สหภาพกสท-ทีโอทีวอนแก้ พรบ.กสทช.

          สหภาพ กสท วอน คสช.พิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.องค์จัดสรรคลื่น หวังความอยู่รอดรัฐวิสหกิจ พร้อมขอใช้คลื่นความถี่ 800-1800 ได้ ด้าน'ทีโอที'ร้องหวังให้เข้ามาสางปัญหาค้างในองค์กร

          นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพ แรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า สหภาพ กสท ต้องการแสดงจุดยืนเห็นด้วยกับข้อเสนอของ บมจ.ทีโอทีที่เสนอให้ คสช.แก้มาตรา 84 และมาตรา 45 พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.)

          นอกจากนี้ สหภาพ กสท ยังต้องการให้ คสช.พิจารณาอนุญาตให้สิทธิ กสท ใช้คลื่นความถี่ย่าน 800 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการวิทยุคมนาคมเฉพาะกิจ (แทงก์ โมบาย) และคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ กสท ได้รับอนุญาตจากกรมไปรษณีย์โทรเลขเพื่อความมั่นคงของรัฐต่อไปแทนที่จะนำมาจัดสรรด้วยวิธีการประมูลตามแผน กสทช. กำหนดไว้เดิมเดือนส.ค.2557

          เขา ระบุว่า ขณะที่ข้อเสนอเบื้องต้นที่กรรมการผู้จัดการใหญ่เสนอไปมีเพียงความต้องการถือครองคลื่น 1800 จำนวน 25 เมกะเฮิรตซ์ ที่ปัจจุบันไม่ได้ใช้งาน เพื่อนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้ รวมทั้งต้องนำเสนอแผนการให้บริการลูกค้า 4 ล้านราย หากคลื่น 1800 ที่หมดสัมปทานจากทรูมูฟ และดีพีซี เปิดประมูลได้ไม่ทันประกาศคุ้มครองซิมดับสิ้นสุดวันที่ 15 ก.ย. 2557

          อย่างไรก็ดี สาระสำคัญในประเด็นที่ สร.กสท ต้องการให้ คสช.พิจารณาแก้ไขพ.ร.บ. กสทช. คือ มาตรา 84 เป็น กสท ไม่ต้องนำส่งรายได้สัมปทานให้ กสทช. และมาตรา 45 ไม่ต้องการให้ กสทช.จัดสรรคลื่นโดยใช้วิธีประมูล เนื่องจากยากต่อการดำเนินงานสำหรับหน่วยงานภาครัฐซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. งบประมาณ

          ดังนั้นการขออนุมัติโครงการดำเนินงานใดๆ จะต้องผ่านความเห็นชอบจาก สศช. คณะรัฐมนตรี ตามลำดับ และต้องกำหนดงบประมาณที่ค่อนข้างแน่นอน ดังนั้น การขออนุมัติงบประมาณเพื่อใช้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่จึงค่อนข้างยาก ไม่ยืดหยุ่นเท่าเอกชน และข้อมูลวงเงินที่ใช้เข้าร่วมประมูลเก็บเป็นความลับไม่ได้

          ส่วนบมจ. ทีโอที ก็จะทำหนังสือถึง คสช. เช่นกัน เพื่อขอให้เข้ามาสะสางปัญหาสัญญาสัมปทานที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า การแก้ไขสัญญาสัมปทานระหว่างทีโอทีกับบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ไม่เป็นตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งได้เจรจากันตามมาตรา 22 พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 มาเป็นเวลากว่า 9-10 ปีแล้ว นับตั้งแต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ตัดสินปี 2553 จนถึงขณะนี้ยังไม่คืบหน้า

          การสะสางปัญหาเพื่อให้วงการโทรคมนาคมมีมาตรฐาน โปร่งใส ปลอดการเมืองแทรกแซง โดยเฉพาะการแต่งตั้งกรรมการ ควรพิจารณาบุคคลที่มีความสามารถ ไม่หวังผลประโยชน์จากทีโอทีและ กสท รวมถึงสร้างระบบตรวจสอบให้โปร่งใส ลดการทุจริตในองค์กร