คอลัมน์ คู่ขนาน: กสทช.ถกหาทางรอด กสท-ทีโอที

เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) หารือ 2 รัฐวิสาหกิจ ทั้งบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อหาแนว ทางการฝ่าวิกฤติของทั้ง 2 องค์กร ตามนโยบายต้องการให้รัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมของประเทศทั้ง 2 แห่ง สามารถเลี้ยงตัวเอง

          ทั้งนี้ปัจจุบันทีโอทีถือครองคลื่นความถี่ ประกอบด้วย คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ที่กำลังจะสิ้นสุดสัมปทานกับ บริษัท แอด วานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ในปี 2558 และ กสทช.วางแผนเตรียมนำมาเปิดประมูลตามแผนเดิมเดือน พ.ย.นี้ นอกจากนี้ยังมีคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ ขอใช้งานต่อ โดยไม่ต้องนำไปประมูล

          ส่วน กสทฯ มีคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่หมดสัมปทานแล้วในปี 2556 และกำลังจะเปิดประมูลตามแผนของ กสทช. ในเดือน พ.ย. นี้ ส่วนคลื่นที่เหลือและไม่มีการใช้งานหาก กสทช.นำไปประมูล ขอให้ กสท โทรคมนาคม เข้าร่วมประมูลแต่หากไม่ประมูล กสทฯ ควรมีสิทธิในคลื่นดังกล่าวต่อไปโดยไม่ต้องส่งคืนไปที่ กสทช.

          โดย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ระบุว่า ให้ ทีโอทีและ กสทฯ ส่งข้อมูล สรุปข้อเสนอขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นทางการ หลังจากนั้น กสทช. จะนำข้อมูลที่ได้มาประเมิน พิจารณาข้อดี ข้อเสีย ให้ชัดเจนก่อนจะนำเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณา

          เบื้องต้นทีโอทีขอเสนอให้ยกเลิกมาตรา 84 บทเฉพาะกาลใน พ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. 2553 หรือ พ.ร.บ. กสทช. ที่กำหนดให้ทีโอทีนำรายได้จากสัญญาสัมปทานทั้งหมดเป็นรายได้แผ่นดิน เนื่องจากว่าอาจจะกระทบต่อฐานะการเงินของทีโอที

          ในขณะที่ กสทฯ ไม่ได้เสนอให้ยกเลิกเช่นเดียวกับทีโอที พร้อมทั้งมองเห็นว่า จากนี้ไปพนักงานขององค์กรต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลง และเร่งปรับตัว เพื่อรองรับในอีก 4 ปีข้างหน้าที่สัญญาสัมปทานจะสิ้นสุด ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดประสิทธิภาพ และสามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเอง

          อย่างไรก็ตามหากต้องการองค์กรรัฐวิสาหกิจทั้งสอง อาจจะต้องแก้กฎหมายพ.ร.บ. กสทช. ประเด็นเรื่องการยกเลิกนำส่งรายได้เข้ารัฐ และประเด็นกฎหมาย กสทช. ที่กำหนดให้คลื่นความถี่ต้องประมูลเท่านั้น