โรดแมปทีโอที-กสท4ข้อถึงมือกสทช.งดส่งเงินใช้คลื่นต่อ

          "ทีโอที-แคท" ส่งโรดแมปฟื้นองค์กรให้ กสทช. ก่อนส่งต่อให้คสช.ชี้ขาด เผย "ทีโอที" ชง 3 เรื่อง ม.84 กรณีคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ขอสิทธิ์ดูแลไปอีก 15 ปี และคลื่น 2,300 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ส่วน "แคท" ยืดมาตรการเยียวยา 1,800 เมกะเฮิรตซ์ ขอสิทธิ์บริหาร 15 ปี ขณะที่นักวิชาการเสนอให้แก้ 3 ระยะ จี้เปลี่ยนตัวบุคคลลำดับแรก

          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (บมจ.) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (บมจ.) ได้ยื่นหนังสือมายังสำนักงาน กสทช.อย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายต้องการให้รัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่ง สามารถเลี้ยงตัวเองได้

          โดย บมจ.ทีโอที ได้นำเสนอรวม 3 เรื่อง เรื่องแรก คือ อยากให้แก้ไขมาตรา 84 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กำกับกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ.2553  ไม่ต้องให้ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม นำส่งรายได้สัมปทานให้กับ กสทช.

          เรื่องที่ 2 คือ การรักษาสิทธิ์คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อดูแลคลื่นต่อไปเป็นระยะเวลา 15 ปี และเรื่องสุดท้าย คือ คลื่นความถี่ 2,300 เมกะเฮิรตซ์ ขอให้กสทช.ทำการจัดสรรคลื่นความถี่ดังกล่าวมาให้ เพื่อจะได้ให้บริการบรอดแบนด์ หรืออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง

          ขณะที่ บมจ.กสท โทรคมนาคม เสนอเข้ามาเพียงประเด็นเดียวเท่านั้น คือ มาตรการเยียวยาคลื่นความถี่ 1,800 เมกะเฮิรตซ์ เป็นระยะเวลา 15 ปี

          นายฐากรกล่าวว่า หลังจากทั้ง 2 หน่วยงานได้นำเสนอแผนเข้ามาแล้ว ทาง กสทช.เตรียมรวบรวมข้อพิจารณาถึงผลดีผลเสีย ตามข้อเสนอที่ได้รับมา เพื่อจะได้นำเสนอต่อคสช.ภายในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ เพื่อไปพิจารณาตัดสินใจต่อไป

          สำหรับการแก้ไขมาตรา 84 เนื่องจากว่าทั้งรัฐวิสาหกิจด้านกิจการสื่อสารทั้งสอง เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้ หากต้องนำส่งเข้ากระทรวงการคลัง ยกตัวอย่างเช่น บมจ.ทีโอที มีรายได้จำนวนทั้งสิ้น 2 หมื่นล้านบาท ต้องหักรายได้นำส่งเข้าแผ่นดินเป็นจำนวนเงิน 1 หมื่นล้านบาททันที แต่หากใช้กฎระเบียบเดิม บมจ.ทีโอที สามารถนำค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงเงินลงทุนมาหักรายได้ที่ได้รับก่อน เหลือรายได้เท่าไหร่ก็นำเงินส่งคืนเข้ารัฐ

          "ผมเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการประมูลคลื่น 900 และ 1,800 เมกะเฮิรตซ์ น่าจะสรุปได้ภายใน 2 สัปดาห์ เพราะขณะนี้ คสช.เตรียมประกาศรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาบังคับใช้"

          ด้านนายอนุภาพ ถิรลาภ นักวิชา การอิสระทางด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า คสช.ควรจะแก้ไขในเรื่องนี้ 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ถือว่าเป็นระยะสั้นเฉพาะหน้า ต้องเปลี่ยนตัวบุคคล เพื่อตอบสนองให้กับประชาชน เนื่องจากกฎหมาย พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม บางข้อสมบูรณ์อยู่แล้ว  แต่ตัวบุคคลไม่ได้ทำตามข้อกฎหมาย อาทิเช่น เรื่องการกำหนดความเร็ว 3 จีย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ความเร็วขั้นต่ำกำหนดไว้ที่ 2 เมกะบิต แต่ออกข้อกำหนดระบุความเร็วแค่เพียง 354 กิกะไบต์เท่านั้น

          ระยะที่ 2 เปลี่ยนกรอบกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ คือ จะถือหลักเรื่องประมูล และเรื่องมูลค่าตัวเลขเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ควรจะถือหลักผลประโยชน์ของประชาชนอยู่ตรงไหน เช่น การเลือกองค์กรอิสระอย่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เป็นต้น และระยะสุดท้าย คือ การแก้จิตสำนึกให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร และมีความรู้เท่าทันสื่อ เป็นต้น

          นอกจากนี้นายอนุภาพยังกล่าวต่ออีกว่า สำหรับกรณีที่ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม เรียกร้องสิทธิ์คลื่นความถี่ 900 และ 1,800 เมกะเฮิรตซ์ไปบริหารจัดการเองนั้น เรื่องนี้ต้องคิดหลายชั้นว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ และคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่ประมูลไปแล้ว จะบริหารจัดการและตอบสังคมในเรื่องนี้อย่างไร

          ด้านนายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า เรื่องการเรียกร้องสิทธิ์คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ หากไม่มี คสช. เข้ามาบริหารจัดการประเทศ บมจ.ทีโอที เตรียมนำเรื่องดังกล่าวฟ้องต่อศาลปกครอง และจะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ กรณีเรื่องคลื่นความถี่ และ กรณีเรื่องมาตรา 84 เพราะการที่ กสทช.นำส่งรายได้เข้ารัฐนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะกสทช.เป็นองค์กรอิสระทำหน้าที่กำกับดูแลเท่านั้น

          "เหตุผลที่ทีโอทีกับแคท เรียกร้องเรื่อง มาตรา 84 เพราะค่าสัมปทานต้องนำส่งไปให้ กสทช. ทำให้ไม่มีรายได้หล่อเลี้ยงองค์กร เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าสัมปทาน ที่สำคัญการลงทุนโครงข่ายใหม่รัฐบาลก็ไม่สนับสนุน ดังนั้นเราก็ไม่สามารถแข่งกับคู่แข่งได้"