สำรวจรัฐวิสาหกิจโทรคมทางออกหลังนำเงินส่งคลัง

          'ปีนี้คาดว่า ทีโอทีจะขาดทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท'

          สำรวจผลกระทบรัฐวิสาหกิจ ทีโอที - กสท ตามพ.ร.บ.กสทช มาตรา 84 วรรค 3 บังคับส่งเงินรายได้ เข้าแผ่นดิน เผยแม้ครบกำหนดต้อง ส่งเงินกว่า 3 ปี แต่ทีโอที - กสท  ยังไม่ได้จ่าย อ้างไร้หลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานจากสัมปทาน ส่วนผลประกอบการเข้าขึ้นวิกฤตปีนี้ส่อแววขาดทุนมากถึง 5,000 ล้านบาท ขณะที่ กสท แม้ไม่ขาดทุนแต่รายได้ลดกว่า 10%

          แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ปัจจุบัน ทั้ง บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม ยังไม่ได้นำเงินรายได้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อนำส่งกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นรายได้แผ่นดินตามมาตรา 84 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) ซึ่งครบกำหนด 3 ปี เมื่อ 20 ธ.ค. 2556

          ทั้งนี้ เนื่องจากยังไม่มีกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดของค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดำเนินการตามสัญญาสัมปทานแต่อย่างใด ดังนั้นเงินสัญญาสัมปทานกว่า  3,000 ล้านบาท ยังคงอยู่ทีโอทีและกสท เช่นเดิม

          อย่างไรก็ตาม เดือนพ.ค. 2557 กระทรวงการคลังทำหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. เพื่อขอให้ กสทช. เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากสัญญาสัมปทานก่อนนำเงินรายได้จากสัญญาสัมปทานส่งเป็นรายได้ให้กระทรวงการคลังเป็นรายได้ของแผ่นดิน ตามกฎหมาย

          :รอดำเนินการ

          ขณะที่ กสทช. ก็จะทำหนังสือแจ้งกลับไปยังกระทรวงการคลังว่า เรื่อง ดังกล่าวเป็นภาระหน้าที่ของกระทรวง การคลังตามที่กฎหมายระบุไว้ ส่วนทีโอที และ กสท ยังรอคำตอบจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  (ไอซีที) กระทรวงการคลัง และกสทช.ด้วย เนื่องจากดำเนินการใดๆ ไม่ได้จนกว่าจะมีคำสั่งจากหน่วยงานดังกล่าว

          รายละเอียดมาตรา 84 พ.ร.บ.กสทช. วรรค 3 กำหนดว่า เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่พ.ร.บ.กสทช.มีผลบังคับใช้ ให้รัฐวิสาหกิจนำรายได้จากผลประกอบการในส่วนที่ได้รับจากสัญญาสัมปทาน หรือสัญญาที่ดำเนินการตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ (พ.ร.บ.ร่วมทุน) ทั้งนี้ไม่ว่าจะดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วน โดยให้หักค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้แล้วเหลือเท่าใดให้ส่ง กสทช.และให้ กสทช.นำส่งเงินจำนวนดังกล่าวเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป

          ประกอบด้วย 1.โดยค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตประกอบกิจการ เฉพาะในส่วนที่คิดจากฐานรายได้ที่เกิดจากสัญญาสัมปทาน  2. ค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการจัดให้มีบริการพื้นฐานทั่วถึง และบริหารเพื่อสังคมตามนโยบายของรัฐ และมาตรา 50 เฉพาะส่วนที่คิดจากฐานรายได้ที่เกิดขึ้นจากการสัญญาสัมปทาน และ 3. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามสัญญาสัมปทาน ตามที่กระทรวงกำหนด

          :ทีโอทีกันงบแล้ว

          รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนของทีโอทีหลังจากต้องนำเงินส่งเข้ารัฐ ซึ่งแม้ยังไม่ได้ส่งจริง แต่ได้กันงบไว้แล้ว ส่งผลให้สถานะทางการเงินของทีโอทีประสบปัญหา โดยปี 2557 ทีโอทีตั้งเป้ารายได้ 31,744 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อน 10% ซึ่งการเติบโตสำคัญจากบริการ 3จีที่คาดว่าจะมีรายได้ 2,992 ล้าน คิดเป็น 2.6 ล้านราย และรายได้จากบริการเดิมโทรศัพท์ประจำที่ บรอดแบนด์ มัลติมีเดีย และรายได้เพิ่มอีก 5,873 ล้านบาท

          ปีนี้คาดว่า ทีโอทีจะขาดทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท เนื่องจากมาตรา 84 วรรค 3 ของพ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ทำให้ทีโอที ไม่มีรายได้จากค่าสัมปทาน  ที่เคยได้รับจากบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(เอไอเอส)ราวปีละ 22,000 ล้านบาท

          ที่ผ่านมาทีโอทีพยายามหารายได้ส่วนอื่นตามแผนการลงทุนตามแผนฟื้นฟู โดยจะลงทุนในโครงการที่มีโอกาสทางการตลาด และสร้างรายได้ระยะยาว และปี 2558 มีรายงานต่อบอร์ดทีโอทีว่าอาจขาดทุนสูงถึง 8,000 ล้านบาท เพราะโครงการพื้นฐานสาธารณะในพื้นที่ห่างไกล (ยูเอสโอ) ที่ทีโอทีได้งานประมูลจาก กสทช. แล้วมูลค่า 3,800 ล้านบาท ก็ถูกสั่งชะลอโครงการเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผลให้งบการดำเนินงานของ ทีโอทีจะขาดทุนอย่างหนัก

          :กสท รายได้ลด

          ส่วน กสท แม้จะไม่มีปัญหาขาดทุนเหมือนทีโอทีหลังจากต้องนำส่งเงินรายได้จากสัมปทาน แต่ก็ทำให้รายได้ผลประกอบการ ลดลงไปจากเดิมราว 10-20% ซึ่งปีนี้ กสท  ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ 46,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 9,000 ล้านบาท จากปี 2556 ซึ่งมีรายได้ 37,363 ล้านบาท โดยจะมาจากธุรกิจ 3จีเอชเอสพีเอในส่วนรูปแบบการ ให้บริการขายส่งบริการ (โฮลเซล) และ รายอื่นๆ ที่จะสร้างรายได้ 25,000 ล้านบาท หรือ 60% ของรายได้รวม

          ขณะที่ 3จีแบรนด์มาย ตั้งเป้ารายได้ 2,500 ล้านบาท จากการขายเลขหมายให้ได้  7 แสนเลขหมายภายในปีนี้

          นอกจากนี้ ธุรกิจสื่อสารตั้งเป้าจะมี รายได้ 7,500 ล้านบาท ธุรกิจไอทีมีรายได้ รวม 677 ล้านบาท และธุรกิจโทรศัพท์ ระหว่างประเทศ 3,600 ล้านบาท รวมถึงธุรกิจอื่นๆ อาทิ ค่าเช่าใช้โครงข่าย และดอกเบี้ย เป็นต้น จะมีรายได้อีกกว่า 6,000 ล้านบาท ส่วนรายจ่ายของ กสท ปีนี้ 42,630 ล้านบาท และดอกเบี้ยอีกราว 1,784 ล้านบาท รวม  กสท จะมีกำไรก่อนหักภาษีปี 2557 ประมาณ 1,634 ล้านบาท