Q2/57 ทรูกำไรเพิ่ม 8.8% แต่ภาพรวมธุรกิจขาดทุน

          ASTVผู้จัดการรายวัน - บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2/57 มีกำไรจากการดำเนินงาน ก่อนหักภาษี เพิ่มขึ้น 4.7 พันล้านบาท หรือจากไตรมาสเดียวกันปีก่อนร้อยละ 8.8 แต่ผลการดำเนินงานของทั้งกลุ่มยังขาดทุน 935 ล้านบาท

          นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ระบุ ไตรมาส 2/57 กลุ่มทรู มีรายได้จากการให้บริการโดยรวมเพิ่มขึ้น 16.3 พันล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน ก่อนหักภาษี 4.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามกลุ่มทรู ยังมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานปกติ หรือ NIOGO ไม่รวมภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 935 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นร้อยละ 57.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า จาก EBITDA ที่เพิ่มขึ้น ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง และการรับรู้ผลการดำเนินงานประจำไตรมาสของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท หรือ "TRUEGIF"

          "เพื่อการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม หากไม่รวมผลประกอบการในปี 2556 ของ 8 บริษัทย่อยที่ขายไปในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา EBITDA เพิ่มสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่งในอัตราร้อยละ 21.1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหน้า จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการขายและการตลาด" นายศุภชัย กล่าว

          พร้อมกันนี้ นายศุภชัย กล่าวว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าในแต่ละพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น และแคมเปญคอนเวอร์เจนซ์โดย เฉพาะแพกเกจ "ทรูสุขคูณสาม" ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเพิ่มความผูกพันกับบริการต่างๆ ภายในกลุ่มทรู อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าในทั้ง 3 ธุรกิจหลักเพิ่มขึ้นเป็น 27.48 ล้านราย โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ฐานลูกค้ากลุ่มทรูโมบายล์ มีจำนวน 23.19 ล้านราย ทรูออนไลน์ (บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต) 1.94 ล้านราย และทรูวิชั่นส์ 2.34 ล้านราย

          ในส่วนของการพัฒนาโครงข่ายการให้บริการเทคโนโลยี 3G ของทรูมูฟ เอช ขณะนี้สามารถ ให้บริการครอบคลุมแล้ว ร้อยละ 97 ของประชากรทั่วประเทศ พร้อมเสริมศักยภาพเครือข่ายด้วย 4G ความเร็วสูง และโครงข่ายบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตผ่านทั้งเทคโนโลยี FTTx และ DOCSIS ที่จะครอบคลุม 5 ล้านครัวเรือนภายในสิ้นปีนี้