ทีโอทีบักโกรกหมดสัมปทาน6เดือนโชว์ขาดทุน1.3พันล้าน

ผลงานครึ่งปีแรก "ทีโอที" บักโกรกกำไรขั้นต้นหล่นวูบ 9 พันล้าน หลังรายได้สัมปทานหายวับ โชว์ตัวเลขขาดทุน1,290ล้านบาท เร่งปรับกลยุทธ์ธุรกิจ มุ่งพลิกฟื้นรายได้จากบริการ 3G ฟาก "กสทฯ" ยังมีกำไร 602 ล้านบาท แต่รายได้จากสัญญากลุ่มทรูพลาดเป้า

          นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการ บมจ.ทีโอที ในฐานะโฆษกบอร์ด เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ดล่าสุด (22 ก.ย. 2557) รับทราบผลการดำเนินงาน 6 เดือนของบริษัททีโอที โดยมีกำไรขั้นต้น (EBITDA) ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอย่างมากจาก 11,000 ล้านบาท ปีที่แล้วเหลือเพียง 1,374 ล้านบาท ลดลง 9,689 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีรายได้จากสัมปทานมือถือของ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ทำให้มีรายได้ เหลือเพียง 22,611 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ 21,237 ล้านบาท ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายรายการพิเศษ ทำให้ผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 1,290 ล้านบาท

          "บอร์ดไม่พอใจกับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก แม้จะมีรายได้บางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างบรอดแบนด์เพิ่มจาก 2,815 ล้านบาท เป็น 2,880 ล้านบาท บริการ 3G ที่เพิ่มจาก 74 ล้านบาท เป็น 93 ล้านบาท แต่ถือว่าไม่ใช่การเพิ่มอย่างมีนัย และในส่วนที่เป็นโทรศัพท์พื้นฐาน, โทรศัพท์สาธารณะ และโครงข่ายก็มีรายได้ลดลง"

          ขณะเดียวกัน บอร์ดทีโอทีได้เริ่มปรับกลยุทธ์ของทีโอทีในบางส่วนระหว่างรอคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอร์ด) เห็นชอบแผนฟื้นฟู ส่วนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรเป็นอะไรบ้างในปีนี้ คงเปิดเผยรายละเอียดได้หลังจากแผนพลิกฟื้นผ่าน และการเจรจาตามแผนได้ข้อยุติแล้ว

          "กลยุทธ์ใหม่ของทีโอทีต้องสร้างผล อย่างแรง และทำได้อย่างรวดเร็ว โดยปรับปรุงธุรกิจที่มีอยู่ และสู้ได้อยู่แล้ว กับธุรกิจใหม่ที่ต้องสร้างขึ้นมาเติมเต็มให้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีหลายทางเลือกที่กำลังคุย ในสถานการณ์แบบนี้ บอร์ดกลยุทธ์ได้เข้าไปนั่งคุยกับฝ่ายบริหารอย่างจริงจัง ว่าแต่ละโปรดักต์มีกลยุทธ์อย่างไร มีออปชั่น อะไรบ้าง บอร์ดเห็นว่าอย่างไร ซึ่งตั้งใจว่าภายใน 3-4 เดือนแรกต้องเห็นกลยุทธ์

          และแผนการดำเนินงานสำคัญที่ชัดเจน"

          จากการที่บอร์ดทีโอทีชุดใหม่ได้เข้ามาศึกษาสภาพของทีโอที พบว่ายังมีจุดแข็งในหลายด้าน สิ่งที่ต้องทำคือการเปลี่ยนทรัพย์สินที่มี ไม่ว่าจะเป็นโครงข่าย คลื่นความถี่ เพื่อหารายได้เพิ่ม รวมไปถึง คอนเน็กชั่นจากฐานลูกค้าที่มีอยู่ก็สามารถนำไปต่อยอดได้

          "ธุรกิจบรอดแบนด์เราสู้ได้ โทร.พื้นฐานก็เป็นผู้นำอยู่ ถ้าเลือกกลยุทธ์ถูกต้องไปได้ดีแน่นอน จุดอ่อนคือธุรกิจที่ยังไม่สามารถสร้างรายได้กลับเข้ามาเท่าที่ลงทุนอย่าง 3G ซึ่งเป็นคีย์หลักที่ต้องศึกษาเพื่อหาทางพลิกฟื้นให้ได้อย่างรวดเร็ว 3G มีทั้งคลื่น และโครงข่ายที่มี ฉะนั้นคงไม่เลิก แต่จะนำส่วนไหนมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เพราะธุรกิจโทรคมนาคมมีทั้งขายส่งและขายปลีก ซึ่งตอนนี้กำลังมีการเจรจากันอยู่"

          ด้านนายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า งบฯดำเนินการไตรมาสแรกของปีนี้ (สิ้นสุด 31 มี.ค. 2557) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้สอบทานแล้ว มีรายได้ 12,673.55 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 12,578.66 ล้านบาท เหลือกำไรสุทธิ 94.89 ล้านบาท แต่มีรายได้บางตัวไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาทิ รายได้จากการขายส่งธุรกิจไร้สายให้บริษัทเรียลมูฟที่ต้องซื้อเพิ่มอีก 17% ในไตรมาสแรก แต่ยังไม่ได้ซื้อเพิ่มจากเดิมที่ซื้อไป 80% ของความจุโครงข่าย ขณะที่รายได้จากสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับ บมจ.โทเทิ่ล  แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) หายไป ทำให้ในปีนี้น่าจะมีรายได้หายไปประมาณ 4,700 ล้านบาท

          สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรก ก่อนส่ง สตง.ตรวจสอบ มีรายได้จากการดำเนินงาน 25,260 ล้านบาท รายจ่าย 24,658 ล้านบาท กำไร 602 ล้านบาท แต่รายได้ขายส่งเรียลมูฟยังพลาดเป้า

          "ผลประกอบการกสทฯ อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังสีส้ม ต้องพยายามหาธุรกิจมาเสริม เพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในกลุ่มสีแดง โดยการหาพันธมิตรใหม่ รวมถึงต้องหาวิธีจัดการภายใน เช่น การแก้ไขด้านบริการลูกค้าที่ยังทำไม่ได้ทันตามความต้องการของลูกค้า เนื่องจากติดขัดในเรื่องกฎระเบียบและยังต้องสื่อสารภายในองค์กร เพื่อให้พนักงานรับรู้สภาพปัญหาและร่วมกันแก้ไข"