ไอซีทีนัดคลังถกทางรอดทีโอที-กสท "ปลัดเมธินี"ลุ้นพลิกฟื้นองค์กร ปรับโครงสร้างลดลงทุนซ้ำซ้อน

          นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ในเร็วๆ นี้จะขอหารือกับกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้น 100% ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และหารือกับสำนักงาน๕ระกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจเพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมโดยเฉพาะทีโอทีและกสท ให้สามารถเลี้ยงตัวเองและทำธุรกิจต่อไปได้

          "ปัญหาทีโอทีและกสท ดิฉันเชื่อว่าทุกฝ่ายย้อมรู้ดี โดยเฉพาะคนในองค์กรทีโอทีและ กสท ว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองอยู่รอดและแข่งขันกับเอกชนได้ เพราะหากไม่ปรับตัว ก็ต้องประสบปัญหาในอนาคตแน่ เพราะมีข้อจำกัดด้านกฎหมายหลายข้อ เพราะเป็นรัฐวิสาหิจ ไม่มีความคล่องตัวไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ ดังนั้นการหารือกันระหว่างกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และไอซีที เพื่อหาทางออกและร่วมกันกำหนกแนวทางและความชัดเจนว่าจะให้ทั้ง 2 องค์กรจะอยู่ในบทบาทใดจะปรับโครงสร้างกันอย่างไร ไม่ให้มีการลงทุนซ้ำซ้อนกัน เพราะมีผู้ถือหุ้นคนเดียวกัน"

          ปลัดไอซีทีกล่าวว่า ในเบื้องต้นโดยส่วนตัวมีความเห็นว่า ทีโอที และกสท. ควรจะเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม โดยให้เอกชนเช่าใช้โครงข่ายซึ่งทีโอทีและ กสท มีจุดแข็งเรื่องโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เนื่องจากมีทรัพย์สินที่ได้รับโอนตามสัญญาสัมปทาน ที่สามารถนำมาสร้างรายได้ให้องค์กรได้ ซึ่งเป็นทางออกที่ดี หากจะทำการตลาดเพื่อให้บริการลูกค้า ก็ไม่สามารถแข่งขันกับเอกชน เพราะไม่มีความคล่องตัว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริษัท กสท โทรคมนาคม คาดว่าปี 2557 จะมีรายได้ 55,000 ล้านบาท และมีกำไร 1,700 ล้านบาท ส่วนบริษัท ทีโอทีคาดว่าจะมีรายได้ 31,800 ล้านบาท ขาดทุน 5,000 ล้านบาท เนื่องจากทีโอทีไม่สามารถหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเสริมความแข็งแกร่งได้ และไม่สามารถใช้สร้างรายได้จากทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดมูลค่าได้ โดยเฉพาะโครงข่าย 3 จี ส่วนการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานก็รายได้ลดลง เนื่องจากผู้บริโภคหันไปใช้มือถือมากขึ้น ขณะที่ กสท ที่ได้ทำสัญญากับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งสร้างรายได้และกำไรให้ กสท และในเร็วๆ นี้ คาดว่าจะมีการลงนามการใช้เช่าโครงข่ายกับห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส ซึ่งอยู่ระหว่างการตกลงอัตราค่าเช่าโครงข่ายระหว่างกัน