ทีโอที รอถกบอร์ด17ก.ย.นี้ลงทุน3จี2หมื่นล้านล้มเหลว

"ทีโอที" แจง 17 ก.ย.นี้ รอถกบอร์ดรายงานความคืบหน้า ตรวจสอบโครงการ 3จี เกือบ 2 หมื่นล้านบาท หลัง "คตร." สรุปไม่โปร่งใส ส่อเอื้อเอกชน ยันปล่อยหน้าที่สตง.-ป.ป.ช. ดำเนินการ ด้านอดีตซีอีโอ ชี้ติดตั้งโครงข่าย ล่าช้า กระทบการแข่งขัน ระบุโครงการล้มเหลวตั้งแต่ลงทุน ทำรายได้แค่ 1,000 ล้านบาท

          นายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตรวจสอบ ในฐานะรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวภายหลังคณะกรรมการ (บอร์ด) ที่มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัต เป็นประธานได้มอบหมายให้ทำหน้าที่รักษาการกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ แทนนายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ ที่ลาออกไป เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า นายรังสรรค์ มีคุณสมบัติเหมาะสม มีประสบการณ์สูงในการทำงาน ส่วนกรอบอำนาจของรักษาการกรรมการจัดการใหญ่ จะพิจารณาเป็นเรื่องๆ ซึ่งการอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ บางเรื่องดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว อาจต้องให้บอร์ดเป็นผู้ทำหน้าที่แทน

          ส่วนกรณีที่ พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก ในฐานะประธานคณะ กรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่าย งบประมาณภาครัฐ (คตร.) เป็นประธานการประชุม คตร.ครั้งที่ 11/2557 โดยได้ รายงานความคืบหน้า การตรวจสอบโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์- เคลื่อนที่ยุคที่ 3 หรือ 3จี วงเงิน 19,980 ล้านบาท ของทีโอที

          ผลการตรวจสอบ พบว่าโครงการ ไม่โปร่งใสและเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้รับจ้าง จึงต้องส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ติดตามผลการ ดำเนินการของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

          โดยเรื่องดังกล่าวจะรายงานต่อบอร์ด ในการประชุมบอร์ด วันที่ 17 ก.ย.นี้ ส่วนของทีโอทีคงไม่ดำเนินการอะไร เพราะขณะนี้ การตรวจสอบ 3จี โครงการดังกล่าวอยู่ที่ป.ป.ช.แล้ว

          รายงานข่าวก่อนหน้า แจ้งว่าการเปิด ให้บริการ 3 จี เริ่มตั้งแต่เปิดให้เอกชนกิจการ ร่วมค้า เข้ามารับประมูลงานในต้นปี 2554 มีมูลค่า 17,440 ล้านบาท ซึ่งกิจการร่วมค้า ร่วมเอสแอลคอนซอร์เตียมเป็นผู้ชนะประมูล ในราคาต่ำสุด 16,290 ล้านบาท

          กระทั่งต่อรองราคาเหลือ 15,999 ล้านบาท โดยทีโอทีจะใช้เงินกู้เพื่อดำเนินโครงการนี้ 80% แต่ค่าใช้จ่ายในโครงการรวม 19,980 ล้านบาท อย่างไรก็ตามภายในช่วงเวลาดังกล่าวการติดตั้งโครงข่ายไม่เสร็จสมบูรณ์ จากการสร้างสถานีฐานจำนวน 5,320 แห่ง ในการว่าจ้างกิจการร่วมค้า เอสแอล คอนซอร์เตียม เป็นผู้รับเหมาดำเนินการ

          ช่วงกลางปีที่ผ่านมา นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ยอมรับว่าการดำเนินงานโครงการ 3จีล้มเหลว เนื่องจากปัญหาการติดตั้งสถานีฐานจำนวน 5,320 สถานีฐานล่าช้า ทำให้เปิดให้บริการและทำการตลาดช้ากว่าคู่แข่งรายอื่น

          รวมไปถึงงบประมาณการลงทุนมี จำนวน น้อยกว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ ในโครงการนี้ ทีโอทีลงทุนไปกว่า 20,000 ล้านบาท แต่มี รายได้กลับมาราว 1,000 ล้านบาทเท่านั้น

          ดังนั้นโครงการ 3จี เฟส 2 เดิมจะลงทุนเอง 30,000 ล้านบาท ไม่สามารถดำเนินการได้ โดยหาออกทางเป็น 2 แนวทางเพื่อให้ทีโอที มีรายได้จากการดำเนินการ 3จี คือ 1. ให้บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เช่าใช้โครงข่ายบนคลื่นความถี่ 1900-2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ ของทีโอที

          และ 2. การร่วมกันใช้สถานีฐานทีโอที 5,320 สถานีฐาน รวมถึงสถานีฐานของเอไอเอส ที่ภายในสิ้นปีนี้จะมีอีก 15,000 สถานีฐาน ซึ่งจะทำให้ทีโอทีมีรายได้ 4,000 ล้านบาทต่อปี โดยเป็นการดำเนินธุรกิจรูปแบบเดียวกับบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือกลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ทำร่วมกับ บมจ. กสท โทรคมนาคม

          สำหรับผลประกอบการปี 2557 ทีโอที ช่วง 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) มีรายได้ 32,400 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 33,700 ล้านบาท ขาดทุน 1,300 ล้านบาท ส่วนการประมาณการรายได้ทั้งปี 2557 อยู่ที่ 57,600 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 66,500 ล้านบาท ขาดทุน 8,900 ล้านบาท สูงกว่าที่เคยตั้งเป้าจะขาดทุน 5,100 ล้านบาท

          การตรวจสอบโครงการ 3จี ขณะนี้อยู่ที่ป.ป.ช.แล้ว