คอลัมน์ เศรษฐศาสตร์วันหยุด: คดี"ทรู-กสท." ทำฉาว 3 จี...หายเงียบไปไหน...?

พงษ์พันธุ์

          เห็นพูดกันมากเหลือเกินกับยุคเอะอะอะไรก็ "ปฏิรูป-คืนความสุข ให้พี่น้องประชาชน" พร้อมกับตั้งความหวังเอาไว้สูงยิ่งกับรัฐบาล คสช.ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นรัฐบาลที่มุ่งขจัดปัญหา ทุจริตคอร์รัปชั่น ที่เป็นปัญหา "กลัดหนอง" ของประเทศอย่างจริงจัง... แต่เห็นรายงานจากเครือข่ายจัดอันดับเรื่องคอร์รัปชั่นระดับสากล ที่ทั่วโลกยอมรับกัน "ก็ให้ปวดใจจริงๆ"...เพราะรายงานที่เปิดออกมานั้นสรุปว่า 3-4 องค์กรของรัฐของไทยที่ทำหน้าที่การปราบปรามคอร์รัปชั่นมีผลงานที่ "ยังห่วย"...ต่างจากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์...ที่อันดับดีขึ้นจนได้รับคำชม...

          ทำไมๆๆๆ จึงเป็นอย่างนั้น...จะไปว่าเขามีอคติต่อไทยก็คงพูดไม่เต็มปาก..เพราะหลายๆ คดีถูกซุกเงียบไว้ในหีบ..ที่นึกออกตอนนี้...กรณีการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีสัญญาทำตลาด 3จี บนเครือข่ายเดิม"กสท.-ทรูมูฟ" ที่ท่าน ศ.เมธี ครองแก้ว กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนและมีมติชี้มูลความผิดโครงการนี้เอาไว้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 หรือเมื่อกว่า 2 ปี มาแล้วที่ว่าทำไมจนป่านนี้แฟ้มที่ว่าถึง "หายเข้ากลีบเมฆ" ไม่ส่งขึ้น ไปยังป.ป.ช.ชุดใหญ่เสียที! ...ทั้งที่ผลการไต่สวนของอนุกรรมการ ป.ป.ช.ในครั้งนั้นที่มีการลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์...สรุปผลว่าโครงการนี้ กระทำผิด...และชี้มูลความผิดอดีตซีอีโอ กสท. และบอร์ด กสท.ในเวลานั้นยกชุดอีกด้วย

          เอาเป็นว่าหากยังจำไม่ได้ว่าแฟ้มไหน ก็ขอทบทวนคดีความให้คร่าวๆ ก็แล้วกัน...

          ย้อนกลับไปในช่วงปี 2553-54 ช่วงที่เทคโนโลยีมือถือ 3จี ทั่วโลกกำลังเฟื่องสุดๆ แต่ประเทศไทยเรายังไม่มีใช้...เพราะหน่วยงาน กำกับ คือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) จัดทำหลักเกณฑ์ประมูลกันไม่แล้วเสร็จ ในเวลานั้นบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จึงดอดไปลงนามในสัญญาทำการตลาดรูปแบบใหม่กับบริษัทในเครือทรูมูฟเพื่อให้บริการมือถือ 3จี บนเครือข่ายเดิมด้วยเทคโนโลยี HSPA เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 โดยมีระยะเวลา 14 ปี.เป็นการฉวยจังหวะดึงคลื่น 3จี มาเปิดให้บริการก่อนใคร!

          ในเวลานั้นหน่วยงานต่างๆ เข้ามาล้วงตรวจสอบสัญญาฉบับนี้ กันอย่างถึงพริกถึงขิง...ทั้งกรรมาธิการฯของวุฒิสภา สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) กระทรวงไอซีที และ กสทช.เอง ซึ่งผลสรุปของหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ล้วนสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันคือ.... มีการดำเนินการโครงการนี้อย่างไม่โปร่งใส

          ขณะที่ฟากป.ป.ช.ที่ตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง... และลงมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 สรุปว่าเจ้าหน้าที่ รัฐมีการกระทำความผิดในการทำสัญญาฉบับดังกล่าวขัดต่อกฎหมายและระเบียบใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ1.พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 35) 2.พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ กำกับ กิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) และ 3.กระทำผิดตามระเบียบวินัยของเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ว่าด้วยการละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ...ซึ่งทั้งอดีตซีอีโอและกรรมการ บริษัท กสท...ได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรชี้แจงข้อกล่าวหาของตนเอง เพื่อให้อนุกรรมการรวบรวมก่อน ส่งให้ป.ป.ช.ชุดใหญ่ได้พิจารณาต่อไป.... แต่รวบรวมแล้วเสร็จแฟ้มที่ว่านี้หายไปไหน อย่างไร ไปซุกอยู่ใน "ซอก หลืบ" ไหนใน สำนักงานป.ป.ช.นั้น คงต้องวานท่านประธานลงไปตรวจสอบดู เอาเองแล้วกัน!

          ช่วยไขความกระจ่างให้สังคมหายสงสัยทีเถอะ แฟ้มที่อนุกรรมการลงมติชี้มูลความผิดเป็นเอกฉันท์และตีปี๊บแถลงข่าว กันใหญ่โตวันนั้นมันหายไปไหน? จะว่ามี "มือที่มองไม่เห็น-Invisible Hand" ล้วงลูกเข้ามาดึงแฟ้มนี้ไปเพราะเขาเกี้ยเซียะกันไปหมดแล้ว... ก็น่าจะมีการชี้แจงแถลงไขกันให้เป็นเรื่องเป็นราว...