กสท หาพันธมิตร 3จี หลังรายได้วูบ5 พันล.

บอร์ดกสทรับรู้รายได้ 3 เดือนแรก หลัง ผ่านสตง.1.2 หมื่นล้านบาท กำไร 95 ล้านบาท ลดวูบจากปีก่อน ชี้รายได้จากค่าสัมปทานมือถือหายไปกว่า 4,700 ล้านบาท เร่งสรุปแผนโครงการ เอฟทีทีเอ็กซ์ ก่อนนำเข้าครม.โดยเร็ว เดินหน้าจีบ พาร์ทเนอร์ทำ3จีร่วม

          นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช  รักษาการตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม จำกัด กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา บอร์ดได้รับทราบงบการดำเนินงานงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2557 ที่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แล้วนั้น กสท มีรายได้อยู่ที่ 12,673.55 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ 12,578.66 ล้านบาท มีกำไรสุทธิที่ 94.89 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปัจจัยมาจากรายได้สัมปทานที่หายไปประมาณ 4,700 ล้านบาท

          ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการ เกี่ยวกับโครงการไฟเบอร์ออฟติด ทู เดอะ เอ็กซ์ (เอฟทีทีเอ็กซ์)ในส่วนภูมิภาค จำนวน 12 สัญญา คิดเป็นมูลค่าค่าเช่าประมาณ 4,000 ล้านบาท ในสัญญาเช่า 3-5 ปี นั้น ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มีหนังสือถึงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ตรวจสอบโครงการดังกล่าว ให้ละเอียดอีกครั้ง พร้อมหาแนวทาง สำรอง ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของบประมาณต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)

          สำหรับการดำเนินธุรกิจของ กสท เกี่ยวกับ คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ 3จี ที่มีอยู่นั้น กสทจะใช้วิธีหาพาร์ทเนอร์ ร่วมธุรกิจรายใหม่ที่ดำเนินธุรกิจในสัญญา เพื่อให้บริการ 3จี ในลักษณะเดียวกันกับ บริษัท เรียลมูฟ จำกัด และ บริษัท 356 คอมมูนิเคชั่น จำกัด ซึ่งยังมีจำนวนของ คาร์ปาซิตี้เพียงพอต่อการใช้งานของ ลูกค้าอีกจำนวนมาก ส่วนการเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ นั้น ทันทีที่กสทช. เปิดประมูลในปี 2558 กสท จะยังคงแผนเดิมที่จะเข้าร่วมประมูลคลื่นดังกล่าวเพื่อมาให้บริการ 4 จี แน่นอน เพราะมองว่าผู้ใช้งาน 3 จี ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ การใช้งาน3จี ไม่ได้ใช้ 3จี ที่แท้จริง

          นอกจากนี้ บอร์ดมีมติให้ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการประสานงานและ เจรจา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการเจรจาในการประสานนโยบายความร่วมมือการดำเนินธุรกิจหรือการ ดำเนินกิจการอื่นๆ กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจ รวมถึงกำหนดแนวทางในการดำเนินการในข้อพิพาท ตลอดจนกำกับดูแลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ กสท หรือตอบสนองนโยบายของรัฐทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของชาติ

          สำหรับการปรับปรุงแผนแก้ปัญหา ตลอดจนการสรุปรวบรวมข้อพิพาททางกฎหมาย และแนวทางแก้ไขนั้น กสท ได้นำส่งแผนดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร.แล้วเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2557 ที่ผ่านมา

          ปัจจัยมาจากรายได้สัมปทานที่หายไป  4.7 พันล้าน