กองทุนอู้ฟู่เก็บต๋งไลเซนส์3จีคาดปี 57 ได้ค่าธรรมเนียม 6,300 ล้านบาท ฐากรยันไม่ต้องส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

โพสต์ทูเดย์ กสทช.อู้ฟู่เก็บค่าธรรมเนียมโทรคมนาคมสิ้นปี 6,300 ล้านบาท ฐากรยันไม่ต้องส่งเข้าคลัง

          นายก่อกิจ ด้านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในปี 2557 กสทช.จะมีรายได้จากค่าธรรมเนียมเลขหมายและค่าใบอนุญาตด้านกิจการโทรคมนาคมประมาณ 6,300 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าธรรมเนียมเลขหมายเลขละ 2 บาท/เดือน เป็นเงินประมาณ3,800 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตโทรศัพท์ 3จี ในอัตรา 5.75% ของรายได้ของผู้ประกอบที่ได้รับใบอนุญาตเป็นเงิน 2,500 ล้านบาท

          ทั้งนี้ รายได้ดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.)แต่จะต้องถูกนำไปใช้เพื่อนำไปพัฒนาและกระจายบริการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างทั่วถึง (ยูเอสโอ) ด้านโทรคมนาคม โดยจะต้องขยายบริการให้ครอบคลุม 95% และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ครอบคลุม90% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ที่ความเร็ว 2 เมกะบิต/วินาที

          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กทปส.กล่าวว่า เงินค่าธรรมเนียมในส่วนนี้เป็นรายได้ประจำปีของกองทุน และกองทุนไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามเงื่อนไขประกาศ คสช. ฉบับที่ 80/2557 โดย กสทช.จะนำเงินในส่วนนี้ไปลงทุนเพื่อสนับสนุนบริการสาธารณะในกิจการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง แต่กระทรวงการคลังสามารถยืมเงินก้อนนี้ไปใช้ได้ในกรณีจำเป็นแต่จะต้องตั้งงบมาชำระเงินกู้ยืมก้อนนี้

          นายก่อกิจ ระบุเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนพัฒนาในด้านอื่นๆของ กสทช.ในช่วงต่อจากนี้ไป จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างเต็มที่ โดยเปิดรับคนรุ่นใหม่เข้าร่วมงานกับ กสทช. เพื่อสร้างคนร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่จะมีความท้าทายมากขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้าโดยเฉพาะหลังจากการสิ้นสุดลงของสัญญาสัมปทานผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (เอไอเอส) สิ้นสุดสัมปทานกับบริษัท ทีโอที และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) สิ้นสุดสัมปทานกับกสท โทรคมนาคม ในปี 2561

          นายก่อกิจ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ทีโอทีและ กสทฯ ได้ยื่นข้อเสนอ3 ประเด็นต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือขอให้คลื่น900 เมกะเฮิรตซ์ ไม่ต้องประมูลหลังหมดสัมปทาน รวมทั้งไม่ต้องนำส่งรายได้สัมปทานให้ กสทช.ตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่ กสทฯ ต้องการถือครองคลื่น1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 25 เมกะเฮิรตซ์ที่ปัจจุบันไม่ได้มีการใช้งาน เพื่อนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่ คสช.จะเห็นชอบตามที่รัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งเสนอ

          "มีความเป็นไปได้สูงที่ คสช.จะพิจารณาข้อเสนอของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ต้องนำส่งรายได้สัมปทานให้กับ กสทช. เนื่องจากเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้ทั้งทีโอทีและ กสทฯ สามารถเลี้ยงตัวเองต่อไปได้อีก2-3 ปี เพราะขณะนี้ทั้งสองแห่งมีปัญหาด้านรายได้อย่างหนัก" นายก่อกิจ กล่าว