ทีโอที รุกตลาดอินเทอร์เน็ต ส่งแคมเปญดึงลูกค้ารายใหม่

ในยุคการแข่งขันรุนแรง ผู้ให้บริการโทร คมนาคมต่างต้องหาวิธีมาดึงดูดลูกค้าให้ใช้บริการตนเองได้มากที่สุด โดยเฉพาะการสร้างการรับรู้ การบริการ และโปรโมชั่นต่าง ๆ

          นายจุมพล ธนะโสภณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการลูกค้านครหลวง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เล่าว่า ผลจากการชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556-เม.ย. 2557 ส่งผลให้ยอดการใช้งานโทรศัพท์และอินเทอร์ เน็ตของทีโอทีลดลง

          ทั้งนี้ รายได้ในส่วนของบริการนครหลวงครึ่งปี (ม.ค.-พ.ค. 57) อยู่ที่ 3,599 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้เดิม 4,013 ล้านบาท ส่วนรายได้สิ้นปีนี้ตั้งไว้ที่ 10,109 ล้านบาท โดยปัจจุบันทีโอทีครองส่วนแบ่งการตลาดรวม 40%

          อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่การชุมนุมเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ หลายจุด และถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ทีโอที ทำให้ไม่สามารถทำการตลาดได้ และลูกค้าไม่เข้ามาใช้บริการ อีกทั้งคู่แข่งมีเงินทุนด้านประชาสัมพันธ์ แต่ทีโอทีมีจำกัด โดยในส่วนของนครหลวงปีนี้มีงบลงทุนอยู่ที่ 400 ล้านบาท แบ่งเป็นการวางโครงข่ายสาย การซื้ออุปกรณ์ รวมถึงการบำรุงรักษา

          นอกจากนี้ ในส่วนของโครงการใหญ่ คือ อินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟเบอร์ (เอฟทีทีเอ็กซ์) จำนวน 2 ล้านพอร์ต มูลค่า 32,550 ล้านบาท ที่ยังไม่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังถูกชะลอจึงไม่สามารถวางโครงข่ายได้ทั่วถึงทำให้ทีโอทีเองปรับแผนการลงทุน

          ทั้งนี้ จากปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าว ทีโอทีจึงได้จัดกิจกรรมเพื่อลงไปหาลูกค้า ถือว่าเร่งทำตลาดอย่างหนักเพื่อดึงลูกค้าอินเทอร์เน็ต ผ่านแคมเปญ "บิ๊ก เซอร์ไพร้ส์" ราคา 990 บาท ความเร็ว 20 เมกะบิตต่อวินาที เพื่อดึงยอดการใช้งานให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่มีการแข่งขันอย่างหนักในขณะนี้

          สำหรับกิจกรรม บิ๊ก เซอร์ไพร้ส์ จะเป็นการเดินสายโปรโมตให้ลูกค้าทราบ ทั้งในเรื่องของราคา การติดตั้งอุปกรณ์ให้กับลูกค้าทันทีที่ลูกค้าต้องการ และการทำซีเอสอาร์ อาทิ การทำความสะอาดตู้สาธารณะ ที่ได้จัดทุกวันโดยวันธรรมดาจะจัดช่วงเที่ยงวันและตอนเย็น ในขณะที่วันหยุด เสาร์-อาทิตย์ จะจัดกิจกรรมใหญ่ มีรถกองงานไปติดตั้งอุปกรณ์ให้กับลูกค้าโดยไม่จำกัดช่วงเวลา

          ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมดังกล่าวไปแล้วที่ถนนแจ้งวัฒนะ ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ที่ตั้งเป้าตอนแรกไว้ 300 ราย แต่ได้ลูกค้ากลับมาที่ 400 ราย เป็นต้น

          โดยวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้จัดกิจกรรมที่บางใหญ่ เป็นเชิงสัญลักษณ์เดินสายให้ความรู้ประชาชน หากคู่สายเดิมเป็นทองแดงก็จะแนะนำให้เปลี่ยนเป็น เอฟทีทีเอ็กซ์ ในราคาพิเศษและมีการนำเสนอโปรโมชั่นจนกว่าลูกค้าจะพอใจ

          "ถ้าโครงการ 2 ล้านพอร์ตได้รับการอนุมัติ การให้บริการก็จะสามารถครอบคลุมทั่วประเทศ โดยตอนนี้ทีโอที ใช้วิธีการแก้ปัญหาโดยเจาะกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มเพื่อตอบสนองลูกค้า ด้วยสถานการณ์เปลี่ยนไปทีโอทีต้องหาลูกค้าก่อนถึงจะวางระบบ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ลงทุนก่อน แล้วค่อยทำการตลาดหาลูกค้า"

          หากจะให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลการใช้งานที่ตรงจุด การลงพื้นที่เพื่อกระตุ้นการรับรู้ ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ที่ไม่สูญเปล่า โดยเฉพาะหากระดับผู้บริหารลงไปสัมผัสเอง