ทุบ TRUE หวั่นหลุด MSCI

          โบรกฯถล่มขายหุ้นTRUE ระบุเสี่ยงหลุดคำนวนดัชนี MSCI ชี้ฟรีโฟลตต่างชาติเหลือแค่ 4.6% ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 15% ย้ำหลีกเลี่ยงการลงทุน คาดงบไตรมาส 2 ขาดทุนสุทธิเหลือ 634 ล้านบาท

          บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่า จากการตรวจสอบบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUEล่าสุดพบปริมาณฟรีโฟลตของนักลงทุนต่างชาติในหุ้น TRUE ณ สิ้นวันที่ 1 ส.ค. 2557 ที่ผ่านมาอยู่เพียงแค่ระดับ 4.6% เท่านั้น จึงมีความเสี่ยงที่อาจจะทำให้ TRUE ไม่ผ่านเกณฑ์สำหรับหุ้นที่จะอยู่ในดัชนี MSCI Thailand Standard Index เพราะเกณฑ์ขั้นต่ำกำหนดอยู่ที่ 15%

          อีกทั้งที่สำคัญ MSCI กำลังมีการรีวิวสมาชิกรายไตรมาสในเดือนนี้ ซึ่งจะประกาศผลออกมาในช่วงดึกคืนวันที่ 13 ส.ค.นี้ ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า TRUE มีความเสี่ยงที่อาจจะถูกตัดออกจากดัชนี MSCI สำหรับรอบนี้ได้ หรือ หากไม่ใช่รอบนี้อาจจะเป็นในรอบการรีวิวพิเศษ

          ดังนั้น จึงแนะนำ “หลีกเลี่ยง" และ ลดน้ำหนักลงทุนหุ้น TRUE ในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม หากหุ้น TRUE ตอบรับข่าวดังกล่าวและปรับตัวลงมา ถือเป็นโอกาสในการทยอยเข้าสะสม เนื่องจากประเมินว่าการเป็นพันธมิตรกับ China Mobile จะนำมาซึ่งผลบวกต่อบริษัทได้ในระยะยาว

          ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคเคเทรด จำกัด ประเมินว่า สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/57 ของ TRUE จะขาดทุนประมาณ 982 ล้านบาท และหากรวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและการกลับรายการตั้งสำรองหนี้ BFKT รวม 348 ล้านบาท คาดจะมีผลขาดทุนสุทธิ 634 ล้านบาท ขาดทุนลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 3,156 ล้านบาท และปรับลดลงจากไตรมาส 1/57 มีกำไรสุทธิ 3,855 ล้านบาท

          โดยรายได้รวมลดลง 3% จากงวดไตรมาส 1/57 ตามรายได้ธุรกิจ Mobile ที่เป็นโลว์ซีซั่น ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลงน้อยกว่าจากค่าใช้จ่ายโครงข่ายและค่าใช้จ่าย SG&A ใกล้เคียงงวดไตรมาสแรก ทำให้คาดผลการดำเนินงานจาก EBITDA ลดลง 3% และมี EBITDA margin 19.1% ส่วนการออกหุ้นกู้ของ True Online วงเงิน 8,000 ล้านบาทช่วงต้นไตรมาส 2/57 ส่งผลให้ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 6% สำหรับภาพรวมงวดครึ่งปีแรกคาดมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 3,221 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 4,265 ล้านบาท

          ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มผลประกอบการของ TRUE ในปี 2557-2560 เพื่อสะท้อนการเพิ่มทุนครั้งล่าสุดที่บริษัทจะนำเงิน 5.2 หมื่นล้านบาทไปชำระคืนหนี้ ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายจะลดลงเหลือปีละ 3,000–4,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังปรับค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงจากเดิมเฉลี่ยต่อปี 5%

          ดังนั้น ทำให้ TRUE มีผลขาดทุนจากธุรกิจปกติลดลงจากเดิมเหลือ 3.3 พันล้านบาท และมี EBITDA ที่ 2 หมื่นล้านบาท เติบโต 23% จากงวดปีที่แล้ว ก่อนที่บริษัทจะสามารถพลิกเป็นกำไรในปี 2558 ประมาณ 1,623 ล้านบาท ประเมินมูลค่าเหมาะสมปีนี้ใหม่ 7.90 บาท

          สำหรับภายใต้ประมาณการใหม่คาดงวดปี 2557 มีผลขาดทุน 3,280 ล้านบาท จากเดิมคาดขาดทุน 4,195 ล้านบาท ส่วนงวดปี 2558 คาดมีกำไรปกติ 1,623 ล้านบาท จากเดิมกำไรปกติ 945 ล้านบาท งวดปี 2559 คาดมีกำไรปกติ 3,275 ล้านบาท จากเดิม 2,642 ล้านบาท และงวดปี 2560 คาดมีกำไรปกติ 4,106 ล้านบาท จากเดิม 3,704 ล้านบาท

          ทั้งนี้ ในงวดปี 2557 คาดธุรกิจปกติครึ่งปีหลังจะขาดทุนลดลง และประเมินงวดปี 2558 จะเดินหน้าล้างผลขาดทุนสะสมเพื่อจะสามารถเริ่มจ่ายเงินปันผลได้ แต่อย่างไรก็ตามราคาหุ้น TRUE ในปัจจุบันสะท้อนปัจจัยบวกดังกล่าว รวมถึงความคาดหวังจากพันธมิตรใหม่ไปแล้ว จนหุ้นมาซื้อขายที่ EV/EBITDA 10.3 เท่า แพงกว่า ADVANC ที่ 9 เท่า และ DTAC ที่ 8 เท่า อีกทั้งระยะสั้น TRUE ไม่มีปัจจัยบวกใหม่ ขณะที่หุ้นเพิ่มทุนราว 10,000 ล้านหุ้นจะเข้าซื้อขายวันที่ 10 ก.ย.นี้ โดยหุ้นสามัญของ China Mobile ไม่มีข้อห้ามขายหุ้น (Silent Period) อาจกระทบเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้น จึงคงคำแนะนำ “ขาย”

          ขณะที่ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น TRUE ในช่วงวานนี้ (4 ส.ค. 57) ได้ทำราคาเปิดที่ระดับ 9.35 บาท จากนั้นราคาหุ้นได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในจุดต่ำสุดของวันที่ 8.85 บาท หลังจากมีรายงานข่าวว่าหุ้น TRUE มีความเสี่ยงที่จะหลุดดัชนีของ MSCI พร้อมกับทำราคาปิดภาคเช้าอยู่ที่ 9.05 บาท

          อย่างไรก็ตาม ในช่วงภาคบ่ายหุ้น TRUE ราคาหุ้นทยอยฟื้นตัวขึ้น ทำราคาเปิดที่ 9.05 บาท จากนั้นในช่วง 1 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดตลาดหุ้น TRUE ทำราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง โดยขยับขึ้นไปทำราคาสูงสุดของวันที่ 9.80 บาท มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 2,677 ล้านบาท