56 ครบปีไม่ได้รับค่าเช่าจากเอกชน ด้าน "สุภิญญา" เผยที่ประชุม 6 ต.ค.นี้ ให้จับตาวาระ เยียวยาผู้บริโภคหลัง "ทรูวิชั่นส์" หมดสัมปทานเคเบิลทีวี จี้ "บางกอกเอนเตอร์เทนเม้นต์" รีบส่งผังรายการ" รีบ "ช่อง 3 อนาล็อก" บนช่องดิจิตอล ก่อน "จอดำ"

          แหล่งข่าวจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า ตามที่สัญญาสัมปทานของ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) สิ้นสุดสัมปทานลงใน วันที่ 16 ก.ย.2556 ไปแล้วนั้น และเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2557 ที่ผ่านมาถือว่าครบ 1 ปี ที่อยู่ในมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 (ประกาศเยียวยา 1800 MHz )ตามประกาศของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

          "อย่างไรก็ตาม ผ่านมาจนถึงวันนี้ ถือว่ากว่า 1 ปีกว่าแล้ว หรือ ตั้งแต่ที่สิ้นสุดสัมปทานลงในวันที่ 16 ก.ย.2556 แต่ กสท กลับยังไม่ได้รับส่วนแบ่งเลยแม้แต่บาทเดียว ดังนั้นบริษัทจึงทำหนังสือไปสอบถาม กสทช.ความคืบหน้าเกี่ยวกับ รายได้ที่ กสท จะต้องได้รับเป็นค่าเช่า โครงข่าย 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) หลังจากที่หมดสัญญาสัมปทาน

          แหล่งข่าวจาก กสท กล่าวอีกว่า สาเหตุหนึ่งที่ กสท ยังไม่มีรายได้ ค่าเช่าโครงข่ายเข้ามานั้น เพราะผู้ประกอบการทั้งทรูมูฟ และดีพีซีส่งข้อมูลรายรับ และรายจ่ายแต่ละเดือนในช่วงประกาศเยียวยา 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยอ้างว่ารายได้ ปัจจุบันลดลง แต่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น จึงไม่สามารถนำส่งเงินช่วงเยียวยาได้เท่ากับช่วงที่ยังอยู่ภายใตัสัญญาสัมปทานนั้น จึงอยากให้สำนักงานกสทช.ตรวจสอบด้วย

          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวยอมรับว่า มีปัญหาติดขัดเกี่ยวกับการคำนวณรายได้ตามที่เอกชนส่งข้อมูลกลับมา ซึ่งพบว่ารายละเอียดที่เอกชนแจ้งนั้น กลับมีรายได้ในช่วงเยียวยาเพียงเล็กน้อยซึ่งเงินดังกล่าว ค้างอยู่เอกชนทั้ง 2 ฝ่าย แต่ก็ต้อง ยอมรับว่าเงินที่เหลือเป็นค่าเช่าโครงข่าย มีน้อยมาก เพราะเอกชนได้ทยอยโอน ย้ายลูกค้าไปยังเครืข่ายใหม่บนใบอนุญาต 3G 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่ได้รับจาก กสทช.จึงจำเป็นต้องมีการเรียกเอกชนมาชี้แจ้งอีกครั้งหนึ่ง

          ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 6 ต.ค.2557 นี้ ที่ประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีวาระการประชุมชวนจับตา ได้แก่ แนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรณี บริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ที่หมดสัญญาณสัมปทานกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2557 ที่ผ่านมา ซึ่ง ทรู ได้มีหนังสือชี้แจงการดำเนินการตามความเห็นมายังคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ พบว่า สมาชิกรายเดิมที่ย้ายไปใช้บริการในบ.ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป ยังไม่ได้ลงนามในสัญญาใหม่เนื่องจากอยู่ในระหว่างการแก้ไขและนำส่งฉบับสมบูรณ์ให้สำนักงาน กสทช.ตรวจสอบก่อนนำไปใช้ ทั้งนี้ ยังมีสมาชิกที่ยังไม่ย้ายไปใช้บริการของทรู คงค้างอยู่ สองพันกว่าราย

          ส่วนกรณีช่อง 3 หรือ บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ได้ทำหนังสือผ่านประธานกสท.เพื่อขอนัดหมาย หารืออีกรอบนั้น  น.ส.สุภิญญาเห็นว่า กสท.ได้เสนอทางออกจากปัญหาจอดำให้ช่อง 3 ชัดเจน แล้วคือ 1. ขอออกผังรายการช่องอนาล็อก บนช่องดิจิตอลที่ประมูลมา 2.ช่อง 3 อนาล็อกมายื่นขอใบอนุญาตเพิ่มเป็นทีวีดาวเทียม/เคเบิล ตามกติกาเหมือนช่องอื่นๆ แต่ถ้าช่อง 3 ไม่เดินตามกติกานี้ ปัญหาจอดำบนโครงขายดาวเทียม/เคเบิลเพราะการตัดสินใจของช่อง 3 เอง กสทช. จำเป็นต้องบังคับใช้ กฎกติกา เพื่อความเป็นธรรมกับช่อง 7 ช่อง 9 รวมทั้ง ไทยพีบีเอส และฟรีทีวีดิจิตองช่องใหม่ที่เดินตามกติกามาตลอด